
เสกเงินได้ด้วยปลายนิ้ว
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ถ้าเงินล้านหาง่ายในเวลานิดเดียว ป่านนี้คงมีแต่มหาเศรษฐีเต็มประเทศไทย แต่เพราะเงินล้านหาไม่ง่าย จึงมีคนประสบปัญหาเงินขาดมือรับยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเต็มไปหมด
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ถ้าเงินล้านหาง่ายในเวลานิดเดียว ป่านนี้คงมีแต่มหาเศรษฐีเต็มประเทศไทย แต่เพราะเงินล้านหาไม่ง่าย จึงมีคนประสบปัญหาเงินขาดมือรับยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเต็มไปหมด
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าเงินล้านหาไม่ง่ายแล้วจะหาไม่ได้ แค่มีฝีมือและรู้จักใช้ฝีมือตัวเองให้เกิดประโยชน์ เพียงเท่านี้ก็มีโอกาสไปสู่รายได้หลักล้านบาทได้แล้ว
บุคคลที่จะกล่าวถึงนี้ คือ ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือนที่รู้จัก มองหาช่องทางสร้างรายได้เสริมด้วยการวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ขายและถ่ายภาพส่งขายในเว็บไซต์ขายภาพ จนสร้าง รายได้เสริมได้ทุกเดือน
เริ่มที่ ณัฐพล อนุกูลรังสรรค์ หัวหน้าฝ่ายคอนเทนต์ เชิงกลยุทธ์และการจัดโปรแกรม บริษัท เวบ ทีวี เอเซีย ผู้ที่สร้างรายได้เสริมจากการวาดรูปทำสติ๊กเกอร์ไลน์ขาย โดยใช้ชื่อ "นัทตูน"
ณัฐพล เล่าว่า การหารายได้เสริมจากสติ๊กเกอร์ไลน์ ของเขาไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากอยากหาเงิน แต่เริ่มจากความต้องการเล็กๆ อยากมีสติ๊กเกอร์ไลน์แบบที่ตัวเองอยากใช้ไว้ส่งให้เพื่อน จึงลงมือวาดส่งไป 2 ปีก่อน ลายแรก ที่ส่งให้ผู้ตรวจของไลน์พิจารณาใช้เวลา 4 เดือนกว่าจะได้รับอนุมัติ
เมื่อนำมาใช้จริง ยังไม่รู้สึกว่าเป็นสติ๊กเกอร์ที่ตัวเอง ต้องการ จึงเริ่มออกลายที่ 2 คราวนี้พยายามมองเรื่องการหารายได้เสริมผ่านการขายสติ๊กเกอร์ไลน์ด้วย เพราะเริ่มเห็นศักยภาพยอดผู้ใช้ไลน์ทั้งในไทยและทั่วโลก โดยพยายามออกแบบตัวละครที่คิดว่าจะถูกใจคน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ลายที่ขายดี
จากนั้นจึงออกแบบลายต่อไป ครั้งนี้หันกลับมามองตัวเองว่า อยากได้อะไร วาดแบบที่เป็นตัวของ ตัวเอง ปรากฏว่าลายนี้ขายได้เรื่อยๆ จากวันแรกถึงวันนี้ ออกลายสติ๊กเกอร์แล้ว 14 ลาย ผลคือสร้างรายได้ให้เฉลี่ย 2,000-3,000 บาททุกเดือน หากเป็นช่วงสติ๊กเกอร์เพิ่งเริ่มขาย เคยขายดีที่สุดกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน ปัจจุบันแม้ไม่ได้วาดลายใหม่เพิ่ม ก็มีรายได้การขายสติ๊กเกอร์ลายเก่าเรื่อยๆ แต่หากหลังจากนี้มีเวลาว่างก็คงวาดเพิ่มอีก
ณัฐพล แนะนำว่า คนยุคนี้มีช่องทางหารายได้มากมายบนอินเทอร์เน็ต นอกจากวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ขาย ถ้าถ่ายรูปเก่งก็มีเว็บไซต์ชัตเตอร์สต๊อกให้ขายภาพได้ แต่ถ้าหวังว่าการหารายได้เหล่านี้จะเป็นได้มาแบบเสือนอนกิน ไม่ต้องเหนื่อยเลย เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
"ถ้าใจไม่รักทำไปไม่น่าจะรอด แต่ถ้าใจรักให้ทำเลย ไม่ต้องกลัว ที่ผ่านมาคนส่วนมากจะทำอะไรสักอย่างมักมองว่ามีคนทำไปแล้วไม่ทำอีกดีกว่า ที่จริงถึงมีคนทำอยู่แล้วก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้อีก ถ้าเราถนัด เราทำแบบของเรา อาจสร้างความแตกต่างได้ ต้องหาตัวเองให้เจอว่าชอบอะไร ก็จะมีช่องว่างให้หารายได้ เหมือนวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ ต่อให้วาดภูเขาเหมือนกันแต่ลายเส้นแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว"
สุดท้าย ณัฐพล ฝากไว้ว่า หากทำอะไรแล้วสนุกก็ทำเลย เพราะคนที่ทำแล้วสำเร็จ ส่วนมากเริ่มจากทำเพราะสนุกทั้งนั้น คงเป็นเพราะสนุกแล้วเราจะมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำ
จุฑารัตน์ คงทน อาร์ตไดเรกเตอร์ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) นักวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ที่ใช้ชื่อว่า "meowmellow" กล่าวว่า เริ่มวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ชิ้นแรกปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสติ๊กเกอร์ไลน์ขาย 3 ลาย
ลายแรกที่วาดไม่ได้คิดว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จากนั้นเริ่มมองมากขึ้นว่ามีกลุ่มเป้าหมายที่ใช้เป็นใคร แล้วทดลองวาดรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น เช่น ภาพสีน้ำ
ที่ผ่านมา ลายสติ๊กเกอร์ไลน์ที่ขายจะทำรายได้ให้ ทุกเดือน มากน้อยต่างกัน บางลายแม้เป็นภาษาไทยแต่เมื่อไปดูสถิติการซื้อ พบว่ามีคนที่อยู่ต่างประเทศมาซื้อด้วย
จุฑารัตน์ ระบุว่า รายได้จากการขายสติ๊กเกอร์ไลน์ไม่ได้มากมายนัก หลักพันเยนต่อเดือน หรือหลักร้อยบาท นั่นเอง แต่ช่วงเดือนไหนที่เปิดตัวสติ๊กเกอร์ลายใหม่ๆ ของเราก็จะสร้างรายได้มากหน่อย
สำหรับหลังจากนี้ คงจะวาดลายใหม่ๆ ขายอีก เพราะ รู้สึกว่าเราใช้เองก็มีความสุข อีกทั้งมีความสุขที่เห็น ลายเส้นของตัวเองถูกคนอื่นนำไปใช้ด้วย และอยากแนะนำคนอื่นๆ ที่ชอบวาดรูปเหมือนกันว่า ถ้ามีฝีมือวาดภาพอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำและหารายได้เสริมจากการวาดสติ๊กเกอร์ไลน์
"ถ้าตั้งใจทำให้ดีก็สร้างรายได้ เสริมได้ อาจเริ่มจากมองคน ส่วนใหญ่ชอบอะไร แล้วมองตัวเอง ว่าชอบอะไร จากนั้นนำสิ่งที่คนส่วนใหญ่และเราชอบเหมือนกันมาเป็นแนวคิดทำ ไม่ต้องวาดภาพก็ได้ ถ้าถนัดถ่ายรูป นำรูปถ่ายมาตัดแต่งแล้วใส่เสริมด้วยสิ่งที่เราอยากพูด สนุกในแบบของตัวเอง"
