
เมื่อเอไอมาแล้ว เซียนหุ้นต้องปรับตัว
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์+กราฟและรูปเทคโนโลยีคืบคลานมามีผลกับชีวิตคนเราทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งการลงทุน
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์+กราฟและรูป
เทคโนโลยีคืบคลานมามีผลกับชีวิตคนเราทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งการลงทุน
อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาซื้อขายหุ้นแทนคนได้และทำได้ดีด้วย จน อดสงสัยไม่ได้ว่า หรืออนาคตเหล่าเซียนหุ้น ทั้งหลายจะต้องตกมาตายพ่ายเอไอ?
ในงานสัมมนาของบริษัท อีเว้นท์ทูมอร์โรว์ หัวข้อ "เจาะระบบสมองกลหุ่นยนต์เอไอกับการลงทุนยุคดิจิทัล" ถกกันถึงประเด็นการใช้หุ่นยนต์ หรือเอไอ ซื้อขายหุ้น โดย ศุภวัฒน์ สุภัควงศ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักพัฒนาเอไอซื้อขายหุ้น กล่าวว่า หุ่นยนต์ หรือเอไอ เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการลงทุนให้นักลงทุนได้ ในส่วนงานที่นักลงทุนยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
เช่น วิธีบริหารจัดการเงินยังไม่ดี จิตวิทยาไม่ดี หุ่นยนต์และเอไอจะช่วยเรื่องเหล่านี้ ทำให้ซื้อขายหุ้นมีประสิทธิภาพขึ้น
ระบบการซื้อขายด้วยหุ่นยนต์ โดยหลักก็คือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสแกนหาหุ้น แล้วส่งคำสั่งซื้อขายให้ โดยการหาหุ้นจะทำงานตามคำสั่ง ที่เราเขียนไว้ ถ้าเราเขียนดีพอ หลังตลาดเปิดทำการ ข้อมูลที่เขียนไว้จะไหลเข้าคอมพิวเตอร์ประมวลผลแล้วค้นหาหุ้นที่มีเงื่อนไขซื้อตรง ตามคำสั่งที่เรากำหนด
เป็นการส่งคำสั่งซื้อให้แบบอัตโนมัติ ไม่ได้วิเคราะห์กลยุทธ์อะไรให้ แต่ทำตามคำสั่ง
ขณะที่เอไอ ถ้าให้เปรียบแล้วก็เป็นเหมือนสมองของหุ่นยนต์ จะมีความสามารถเพิ่มอีกระดับ นอกจากส่งคำสั่งซื้อขายตามเงื่อนไข คำสั่งที่ป้อน เอไอจะเป็นสมองที่เรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ที่ป้อน เช่น ความรู้เชิงเทคนิค ความรู้ เชิงปัจจัยพื้นฐาน และความรู้ด้านอื่นๆ แล้ววิเคราะห์ด้วย จึงทำให้เอไอเป็นเหมือนนักวิเคราะห์กลยุทธ์ซื้อขาย
ศุภวัฒน์ อธิบายการให้หุ่นยนต์หรือเอไอ ซื้อขายให้เห็นชัดขึ้นว่า สมมติหุ้นตัวหนึ่งราคาปรับขึ้นมาเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ก็มีแรงเทขายแรงๆ ออกมาในหุ้นตัวนั้น ถ้าเป็นการซื้อขายด้วยหุ่นยนต์ ก็คงจะไม่เทขายหุ้นตัวนั้นออกมาทีเดียวตามแรงเทขายของตลาด
