
ออมในหุ้นเพื่อเกษียณไม่เสี่ยงอย่างที่คิด
ธนาวุฒิ พรโรจนางกูรบลจ.บางกอกแคปปิตอล นอกจากความสามารถในการสร้างรายได้และการออมไว้สำหรับอนาคตแล้ว
ธนาวุฒิ พรโรจนางกูรบลจ.บางกอกแคปปิตอล
นอกจากความสามารถในการสร้างรายได้และการออมไว้สำหรับอนาคตแล้ว
เคล็ดที่ไม่ลับของมนุษย์เงินเดือนที่สามารถกลายเป็นเศรษฐีในยามเกษียณที่มีความสำคัญอันดับแรก คือ การให้เงินทำงานเพิ่มค่าในระยะยาวด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านการลงทุน
เนื่องจากทุกวันนี้ไม่มีใครออมเงินไว้ในโอ่งในไห และอย่างน้อยที่สุดก็นำเงินไปฝากธนาคาร ซึ่งจริงๆแล้วก็ถือเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่เราปล่อยกู้ให้ธนาคารนำไปหาโอกาสให้ผู้อื่นกู้ต่ออีกทีหนึ่ง
ดังนั้น การออมและการลงทุน คือ เรื่องเดียวกันที่ทุกคนต้องมีความเข้าใจในพื้นฐานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การปลูกฝังนิสัยในการออมโดยไม่ให้ ความสำคัญที่เพียงพอต่อวิธีการนำเงินออมไปลงทุน จะทำให้เงินออมดังกล่าวเสียโอกาสในการเติบโตอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ มีคนอีกนับล้านที่พลาดโอกาสเป็นเศรษฐีในยามเกษียณ เพราะไม่เคยให้เงินออมทำงานให้เลย
เรามาลองดูตัวอย่างง่ายๆ ของมนุษย์เงินเดือน ที่สามารถออมเงินเดือนละ 1 หมื่นบาทในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา
โดยเปรียบเทียบระหว่างการนำเงินออมดังกล่าวไปลงทุนฝากธนาคาร กับการนำเงินไปลงทุนในหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย
การฝากธนาคารสะสมความมั่งคั่ง ณ มูลค่าปัจจุบันได้ประมาณ 3 ล้านบาท ส่วนการออมในหุ้นไทยสะสมความมั่งคั่งได้ถึงเกือบ 10 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าความมั่งคั่งที่สะสมได้มีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่เรานำเงินออมไปลงทุน
ดังนั้น หัวใจของความสำเร็จในการ ลงทุนระยะยาว คือ ความเข้าใจผลตอบแทน ที่คาดหวังและความเสี่ยงที่จะได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท
รูปที่ 1 แสดงผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี 5 ปี และ 3 ปี จากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2559 ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า การลงทุนในหุ้น มีผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าทางเลือก อื่นมาก
อย่างไรก็ดี รูปที่ 2 แสดงให้เห็นว่า ผลตอบแทนรายปี จากการลงทุนในหุ้นมีความผันผวนสูงมาก โดยเคยมีผลตอบแทนราย 12 เดือนที่สูงสุดตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์เปิดดำเนินงานที่ 164%
สิ้นสุดเดือน ก.ย. 2530 และ ผลตอบแทนราย 12 เดือน ต่ำสุดที่ ลบ 59% สิ้นสุดเดือน ก.ค. 2541 ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
ข้อมูลนี้ยังแสดงให้เห็นอีกว่าโอกาสขาดทุนในการลงทุนในหุ้นเป็นระยะเวลา 12 เดือน มีถึง 37% แต่ภาพความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ถ้าเรามองจากการลงทุนระยะยาวโดยผลตอบแทนในการลงทุนระยะยาว 20 ปี ที่สูงสุดตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์เปิด ดำเนินงาน คือประมาณ 15% ต่อปี และผลตอบแทนต่ำสุดในการลงทุนระยะยาว 20 ปี ที่เกือบ 1% ต่อปี โดยข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในหุ้นระยะยาว 20 ปี ไม่เคยขาดทุนเลย ตั้งแต่มีการก่อตั้งตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ประเด็นสุดท้ายที่อยากฝากข้อคิด คือ ความเข้าใจว่าการลงทุนเพื่อการเกษียณ เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีอายุการลงทุนเฉลี่ยประมาณ 30 ปี
เราสามารถคิดคร่าวๆ ได้ว่าเงินที่ออมช่วงอายุ 25-30 ปี จะถูกนำมาใช้ช่วง 5 ปี แรกหลังเกษียณ ระหว่างอายุ 60-65 ปี
ส่วนเงินออมช่วงสุดท้ายในวัยทำงานที่เก็บระหว่างอายุ 55-60 ปี จะถูกนำมาใช้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตหลังอายุ 85 ปี
ด้วยระยะเวลาการลงทุนเพื่อการเกษียณที่ยาวนานเช่นนี้ เราควรพิจารณาประโยชน์จากการลงทุนระยะยาวในหุ้นที่อาจไม่ได้เสี่ยงอย่างที่เราเห็นจากการลงทุน ระยะสั้นในหุ้น มาให้เงินทำงานหนักเพื่อการ เกษียณของเรากันดีกว่า







