
บิ๊กตู่อ้าแขนรับนักการเมือง
นายกฯ ยันเปิดทางนักการเมืองร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปปรองดอง วอนอย่ารังเกียจราชการ
นายกฯ ยันเปิดทางนักการเมืองร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปปรองดอง วอนอย่ารังเกียจราชการ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้านนั้น ถือเป็นการทำในขั้นที่ 2 โดยแผนปฏิรูปจะต้องออกมาภายใน 8 เดือน ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าในทุกคณะกรรมการจะมีหลายส่วนหลายฝ่าย แต่อย่ารังเกียจที่มีข้าราชการอยู่ด้วย
"ผมได้ให้แนวทางคณะกรรมการปรองดอง ถ้ามีฝ่ายการเมือง อะไรต่างๆ ที่อยากจะมาร่วมและเสนอตัวเข้ามา ก็จะมาพิจารณาใส่เข้าไปอีกครั้ง ยังมีตำแหน่งที่ว่างอยู่ ไม่ใช่เฉพาะคณะตรงนี้ ยังมีคณะอนุกรรมการอีกเยอะ ฉะนั้นไปพูดกับนักการเมืองดู ถ้าเขาอยากให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ลดความขัดแย้ง มีเจตนาบริสุทธิ์ เขาก็น่าจะร่วมมือตรงนี้ นี่คือเวทีปรองดองของผมอีกอันหนึ่ง ซึ่งผมตั้งใจไว้อย่างนั้น ตอนนี้เขากำลังไปพูดคุยกันต่อ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าคณะกรรมการปฏิรูปส่วนใหญ่เป็น สปท.มาก่อน อาจจะทำให้การปฏิรูปไม่ได้ผลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันไม่มีอะไรใหม่ไปกว่านี้ เรื่องการปฏิรูปพูดกันมาในหลักการหมดแล้ว มี 37 วาระ 188 เรื่อง จากนี้ก็จะนำมาคลี่ดูและลงในรายละเอียด อย่าไปมองว่าซ้ำซ้อน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวปฏิเสธว่าไม่มีเด็กตนเองเป็นคณะกรรมการปฏิรูป และที่บอกว่ามีแต่เด็กของบิ๊กป้อมเยอะนั้น ไม่มีแน่นอน เพราะทุกคนเป็นคนทำงาน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อเห็นรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ก็มีข้อสรุปในใจว่า เนื้องานของคณะนี้คงเป็นไปแบบตามใจแป๊ะ เพราะส่วนใหญ่เป็นคนกันเองที่ วนเวียนทำงานให้ คสช.มาแล้วในบทบาทต่างๆ จึงขอขนานนามว่า กรรมการปฏิรูปชุดรวมญาติ หลักประกันเพื่อลูกหลานมีงานทำ
ทั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.ลูก (น้อง) ลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์) หมายถึงกลุ่มข้าราชการและอดีตข้าราชการ ซึ่งส่วนใหญ่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ 2.หลานลุงกำนัน หมายถึง กลุ่มคนทั้งภาครัฐ เอกชน และนักเคลื่อนไหวที่เคยมีบทบาทบนเวที กปปส. และ 3.ลูกเรือแป๊ะ หมายถึงกลุ่มที่เคยมีตำแหน่งในแม่น้ำ 5 สาย จึงเป็นห่วงว่าการปฏิรูปที่กำลังพูดถึงกันจะกลายเป็นการปฏิสังขรณ์รัฐราชการ ภายใต้แนวคิดอนุรักษนิยมให้มีอิทธิพลในบ้านเมืองไปอีกนาน







