
สมาคมบจ.หนุนเอสเอ็มอี สู่มาตรฐานสากล
อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ให้มุมมองว่า นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย คนก่อนทำไว้ดีแล้ว โดยเฉพาะโครงการศูนย์เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ (CBCE) ที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิภาคส่วนต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาเป็นคณะที่ปรึกษาเพื่อให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว แก่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แต่มีศักยภาพเติบโตสูง ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคง
อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ให้มุมมองว่า นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย คนก่อนทำไว้ดีแล้ว โดยเฉพาะโครงการศูนย์เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ (CBCE) ที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิภาคส่วนต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาเป็นคณะที่ปรึกษาเพื่อให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว แก่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แต่มีศักยภาพเติบโตสูง ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคง
แต่ไปต่อไม่ได้ เพราะไม่เกิดการประหยัดต่อขนาด จึงจำเป็นต้องเข้าใจและเรียนรู้สิ่งที่ทำให้ก้าวข้ามขีดความสามารถไปให้ได้ ต้องมีความเข้าใจรูปแบบพัฒนาแบบสากล เช่น เรื่องของการเงิน การวางแผนตลาด การบริหารความเสี่ยง การจัดสรรบุคลากร การทำการตลาด และสร้างแบรนด์สินค้า ทั้งหมดต้องมาจากการวางกลยุทธ์
"สิ่งสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้บริษัทรู้ว่าจะต้องไปปรับใช้และทำอย่างไรมากกว่า เพราะตอนนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงมาก ทั้งจากสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีหรือดิจิทัลที่เข้ามาเร็ว หรือวิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ส่งผลให้ทุกอย่างมีความผันผวนมากขึ้น ทั้งตลาดทุนตลาดเงินหรือตลาดสินค้า เพราะต้นทุนของเงินและทุนผันผวนจัดการยาก"
ทั้งนี้ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจปรับตัวได้ เรื่องการเงินมีความสำคัญมากขึ้น ตลาดกว้างใหญ่แทบจะเป็นตลาดเดียวทั่วโลก เพราะทุกคนสามารถจิ้มบนฝ่ามือก็สามารถเข้าถึงทุกอย่างได้ เมื่อเศรษฐกิจไทยทรงตัว ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทสามารถหยิบฉวยโอกาสหรือการขยับตัวทางเศรษฐกิจของหลากประเทศนั้นได้
เรื่องที่ต้องช่วยส่งเสริมบริษัทขนาดกลางและเล็ก คือ "เทคโนโลยี" ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรง อย่ามองข้าม นับวันเป็นเรื่องใกล้ตัว ตลาดแรงงานบอกว่าเด็กจบวิศวกรรมตกงานมากที่สุด แต่จริงๆ ต้องมองว่า ทำไมเด็กวิศวกรรมไม่เข้ามาสู่ตลาดแรงงานเพราะอะไร รวมทั้งปัญหาประดิษฐ์ (AI) ก็เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น มีตัวอย่างบริษัทประกันที่ญี่ปุ่นแห่งหนึ่งให้คนออก 40% ประหยัดได้ 400 ล้านบาท/ปี ลงทุนไปแค่ 200 ล้านบาท แต่จะเพิ่มประสิทธิภาพงานได้อีก 30% ถ้าสำเร็จบริษัทประกันอื่นก็ต้องใช้ ตอนนี้คนไทยยังไม่ตระหนัก มองแต่เรื่องสังคมผู้สูงอายุจะขาดแรงงาน AI มาแน่แล้วไทยเตรียมตัวกับเรื่องนี้อย่างไร
รวมถึงการทำให้เข้าสู่การเป็น "มาตรฐานทางบัญชี" เพราะบัญชีจะชี้ให้เห็นต้นทุนและสะท้อนสิ่งที่เป็นจริง ทำให้รู้ว่าจะกำหนดราคาขายหรือบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร หลักการบัญชี คือ การบันทึกรายการที่เหลือ คือ การจัดกลุ่มรวมเพื่อให้บริหารจัดการได้ดีขึ้น
นอกจากนั้น หมายถึง "การบริหารบุคลากร" ที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แรงงานคุณภาพจะลดลง ถ้าประเทศเพื่อนบ้านมีการพัฒนาต้องมีการดึงแรงงาน สิ่งเหล่านี้ถูกมองข้ามหมดในบริษัทขนาดกลางและเล็ก เพราะการบริหารแบบเดิมจะอยู่ที่เถ้าแก่คนเดียว รวมถึงเวลาช่วงเปลี่ยนผ่านต่อรุ่นมักเป็นปัญหา เพราะคิดเห็นไม่เหมือนกัน
การสร้าง "แบรนด์และการทำตลาด" ที่ดี อย่างแบรนด์กระเป๋าผู้หญิงที่ราคาแพงมาก เพราะมีเรื่องราวว่าทำไมต้องเป็นหนังส่วนท้องที่ไม่มีรอยของจระเข้เป็นอย่างดี รองเท้าแตะยางที่คุ้นเคยคู่ละหลายสิบบาท กับคู่ละ 1,000 บาท ของบราซิล เพราะแค่สร้างยี่ห้อ อย่ามองข้ามเรื่องพวกนี้ เพราะความจริงมีหลายตลาดต้องแยกตลาดให้ถูก ถ้าเล่นตลาดบนก็จะพรีเมียมหรืออาจจะคุ้มกว่า แต่ที่มาของความคิด คือ เขามองคำว่า "ผู้หญิง" มองพื้นฐานและพัฒนาสินค้าเพื่อผู้หญิง พอปั๊มแบรนด์ขายได้ทั่วโลกได้ เพราะถึงจุดหนึ่งผู้หญิงฝันว่าจะไปยืนอยู่บนจุดที่มีแบรนด์สินค้านั้น