ธีรยุทธ ยุคันตพรพงษ์ ช่างภาพที่ถ่ายภาพส่งขาย ในเว็บไซต์ขายภาพ กล่าวว่า เดิมทำงานประจำ และเนื่องจากเป็นคนชอบถ่ายภาพเลยนึกสนุกลองถ่ายภาพส่งขาย โดยที่ไม่ได้คาดหวังจะได้รายได้จากช่องทางนี้มาก แค่ขายได้ก็สนุกแล้ว
"เราสนุกกับการถ่ายภาพ ถ้าทำรายได้ด้วยก็สนุกไปอีกแบบ"
แม้รายได้จากการขายภาพในเว็บไซต์แต่ละครั้งไม่สูงมากไม่ถึง 10 บาท/รูป แต่พอมีภาพถ่ายส่งขายในเว็บไซต์มากขึ้น ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องมีบางภาพที่โดนใจลูกค้า แต่ยอมรับว่าต้องใช้เวลา 2-3 ปี ในการทำ และรู้ว่ารูปแบบไหนที่ตัวเองถ่ายแล้วขายดี
ธีรยุทธ กล่าวว่า คนที่ถ่ายภาพส่งขายในเว็บไซต์เพื่อเป็นรายได้เสริมก็มีมาก และก็มีบ้างสำหรับคนที่ขายภาพผ่านเว็บไซต์จริงจัง จนมีรายได้หลักล้านบาท แต่คนเหล่านี้มีไม่มาก ส่วนใหญ่คนที่ทำได้ระดับนี้จะมีแนวคิด มีสไตล์ถ่ายภาพแบบตัวเอง บางคนมาจากวงการโฆษณาจะรู้ว่าภาพแบบไหนคือแบบที่ลูกค้าต้องการนำไปใช้ ก็จะมีข้อได้เปรียบ
สำหรับ ธีรยุทธ แนวถ่ายภาพที่ถนัดและขายดีเป็นภาพอาหาร จุดเริ่มต้นการถ่ายภาพอาหารมาจากตัวเขาและแฟนชอบรับประทานอาหาร เวลาไปรับประทานที่ไหนก็จะถ่ายภาพด้วย เช่น ไปร้านสเต๊กที่จัดจานไว้สวยอยู่แล้ว ก็ถ่ายภาพมา
ขณะที่รายได้การขายภาพในเว็บไซต์ไม่แน่นอน แต่ขายได้ระยะหนึ่งจะพอทราบว่า ช่วงเวลาไหนที่คนซื้อมาก ช่วงไหนที่เงียบ เช่น ช่วงคริสต์มาส ปีใหม่ ยอดขายจะเงียบมาก เพราะคนเตรียมตัวหยุดพักผ่อน หรือถ้ามีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ไฟไหม้ประเทศไหนที่เป็นลูกค้าซึ่งซื้อรูปมาก ช่วงนั้นรายได้จากลูกค้าแถบนั้นก็หายไป
ที่ผ่านมา การขายภาพในเว็บไซต์มีตั้งแต่สร้างรายได้ หลักพันบาทจนถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ทุกวันนี้จึงไม่ได้ทำงานประจำแล้ว แต่ออกมาถ่ายภาพขายผ่านเว็บไซต์ไปด้วย พร้อมกับทำงานอิสระด้วย
ธีรยุทธ แนะนำว่า หากต้องการหารายได้เสริมจากช่องทางออนไลน์แบบนี้ ไม่ยาก เพียงเริ่มต้นจากสิ่ง ใกล้ตัวที่ตัวเองชอบแล้วลงมือทำ จากนั้นก็ทำอย่าง ต่อเนื่องเช่น ถ้าจะขายรูปในเว็บไซต์ก็มีคำแนะนำมากมายบนออนไลน์ให้ศึกษาว่าต้องถ่ายอย่างไร ส่งอย่างไร
"ถ้าเราทำในสิ่งที่รักจะทำได้ดี ข้อมูลหาง่ายมาก แต่การลงมือทำต้องใช้เวลากับมัน เพราะรูปบางรูปเราคิดว่าน่าจะขายได้ ส่งเข้าไป บางทีคุณภาพไม่ได้ หรือติดข้อกฎหมาย เช่น รูปคน ต้องมีลายเซ็นอนุญาต ถ่ายตามสถานที่ อาคารต่างๆ ก็ต้องได้รับอนุญาต"
ทั้งนี้ ธีรยุทธ เชื่อว่า การหารายได้หลายๆ ทางเป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้ามีรายได้ทางเดียว แล้วรายได้ด้าน นั้นมีปัญหา ก็เท่ากับรายได้หายไปเลย และการหารายได้เสริมบางเส้นทางถ้าทำดีๆ ก็กลายเป็นเส้นทางรายได้หลักได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามถ้าจะหารายได้ เสริมจากงานอดิเรกก็ต้องบริหารเวลาให้ดีไม่ให้เสียถึงงานประจำด้วย
