posttoday
จัดสรรพอร์ต ลงทุนเดือน ส.ค.

จัดสรรพอร์ต ลงทุนเดือน ส.ค.

09 สิงหาคม 2560

บลจ.วรรณภาพการลงทุนของเดือน ส.ค.นี้ บลจ.วรรณ คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth โดยคาดว่า สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินโลกที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงชะลอตัวลงทั้งในประเทศสหรัฐและยุโรป

บลจ.วรรณ

ภาพการลงทุนของเดือน ส.ค.นี้ บลจ.วรรณ คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth โดยคาดว่า สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินโลกที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงชะลอตัวลงทั้งในประเทศสหรัฐและยุโรป

ตลาดต่างประเทศ ภาพรวมในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ปรับตัวดีขึ้น โดย MSCI EM ปรับตัวอยู่ที่ ระดับ 5.13% รองลงมา คือ MSCI ASIA PAC EX JAPAN (ตลาดหุ้นในแถบเอเชียไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่น) ปรับตัวอยู่ที่ระดับ 4.84% ซึ่งมีปัจจัยจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับยังมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าภูมิภาค EM เนื่องจากเริ่มเห็นความชัดเจนเรื่องแนวทางการลดขนาดงบดุลและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะไม่ขึ้นรวดเร็วนัก ตลาดหุ้นประเทศ สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2560 เริ่มออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี

อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในการประชุมเดือน ธ.ค. 2560 อีกครั้ง ซึ่งโอกาสการปรับขึ้นลดลงเหลือไม่ถึง 50% อีกทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรและปอนด์หลังจากที่ตลาดกังวลว่าธนาคารยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) มีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด และร่างกฎหมายแก้ไข "โอบามาแคร์" ยังไม่ผ่านการโหวตของวุฒิสภา ตลาดหุ้นแถบยูโรโซน ช่วงที่ผ่านมายังคงถูกกดดันจากความ กังวลว่า อีซีบีจะใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ซึ่งต้องติดตามผลประชุมเศรษฐกิจที่เมืองแจ็กสัน โฮล (Jackson Hole Economic Symposium) ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ โดยเฉพาะถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป เกี่ยวกับการส่งสัญญาณเรื่องการลดปริมาณคิวอี โดยระยะสั้นคาดว่าตลาดในแถบยูโรโซนอาจมีความผันผวนใน ช่วงปลายเดือนนี้

ตลาดหุ้นไทย คาดว่าการซื้อขาย ตลาดยังเป็นลักษณะของการ Rotation หุ้น เนื่องจากไม่มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ มากนัก โดย SET Index อาจได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งอาจเกิดการขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวขึ้นมามาก ด้านปัจจัยภายในประเทศแนวโน้มการปรับลดผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หลังจากที่คาดว่าไตรมาส 2 น่าจะ ปรับตัวลดลง จากราคาน้ำมันและการ ฟื้นตัวของภาคบริโภคเอกชนที่ค่อนข้างช้า แต่คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ และความคืบหน้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การ e-auction รถไฟทางคู่ที่อาจเข้ามาสนับสนุนกลุ่มรับเหมา ทั้งนี้ โดยรวมมองว่าดัชนียังทรงตัวอยู่ได้ โดยในแง่เงินปันผลของตลาดยังน่าสนใจ และหากดัชนีปรับตัวลดลงต่ำกว่า 1,560 จุด ถือเป็นโอกาสในการสะสม

ตลาดตราสารหนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับตัวลดลงตามอัตราผลตอบแทนรัฐบาลสหรัฐ ประกอบกับมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในตลาดตราสารหนี้ไทย เนื่องจากตลาดและนักลงทุนยังกังวลถึงความไม่แน่นอนในการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ จากนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อีกครั้งในเดือน ธ.ค. 2560 จึงส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

การแข็งค่าของค่าเงินบาททำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเข้าแทรกแซงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ผ่านการขายเงินบาท เพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมา และการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินบาทในประเทศดังกล่าว ทำให้ ธปท.ต้องดูดซับสภาพคล่องกลับเข้าในตลาดตราสารหนี้ (Sterilization) โดยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากนักลงทุนภายในประเทศ (Open Market Operations) ทำให้คาดการณ์ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีทิศทาง ปรับตัวลดลงในช่วงเดือนนี้ จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุน อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐ เพราะหากมีความชัดเจนขึ้นจะส่งผลต่อแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายกลับของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ

ราคาน้ำมัน ระยะนี้ทิศทางราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้บ้าง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น สะท้อนจากตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบที่ลดลงจากการแปรรูปน้ำมันดิบตามความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นของตลาดสหรัฐ โดยมองกรอบระยะสั้นอยู่ที่ระดับ 48-53 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ เป้าหมายของความต้องการควบคุมปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มนอกโอเปกและโอเปก ในระยะนี้มองว่า ไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน เพราะยังคงเป้าหมายการควบคุมการผลิตที่ 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน ตามข้อตกลงเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ไปถึงเดือน มี.ค.ปีหน้า

คำแนะนำด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุนของเดือนนี้ สำหรับความเสี่ยงระดับปานกลาง แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนใน หุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 25% หุ้นต่างประเทศ 30% โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้น EM และตราสารหนี้ระยะสั้น 40% และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท