
แพ็กนโยบายเศรษฐกิจ ดึงดูดลงทุน ‘อินโดนีเซีย’
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล(มีกราฟฟิกค่ะ) อินโดนีเซียมีการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ และเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาค โดยแพ็กเกจนโยบายด้านเศรษฐกิจฉบับใหม่ของอินโดนีเซียนี้มีความน่าสนใจ เพราะมุ่งเน้นการขยายตัวของการบริโภคในประเทศและการลงทุนเป็นหลัก หวังใช้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีการเจริญเติบโต
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
(มีกราฟฟิกค่ะ) อินโดนีเซียมีการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ และเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาค โดยแพ็กเกจนโยบายด้านเศรษฐกิจฉบับใหม่ของอินโดนีเซียนี้มีความน่าสนใจ เพราะมุ่งเน้นการขยายตัวของการบริโภคในประเทศและการลงทุนเป็นหลัก หวังใช้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีการเจริญเติบโต
สิริบุษย์ อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ให้ข้อมูลว่า แพ็กเกจนโยบายเศรษฐกิจล่าสุดของรัฐบาลอินโดนีเซียเน้นเรื่อง "Creative positive" หรือการสร้างสรรค์ในทางที่ดีขึ้น เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุนให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนว่า ปัจจัยทางการเมืองไม่กระทบต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจ
แพ็กเกจนโยบายเศรษฐกิจฉบับล่าสุดนี้ เน้นเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองและนโยบายต่างๆ ซึ่งมูดี้ส์ (Moody's) มองว่า แพ็กเกจนโยบายเศรษฐกิจฉบับนี้ คือ โอกาสทางธุรกิจของบริษัทโลจิสติกส์ และความสามารถในการแข่งขัน โดยลดความซับซ้อนของกฎระเบียบ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และจำนวนสินค้าที่ถูกกักที่ท่าเรือ และในอนาคตมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ทั้งหมด รวมถึงช่วยในการพัฒนาบริษัทในประเทศ
นอกจากนี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มูดี้ส์ยังได้ปรับอันดับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียใหม่ให้เพิ่มขึ้น ภายหลังการพิจารณาผลกระทบจากแพ็กเกจนโยบายเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา เพื่อการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการเติบโตของจีดีพี
อย่างไรก็ดี รัฐบาลอินโดนีเซียได้มีการออกกฎระเบียบใหม่ในเรื่องการจัดหาสาธารณูปโภคไฟฟ้า การยกเลิกประเภทการลงทุนต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ การสนับสนุนอุตสาหกรรมยา การลดภาษีอสังหาริมทรัพย์ การลดขั้นตอนการขอใบอนุญาต แผนงานในการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซในประเทศ และช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์ของอินโดนีเซียในตลาดโลก ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ เพิ่มความน่าสนใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซียเพิ่มมากขึ้น
"ปัจจุบัน อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของอินโดนีเซียอยู่ที่ 91 โดยเพิ่มขึ้นมา 15 อันดับ จากการจัดอันดับการทำธุรกิจของธนาคารโลก เนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจในประเทศที่ง่ายขึ้นภายใต้ระบบราชการที่เรียบง่าย รวมถึงผลจากการปฏิรูปนโยบายต่างๆ มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น" สิริบุษย์ กล่าว
อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซีย ยังได้ทำการเปิดเขตอุตสาหกรรมพิเศษใหม่ในหลายเขต มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเรียกว่า KEK ซึ่งให้สิ่งอำนวยความสะดวกทางการเงินสำหรับภาษีนำเข้า โดยรัฐบาลอินโดนีเซียยังมีโครงการนิรโทษกรรมทางภาษี เริ่มดำเนินการเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2559 และเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 จากผลการดำเนินโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมากในการรณรงค์ให้ประชาชน/บริษัทยื่นแสดงทรัพย์สิน โดยมูลค่าการยื่นแสดงทรัพย์สินกว่า 4,866 ล้านล้านรูเปียห์ เทียบเท่ากับ 40% ของจีดีพีประเทศ
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของนโยบายดังกล่าว คือ การปฏิรูประบบภาษีของประเทศ และเพื่อเตรียมการสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ เชื่อมโยงฐานข้อมูลการเสียภาษีกับระบบธนาคารระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2561 นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ยกเลิกการห้ามลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนเพิ่มขึ้น นับเป็นการเปิดเสรีให้กับนักลงทุนต่างชาติมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมา







