
ห่วงบาทกระทบศก.
กนง.สั่งติดตามเงินบาทแข็งค่ามากสุดในเอเชียกระทบส่งออก แต่ยังคงดอกเบี้ยนโยบาย และยังไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงิน
กนง.สั่งติดตามเงินบาทแข็งค่ามากสุดในเอเชียกระทบส่งออก แต่ยังคงดอกเบี้ยนโยบาย และยังไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงิน
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วย ผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อไป และอยากให้ ธปท.ติดตามเรื่องเงินบาทแข็งค่าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อแข็งค่ามากกว่าสกุลอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นผลจากความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐลดลง
ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าจะทำให้เม็ดเงินรายได้จากการส่งออกที่เป็นเงินบาทลดลง ทำให้สภาพคล่องไม่สูงเหมือนช่วงบาทอ่อน ดังนั้นผู้ส่งออกหรือ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินควรทำประกันความเสี่ยง
อย่างไรก็ดี ธปท.ยังไม่มีมาตรการในการดูแลเงินทุนไหลเข้าเพิ่มเติม และไม่ลดดอกเบี้ยเพื่อให้ค่าเงินอ่อนลง นโยบายการลดการออกพันธบัตร ธปท.ระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน ที่ดำเนินการอยู่ ก็เพียงพอชะลอเงินทุนระยะสั้นต่างประเทศที่ไหลเข้ามา โดยผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงอาจจะเหมือนลดดอกเบี้ยทางอ้อม แต่ไม่ควรนำมาตรการมาโยงกันว่ามีการลดดอกเบี้ย ที่เงินบาทแข็งทั้งที่เงินทุนไหลเข้าน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนั้น ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจไทยโดดเด่นกว่าประเทศอื่น
"กนง.ไม่ได้กังวลต่อกรณีที่มีนักลงทุนไทยออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ และกู้เงินในประเทศออกไปลงทุนด้วย เนื่องจากสัดส่วนไม่ได้สูง สภาพคล่องในประเทศมีมาก เอกชนก็ระดมทุนในต่างประเทศด้วย ซึ่ง ธปท.มีการดูแลตามหลักเกณฑ์การกำกับ ลูกหนี้รายใหญ่อยู่" นายจาตุรงค์ กล่าว
ด้านเศรษฐกิจในประเทศ กนง.เห็นว่าเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มทยอยปรับสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอลงจากราคาน้ำมัน และราคาอาหารลดลงตามผลผลิต ผักและผลไม้ที่มีมากขึ้นตามสภาวะอากาศ เงินเฟ้อไม่น่าจะเข้าสู่กรอบล่างของเป้าหมายที่ 1%