การซื้อขายในแบบหุ่นยนต์ จะขายตามเงื่อนไขและรายละเอียดที่ถูกกำหนดไว้โดย ผู้ป้อนคำสั่ง โดยนำประเด็นเรื่องปริมาณการซื้อขายหุ้นแต่ละช่วงเวลาของวันมาประกอบด้วย
หากเป็นช่วงเวลาที่มีคนซื้อขายน้อย เช่น ช่วงตลาดหุ้นเปิดทำการ ก็จะปล่อยหุ้นออกมาขายน้อย แต่ถ้าเป็นช่วงใกล้ตลาดปิดทำการ คนเข้ามาซื้อขายมากก็จะปล่อยขายหุ้นออกมามาก
ศุภวัฒน์ ชี้ว่า ปัจจุบันในไทย การซื้อขายที่เกิดจากหุ่นยนต์ หรือเอไอ สั่งซื้อยังไม่เกิน 20% ของมูลค่าการซื้อขายแต่ละวันจึงยังไม่กระทบนักลงทุนนัก
อย่างไรก็ดี เอไอมีความสามารถส่งคำสั่งซื้อขายด้วยความเร็วและความถี่สูงมาก หากเป็นในตลาดหุ้นสหรัฐที่มีหลายตลาด เอไอจะชิง ความได้เปรียบซื้อขายหุ้นตัวเดียวที่จดทะเบียนอยู่ในหลายตลาดได้ โดยการซื้อจากตลาดหนึ่งไปทำกำไรอีกตลาดหนึ่ง
ความเร็วในการซื้อขายที่เอไอทำได้เริ่ม จาก 1/1,000 วินาที แล้วพัฒนาเป็น 1/1 ล้านวินาที และปัจจุบันกำลังพัฒนาเป็นความเร็วระดับนาโน หรือ 1/1,000 ล้านวินาที ซึ่งตลาดหุ้นไทยยังไม่สามารถรองรับการส่งคำสั่งความเร็วขนาดนี้ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีการควบคุมความเร็วในการส่งคำสั่งอยู่
ดังนั้นยังไม่ต้องกังวลว่าเอไอจะมีผลกับตลาดหุ้นไทย แต่ต้องยอมรับว่า หากเป็นนักลงทุน ซื้อขายเก็งกำไรในวันเดียว ไปแข่งกับเอไอที่ใช้ความเร็วสูงมากส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมากๆ ในเวลาเท่ากัน จะซื้อขายทำกำไรยากขึ้น อาจต้องปรับตัวลงทุนโดยใช้เวลายาวขึ้น เช่น ลงทุน รายสัปดาห์หรือนานกว่านั้น
ปัจจุบันมีกองทุนเริ่มใช้เอไอลงทุนแล้ว มีทั้งที่ลงทุนได้ผลดีและไม่ดี เพราะเอไอก็มีความเสี่ยง ถ้าช่วงเขียนโปรแกรมป้อนคำสั่งและ ความรู้ให้เอไอ ทดสอบระบบไม่ดีพอ อาจเห็นผลงานเอไอทำได้ดีช่วงทดสอบ แต่เมื่อใช้จริงอาจใช้ไม่ได้ดี ดังนั้นอยากฝากไว้ว่า การใช้เอไอลงทุนก็เหมือนการลงทุนทั่วไป ก่อนนำเงินไปลงทุนในอะไรต้องเรียนรู้ให้ดีก่อน
"ก่อนจะใช้หุ่นยนต์หรือเอไอซื้อขาย ต้องทำการทดสอบระบบโดยนำข้อมูลในอดีตมาทดสอบว่า ถ้าป้อนคำสั่งซื้อขายแบบนี้จะให้ผลแบบไหน ซึ่งนักพัฒนาโปรแกรมหุ่นยนต์ที่ไม่เชี่ยวชาญเท่าที่ควร อาจจะไปพยายามนำข้อมูลแค่บางอย่างมาทดสอบ เพื่อแสดงให้ลูกค้า เห็นว่าโปรแกรมทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนมาก" ศุภวัฒน์ กล่าว
