
ปตท.สผ.คาดปี’61 เชลแก๊สฉุดราคาน้ำมัน
ปตท.สผ.ประเมินเชลแก๊สกดดันราคาน้ำมันลง จ่อลดประมาณการราคาปี 2561 ให้ต่ำกว่า 56 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง เพิ่มกำลังการผลิต
ปตท.สผ.ประเมินเชลแก๊สกดดันราคาน้ำมันลง จ่อลดประมาณการราคาปี 2561 ให้ต่ำกว่า 56 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง เพิ่มกำลังการผลิต
พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการราคาน้ำมัน 5 ปีข้างหน้า ลดลงจากเดิมที่คาดว่าปี 2561 ราคาจะขึ้นไปที่ 56 ดอลลาร์/บาร์เรล และขึ้นอีก 5 ดอลลาร์/บาร์เรล/ปี ในปีถัดไป เนื่องจากการผลิตน้ำมันโลกจะเติบโตมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะจากแหล่งเชลแก๊สที่ผลิตออกมามากขึ้นด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แม้ความต้องการใช้ยังเติบโต
อย่างไรก็ตาม ยังคงมุมมองราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้ไว้ประมาณ 49 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยครึ่งปีหลังคาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ในกรอบ 49-50 ดอลลาร์/บาร์เรล จากครึ่งปีแรกเฉลี่ยที่ 50.6 ดอลลาร์/บาร์เรล
ล่าสุด บริษัทโรงกลั่นน้ำมันในเครือบริษัท เชฟรอน เซาท์ เอเชีย โฮลดิ้งส์ คือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง เพิ่งประกาศลงทุนเพิ่มภายหลังประกาศกำไรไตรมาส 2 ออกมา 593 ล้านบาท ลดลง 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกของปีนี้มีกำไร 3,503 ล้านบาท ลดลง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
วิชัย ชุณหสมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายการเงินและการคลัง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพิ่งอนุมัติเงินทุนโครงการเพิ่มกำลังการผลิตหน่วยการกลั่นน้ำมันดิบและหน่วยการผลิตที่ต่อเนื่อง จาก 1.65 แสนบาร์เรล/วัน เป็น 1.75 แสนบาร์เรล/วัน
บริษัทกำลังทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าโครงการนี้ใช้เงินลงทุน 70 ล้านดอลลาร์ จะแล้วเสร็จปี 2562 ช่วงเดียวกับแผนหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ทุก 5 ปีของโรงกลั่น
วิชัย กล่าวว่า กำไรไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่ลดลงปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายและราคาขายลด ซึ่งปริมาณการขายลดลงเพราะบริษัทหยุดซ่อมหอกลั่นน้ำมันดิบไป 10 วันช่วงเดือน มิ.ย. แต่หลังหยุดซ่อมไปก็กลับมาเดินเครื่องผลิตตามปกติแล้ว และมีอัตราการผลิตได้ที่ 1.65 แสนบาร์เรล/วันเหมือนเดิม
ขณะที่ครึ่งปีหลังไม่มีการปิดซ่อมหอกลั่น คาดว่าจะรักษาปริมาณการ กลั่นที่ 1.65 แสนบาร์เรล/วันได้ ส่วนทั้งปีปริมาณการกลั่นเฉลี่ยคงไม่ได้ 1.65 แสนบาร์เรล/วัน เพราะต้องรับผล กระทบ 10 วันที่หยุดผลิตไป ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้ตั้งเป้ารายได้ เพราะธุรกิจโรงกลั่นรายได้ไม่มีผลสำคัญกับกำไร สิ่งสำคัญคือลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มค่าการกลั่น ซึ่งค่าการกลั่นไตรมาส 2 ของบริษัท อยู่ที่ 6.85 ดอลลาร์/บาร์เรล ครึ่งแรกปีนี้ค่าการกลั่นเฉลี่ย 7.47 ดอลลาร์/บาร์เรล และหลังไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบันยังรักษาระดับค่าการกลั่นได้สูง ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่มีค่าการกลั่น 5-7 ดอลลาร์/บาร์เรล
ด้านทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกคาดว่าปีนี้ปรับตัวไม่หวือหวา น่าจะอยู่ในระดับ 45-55 ดอลลาร์/บาร์เรล เพราะแม้กลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และนอกกลุ่มโอเปกจะขยายเวลาลดกำลังผลิตไปถึงเดือน มี.ค. 2561 แต่กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐก็ทำให้กำลังผลิตรวมไม่ได้ลดลงมาก
ทั้งนี้ ในเชิงธุรกิจ ราคาน้ำมันดิบลดแม้ทำให้ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน แต่ราคาลงถึงจุดหนึ่งก็มีโอกาสขึ้น ทำให้มีกำไรส่วนต่างสต๊อกน้ำมันเช่นกัน ในเชิงบัญชีราคาน้ำมันที่ขายไม่ได้มีผลต่อกำไรโรงกลั่น ปี 2557 ราคาขายน้ำมันเคยสูงถึง 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ทำให้บริษัทขาดทุน ส่วนปัจจุบันราคาขาย 50 ดอลลาร์/บาร์เรล ก็ยังทำกำไรได้