"บริษัทต้องคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มการพัฒนาศักยภาพตามมาตฐานสากลมากขึ้น เพราะทุกวันนี้โลกมีการเชื่อมกันมากขึ้น ที่ผ่านมามาตรฐานหลายเรื่องก็ทำให้โลกช็อกไปแล้วหลายครั้ง และหลายๆ มาตรฐานก็เป็นผลที่เกิดจากวิกฤตต่างๆ ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ยุโรป เพราะตลาดผันผวนมากๆ ทำให้ 10 ปีที่ผ่านมา มีกฎระเบียบออกมาใหม่จำนวนมาก ขนาดบริษัทขนาดใหญ่เจอเรื่องมาตรฐานบัญชี IFRS ยังต้องปรับตัวมาก เพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากลในระดับโลก และต้องทำให้บริษัทขนาดกลางและเล็กค่อยพัฒนาตาม เพื่อขยับมาตรฐานให้ได้ในระดับใกล้เคียงกับบริษัทขนาดใหญ่"
หลายครั้งที่สมาคมป็นตัวแทนหรือตัวกลางระหว่างเรกูเลเตอร์กับบริษัทต่างๆ เพื่อไปแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน หรือเป็นกระบอกเสียงให้ว่า กฎเกณฑ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วนี้อาจขอให้ปรับเปลี่ยนหรือชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทต่างๆ มีการปรับตัวก่อน ปัจจุบันเรื่องที่กังวลอยู่ คือ การบังคับให้ทุก บจ.ต้องตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การมีเงินออมเป็นสิ่งที่ดี แต่รูปแบบไหน คือ ปัญหาว่าควรจะทำออกมาในรูปแบบไหน เพราะบางครั้งบริษัทที่มีกองทุนสำรองแล้วจะทำอย่างไรระหว่างกองใหม่กับกองเก่า หรือบริษัทที่ไม่มีจะเตรียมตัวอย่างไร เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ถ้าบริษัทมีมาตฐานแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่อง "การรักษาคุณภาพ บจ." บางทีหลาย บจ.เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วก็แค่จบ แต่ไม่ได้เดินอยู่บนเส้นของมาตรฐาน เมื่อทุกอย่างอยู่บน พื้นฐานก็ไม่ต้องถามเรื่องคุณภาพ
เช่น ถ้าปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีที่นักลงทุนทุกประเภทอ่านเข้าใจ มีบรรษัท ภิบาลที่ดี เมื่อทุกคนอ่านเข้าใจและรู้เรื่อง ทุกอย่างจะสะท้อนไปยังที่ราคาหุ้น
สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ไม่น่าห่วง เพราะผ่านโลกกว้างมามาก และมีเงินทุนมากขึ้น ส่วนที่จะพัฒนามีสิ่งที่กังวลเพียง 2 เรื่องเท่านั้น คือ "ดิจิทัลหรือเทคโนโลยี" และ "MINDSET" ที่จะต้องพัฒนาและปรับตัวให้ได้ เพราะการแข่งขันคือเวทีโลก แต่ตลาดและวิธีการเข้าไปในแต่ละที่มีความเฉพาะแตกต่างกัน ดังนั้นต้องมีวิธีการคิดที่หลากหลายและเข้าใจคนแต่ละประเทศมากขึ้น เพื่อเข้าถึงและสร้างแบรนด์ต่างๆ
นอกจากนั้น ต้องทำให้บริษัทมีการรับรู้ว่าจะทำอย่างไรให้อยู่อย่างยั่งยืน เรื่องนี้บริษัทขนาดใหญ่มีความเข้าใจและมีการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนที่มากขึ้น แต่ขนาดกลางและเล็กต้องอาศัยและใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ต้องให้เขามองว่าทุกเรื่องที่ทำต้องคำนึงว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทั้งลูกค้า สังคม บริษัทและผู้ถือหุ้น อย่าไปมองเรื่องการทำกำไรสูงสุด หรือการเพิ่มมูลค่าสูงสุด เพราะคนที่ได้ประโยชน์ก็มีเพียงแต่ผู้ถือหุ้น
"เมื่อเข้าตลาดหลัก ทรัพย์แล้วต้องมีกระบวนการขั้นตอนสู่การมีมาตรฐาน อย่าไปเดินทางลัด ใครวิ่งทางลัดมีปัญหาทุกคน เพราะขาดความเข้าใจในรายละเอียด มักจะมองจุดสุดท้าย แต่ลืมไปว่ามีกระบวนการ จึงต้องมีแผนกลยุทธ์ ต้องมีพื้นฐานหลายตัวประกอบกัน"
ประเทศไทยถูกปูพื้นฐานรับเรื่องวิกฤตมานาน แต่ละครั้งอาจเกิดอาการตกใจ เมื่อก่อนวงจรเศรษฐกิจจะเห็นชัด 6 ปี แต่เดี๋ยวนี้วงจรสั้นลง ความผันผวนมีความรุนแรงมาก สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องบริหารความผันผวนให้ได้ อย่าไปยึดติดค่าเงินบาทแข็งไม่ได้ ต้องอยู่ได้ทั้งบาทแข็งและบาทอ่อน ต้องรู้จักเฮดจิ้งหรือบริหารความเสี่ยงค่าเงิน รับมือทุกสถานการณ์
เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน สิ่งต่างๆ และการกำหนดกลยุทธ์ก็มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าทำให้บริษัทขนาดกลางและเล็กนี้มีความเข้าใจเรื่องต่างๆ นี้ได้ ถือเป็นพื้นฐานที่จะช่วยเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและดีขึ้นด้วย อีกทั้งยังจะเกื้อหนุนกันหลายด้านในอนาคต







