
มัณฑะเลย์ ซูเปอร์เกตเวย์ เชื่อมการค้าตะวันออกสู่ตะวันตก
ดวงใจ จิตต์มงคลจากกิจกรรมใหญ่แห่งปี 2560 โครงการ"CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งอนาคต" โดย หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ ร่วมกับ บริษัท บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ ได้จัดสัมมนาไปแล้วทั้ง 3 โปรแกรมในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
ดวงใจ จิตต์มงคล
จากกิจกรรมใหญ่แห่งปี 2560 โครงการ"CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งอนาคต" โดย หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ ร่วมกับ บริษัท บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ ได้จัดสัมมนาไปแล้วทั้ง 3 โปรแกรมในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
สำหรับเส้นทางแรก "มุกดาหาร-สะหวันนะเขต 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโลก" ระหว่างวันที่ 3-5 มี.ค. โปรแกรมลำดับที่ 2 "เขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด จ.ตาก-เขตเศรษฐกิจพิเศษ เมียวดี เมียนมา" พร้อมสัมมนาในหัวข้อ "บุกแม่สอด-เมียวดี เจาะตลาดเมียนมา จีน อินเดีย" ระหว่าง วันที่ 19-21 พ.ค. 2560 และโปรแกรมลำดับที่ 3 ในงานสัมมนา "ตราด-เกาะกง เส้นทางยุทธศาสตร์ เจาะตลาดกัมพูชา-เวียดนาม" เมื่อวันที่ 24-26 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดโปรแกรมลำดับที่ 4 ของโครงการ ที่เตรียมจัดขึ้นในหัวข้อ "มัณฑะ เลย์ ซูเปอร์เกตเวย์ โอกาสการค้าการลงทุน" เปิดประตูการค้าสู่ จีน-อินเดีย ระหว่างวันที่ 4-6 ก.ย. 2560 ณ เมือง มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ที่ครองตำแหน่งเมืองศูนย์กลางด้านการ ขนส่งและกระจายสินค้าสำคัญของประเทศ จากจุดเด่นด้านยุทธศาสตร์ทำเล ที่ตั้งและเป็นเมืองรองทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญอีกด้วย
สำหรับโปรแกรมล่าสุดดังกล่าว ผู้จัดพร้อมนำคณะนักธุรกิจร่วมเดินทางสัมผัสบรรยากาศการค้าการลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความรู้จักพฤติกรรม ผู้บริโภคชาวเมียนมาในภูมิภาคมัณฑะเลย์ พร้อมหาโอกาสและช่องทางการขยายธุรกิจสินค้าบริการต่างๆ ผ่านตัวแทนภาคเอกชนทั้งนักธุรกิจตัวจริงชาวเมียนมา และนักธุรกิจไทยที่ลงทุนในเมียนมา
รวมถึงยังนำเยี่ยมชม Mandalay Myotha Industrial Development Public Co.,Ltd.(MMID) สวนอุตสาหกรรม "เอ็มเอ็มไอดี" (มัณฑะเลย์ โมตา อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนต์) ที่รองรับนักลงทุนทั้งในและต่างชาติที่เข้ามาปักหมุดฐานผลิตในเมืองนี้
ข้อมูลเบื้องต้นจากหอการค้าและอุตสาหกรรมภูมิภาคมัณฑะเลย์ (เอ็มอาร์ซีซีไอ) ระบุว่า มัณฑะเลย์เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเมียนมา มีประชากรกว่า 1 ล้านคน มีธุรกิจจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นกิจการ และมีความโดดเด่นด้านภูมิศาสตร์ ทำให้มัณฑะเลย์เป็นศูนย์กลางการค้าหลัก และศูนย์กลางการขนส่งสำหรับกลุ่มสินค้าเครื่องประดับอัญมณี (หยก) และสินค้าเกษตร และด้วยพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ ทางเหนือของประเทศจึงทำให้กลายเป็นเมืองการค้าชายแดนที่เจริญรุ่งเรืองด้วยติดกับประเทศจีนและอินเดีย โดยในช่วงปี 2555-2556 มีมูลค่าการค้าระหว่างเมียนมา-จีนสูงถึง 4,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการค้าเมียนมา-อินเดีย อยู่ที่ประมาณ 1,320 ล้านดอลลาร์
ขณะที่สัดส่วนธุรกิจในมัณฑะเลย์ราว 75% พึ่งพาภาคการเกษตร รวมถึงข้าว น้ำตาล ถั่ว เมล็ดถั่ว ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ธุรกิจดำเนินการค้าเพื่อจัดส่งไปยังตัวแทนจำหน่ายในกรุงย่างกุ้ง หรือส่งออกไปยังจีน หรืออินเดีย
นอกจากนี้ มัณฑะเลย์ยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม โดยในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมของมัณฑะเลย์มีโรงงานมากกว่า 1,100 แห่ง กิจการส่วนใหญ่ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตในภาคสินค้าเกษตร หรือเครื่องจักรกลหนักอื่นๆ รวมถึงมีตัวชี้วัดทางการค้าที่ชัดเจนสำคัญ อย่างธนาคารเอกชนที่เปิดให้บริการกระจายอยู่มากกว่า 14 สาขาในเมือง
ทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลบางส่วนเท่านั้น ที่พร้อมอัพเดทภาพรวม ความคึกคักของเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนเมืองมัณฑะเลย์ ในฐานะประตูบานใหญ่ที่พร้อมเชื่อมการค้า จากโลกตะวันออกไปสู่โลกตะวันตก โดยผ่านจีน และอินเดีย ให้กับผู้ประกอบการไทยที่มองเห็นโอกาสใหม่ในตลาดนี้ร่วมกัน