ศุภวัฒน์ เชื่อว่า เมื่อเอไอเป็นหุ่นยนต์ที่มีสมองเรียนรู้ได้ ในอนาคตเชื่อว่าจะสามารถป้อนข้อมูลแนวคิดของนักลงทุนที่มีแนวคิดการลงทุนแต่ละรูปแบบให้เอไอเรียนรู้แล้วปรับใช้ได้
ขณะที่ใครที่ต้องการพัฒนาหุ่นยนต์หรือ เอไอซื้อขายหุ้นนั้น ก็ต้องบอกว่า หากเปรียบ นักลงทุนหุ้นด้วยข้อมูลเชิงเทคนิคที่ใช้เวลา 80% กับการเฝ้าดูหน้าจอ ดูกราฟต่างๆ ถ้าเป็น นักพัฒนาหุ่นยนต์หรือเอไอเพื่อลงทุน ก็ต้องนำเวลา 80% นั้นใช้ทดสอบระบบ
ในกรณีเป็นนักลงทุนรายย่อยแล้วต้องการใช้หุ่นยนต์หรือเอไอลงทุน ถ้าเป็นคนที่เขียนโปรแกรมได้ก็สร้างหุ่นยนต์หรือเอไอซื้อขายเอง
กรณีที่เขียนโปรแกรมไม่ได้ ก็มีทางเลือกที่เป็นการลงทุนแบบหุ่นยนต์อย่างหนึ่งคือ วิธีลงทุนแบบดีซีเอ (ดอลลาร์ คอสต์ เอเวอเรจ) ซึ่งจัดเป็นการลงทุนแบบหุ่นยนต์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายที่สุดแล้ว คือ เป็นการทยอยลงทุนในหุ้นตัวที่เลือกทุกเดือน โดยมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า วิธีนี้เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีระยะยาว
หรือหากคิดว่าเขียนโปรแกรมเองไม่ไหว ไม่มีเวลาทดสอบระบบ จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนที่ใช้ระบบการซื้อขายด้วยหุ่นยนต์หรือ เอไอ ปัจจุบันก็มีให้เลือกมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับ ระบบซื้อขายด้วยหุ่นยนต์ของ กองทุนนั้นจะแแตกต่างจากรายย่อยที่ดูแลเงินทุนซื้อขายแค่ 1 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท เพราะกองทุนต้องดูแลเงินระดับ 1,000 ล้านบาท หรือ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นระบบการซื้อขายด้วยหุ่นยนต์ของกองทุน จะมีรูปแบบการซื้อขายหุ้นปลีกย่อยอยู่มากมาย ในเชิงเทคนิคก็เรียกว่า "ซับ โมเดล" ซึ่งเอไอก็จะแบ่งเงินใส่ลงทุนในแต่ละรูปแบบย่อยๆ แทนที่จะใส่เงินลงทุนไป ในรูปแบบการลงทุนแบบใดแบบหนึ่ง
ประกาศิต ทิตาราม นักลงทุนแนวกราฟเทคนิค กล่าวว่า ปัญหาที่ทำให้นักลงทุนใน ตลาดทุนไม่ประสบความสำเร็จมี 3 ประการ คือ ไม่มีความรู้ ไม่มีเวลา และไม่มีสติ เช่น เห็นราคาวิ่งขึ้นก็โลภ เห็นหุ้นถูกขายลงแรงๆ ก็กลัว ทำให้หุ่นยนต์หรือเอไอมาช่วยแก้ปัญหา นักลงทุนได้ โดยเฉพาะช่วยซื้อขายโดยตัดเรื่องอารมณ์ออกไปแล้วใช้เหตุผล
อย่างไรก็ตาม การใช้หุ่นยนต์หรือเอไอซื้อขาย คนที่ทำได้ต้องเขียนโปรแกรมเป็น ป้อนโปรแกรมให้หุ่นยนต์และเอไอทำงานได้ตามที่กำหนด แต่ถ้าไม่มีความรู้เรื่องเขียนโปรแกรมต้องศึกษาเพื่อเขียน หรือต้องไปซื้อระบบที่มี ขายอยู่มาใช้ ซึ่งระบบที่มีขายส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศ หากซื้อมาก็ต้องมาปรับเปลี่ยน เรียนรู้ตลาดทุนไทยอยู่ดี