วิชญ เกียรติยิ่งอังศุลี ช่างภาพที่ถ่ายภาพขายผ่านเว็บไซต์ และเป็นเจ้าของเพจ Travel Planet Xperiences กล่าวว่า เคยเป็นบล็อกเกอร์มาก่อน แล้วก็มาถ่ายภาพขายเว็บไซต์ 7 ปีแล้ว เริ่มจากเป็นคนชอบถ่ายภาพแล้วเข้าไปในชุมชนออนไลน์ของคนที่ชอบถ่ายภาพเหมือนกัน ได้ยินเกี่ยวกับช่องทางหารายได้แบบนี้ จึงมองเป็นธุรกิจน่าสนใจ เพราะรูป 1 รูปที่ถ่ายขายเป็น แค่ขายสิทธิใช้งาน สามารถขายได้ตลอดชีวิต ยิ่งส่งภาพ ขายมาก ยิ่งสร้างรายได้เข้ามาเรื่อยๆ
จากประสบการณ์ขายภาพผ่านเว็บไซต์มานาน มีภาพ ขายในเว็บไซต์แล้วจำนวนมาก จึงทำรายได้ได้ทุกเดือน ต่ำสุดอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน (ประมาณ 3,300 บาท) มากสุดที่ทำได้คือ 7,000-8,000 ดอลลาร์/เดือน (2.31-2.64 แสนบาท)
แนวภาพที่ขายดีของ วิชญ คือ ภาพท่องเที่ยว ภูมิประเทศ ภาพเมือง ภาพเหล่านี้เป็นแนวถ่ายภาพที่ถนัด แต่ก็ต้องบอกคนอื่นก่อนว่า ธุรกิจนี้ภาพแนวท่องเที่ยวมีโอกาสสร้างรายได้ไม่ดีเท่าแนวอื่น เช่น ถ่ายแนวธุรกิจ จัดฉากให้คนใส่สูทถ่ายภาพไปใช้เชิงธุรกิจได้มากกว่า
วิธีของวิชญ คือ ไม่ได้ส่งภาพขายที่เว็บไซต์เดียว แต่ส่งขายพร้อมกันผ่านหลายเว็บไซต์เพื่อเพิ่มโอกาสขาย รวมแล้วประมาณ 20 เว็บไซต์ ระยะหลังก็เพิ่มแนวขาย จากเดิมถ่ายภาพอย่างเดียว ก็มาถ่ายวิดีโอด้วย แต่สำหรับ วิดีโอจะเลือกส่งขายเว็บไซต์เดียว ขณะเดียวกันก็หันมาเปิดเพจเฟซบุ๊ก รีวิวท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเพจเป็นอีกช่องทางสร้างรายได้ให้จากการมีลูกค้าติดต่อรีวิวผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันจึงไม่ได้ทำงานประจำแล้ว แต่ถ่ายภาพขายเว็บไซต์คู่กับทำเพจ
วิชญ ทิ้งท้ายว่า แต่ละคนมีความถนัดของตัวเองต่างกัน ปัจจุบันโลกออนไลน์เป็นช่องทางนำความถนัดมาหารายได้ได้ ขอเพียงกลับมาดูว่าเราชอบอะไร ถนัดด้านไหน จากนั้นหาช่องทางสร้างรายได้ซึ่งหาไม่ยาก แล้วก็แสดงความถนัดที่มีให้คนเห็น ในที่สุดจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องการความถนัดของเราไปใช้ แล้วเราก็จะหารายได้ เสริมได้
จะเห็นได้ว่า คนกลุ่มนี้ ที่หารายได้เสริมจากฝีมือของตัวเอง ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากการทำสิ่งที่รักและทำอย่างตั้งใจ หากคุณคือ คนหนึ่งที่กำลังกลุ้มใจกับรายได้ที่น้อยลงแต่รายจ่ายเพิ่ม ลองย้อนดูว่าตัวเองถนัดด้านไหน แล้วใช้ความถนัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาว่าง จากงานประจำ
แค่เริ่มลงมือทำก็สำเร็จไปหนึ่งก้าวแล้ว อย่าเพียงแค่อยากอยู่ในใจแล้วเงียบหายไป







