
เร่งปั้น‘SEZ’ชายแดน
โพสต์ทูเดย์ - "สุวิทย์" เตรียมชงนายกฯ โปรโมท SEZ ตาก ให้เป็นรูปธรรมในปีนี้ พร้อมปรับนโยบายลงทุนมุ่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มในเพื่อนบ้าน
โพสต์ทูเดย์ - "สุวิทย์" เตรียมชงนายกฯ โปรโมท SEZ ตาก ให้เป็นรูปธรรมในปีนี้ พร้อมปรับนโยบายลงทุนมุ่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มในเพื่อนบ้าน
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นโยบายในลำดับถัดไปต่อจากโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญพร้อมเข้าไปผลักดันมากขึ้น คือ การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ชายแดนทั้ง 10 แห่ง เดิมให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดูแล แต่ความพร้อมของทั้ง 10 แห่ง ไม่เท่ากัน ซึ่งต่างจากอีอีซีเป็นพื้นที่เดียวกันที่ ผลักดันง่ายและเร็วกว่า
ทั้งนี้ กำลังอยู่ระหว่างการกลั่นกรอง SEZ ชายแดน 10 แห่ง ให้เหลือ 3 แห่ง ที่มีศักยภาพก่อน คือ จ.ตาก มุกดาหาร และสระแก้ว โดยจะเลือกมา 1 แห่ง ที่มีความพร้อมก่อน คือ จ.ตาก เพื่อ ผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมชัดเจนเป็นแห่งแรกให้ได้ภายในสิ้นปี 2560 จากนั้นจะขยายไปยังพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุนให้เกิดความน่าสนใจต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมเตรียมเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบในเร็วๆ นี้
"แทนที่จะทำทั้ง 10 แห่ง ไปพร้อมกัน จะเลือกหยิบขึ้นมาทำที่ละอันก่อน และผลักดันให้เต็มที่ ระหว่างนี้จะศึกษาศักยภาพ SEZ ชายแดนทั้ง 10 แห่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างจริงจัง เพราะเป็นโจทย์จากนายกรัฐมนตรีที่ต้องการ ผลักดันต่อจากอีอีซี เพื่อกระจายความเจริญออกไปยังพื้นที่ต่างๆ" นายสุวิทย์ กล่าว
นอกจากนี้ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนแนวนโยบายส่งเสริมใหม่ จากเดิมเน้นดึงดูดการลงทุนที่ต้องการใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยปรับใหม่ให้ เหมาะสมและสอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่ หากพื้นที่ใดเพื่อนบ้านที่มี SEZ อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน เช่น Sez แม่สอด จ.ตาก กับ SEZ เมียวดีในฝั่งเมียนมา จะเปลี่ยนหลักคิดไม่เข้าไปส่งเสริมการลงทุนที่แข่งขันกัน แต่จะเข้าไปส่งเสริมการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น โลจิสติกส์ การแพทย์ และเทรดดิ้ง เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านชายแดนแม่สอด จ.ตาก ใน 6 เดือนปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2560) มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 4.28 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นนำเข้า 2,698.81 ล้านบาท และส่งออก 4.01 หมื่นล้านบาท