ด้านนักลงทุน หากจะต้องลงทุนท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีหุ่นยนต์หรือเอไอลงทุนมากขึ้น ถ้าเป็นกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้นในวันเดียวจะทำกำไรยากขึ้น หรือทำได้ก็ต้องมีความรู้สูงมาก เพราะหุ่นยนต์หรือเอไอซื้อขายทำกำไรเร็วมาก เช่น อาจซื้อขายทำกำไร 3% ถึง 24 รอบ ได้กำไร 100% ในเวลาซื้อขายแค่เสี้ยววินาทีซื้อขายด้วยคำสั่งหลายหมื่นคำสั่งในเวลาแค่ 1 นาที และอาศัยจังหวะซื้อขายข้ามตลาดได้ ซึ่งนักลงทุนทั่วไป ส่งคำสั่งซื้อขายเองคงส่งไม่ทันหุ่นยนต์
"เมื่อหุ่นยนต์ส่งคำสั่งไป จะไปมีผลให้ราคาหุ้นไม่เป็นกราฟขึ้นลงแบบแท่งยาว จึงไม่เหลือช่องให้ทำกำไรระหว่างวัน ซึ่งปัจจุบันเห็นมาก ในต่างประเทศ แต่ในไทยยังไม่เห็นลักษณะนี้ ถ้าอนาคตมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ตลาดหุ้นไทยใหญ่ขึ้น และมีการใช้หุ่นยนต์ซื้อขายมากขึ้น คนที่ลงทุนแบบเก็งกำไรรายวัน อยู่ยากแน่นอน" ประกาศิต กล่าว
ประกาศิต อธิบายเพิ่มว่า ถ้าเป็นเอไอซื้อขายหุ้น จะมีความฉลาดในการลงทุน รู้ว่ากลุ่มหุ้นประเภทนี้ต้องใส่เงินลงทุนไปมากหรือน้อยแค่ไหน ถ้าสภาวะตลาดเป็นแบบนี้ต้องซื้อขายรูปแบบไหน กระจายเงินอย่างไร
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากนักลงทุนตามเทคโนโลยีไม่ทัน เขียนโปรแกรมไม่เป็น เชื่อว่าอนาคตจะมีกองทุนที่ใช้เอไอซื้อขายมาให้นักลงทุนเลือกซื้อ แต่ใครคิดจะลงทุนก็ต้องเลือกเอไอให้เป็น
การเลือกเอไอก็เหมือนซื้อคอมพิวเตอร์ ต้องรู้ว่ามีระบบประมวลผลแบบไหน การ์ดจอความละเอียดเท่าไร ความจำเท่าไร เหมาะกับงาน ลักษณะไหน โดยเคล็ดลับสำคัญของการเลือกเอไอก็คือต้องอ่านรายงานผลการดำเนินงานให้เป็น อย่าไปดูเพียงผลสำเร็จการซื้อขายอย่างเดียวว่า เอไอนี้ซื้อขายกี่ครั้งแล้วได้กำไรกี่ครั้ง
ขณะที่อาชีพในตลาดทุนที่จะอยู่ได้ระยะไกลรับมืออุตสาหกรรมการลงทุนที่ก้าวหน้าไปไกล ได้ ก็คงจะเป็นคนที่คิดคำนวณเก่ง เป็นนักคณิตศาสตร์ที่คิดประยุกต์สร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์ที่วิเคราะห์ตัวเลขมากมายมหาศาล ทำให้เอไอเรียนรู้การลงทุนได้
สุดท้ายแล้ว การลงทุนก็ยังมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะลงทุนเองหรือให้เอไอซื้อขายแทน ดังนั้นหาความรู้ให้ลึกก่อนลงทุน สำคัญที่สุด







