
‘หุ้นจีน’ โอกาส...ที่กำลังจะตื่น (1)
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตwww.CsiSociety.comAdd Line: @CsiSocietyเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางชมรมนักลงทุน CSI วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดงานสัมมนา "Investing in China, Hong Kong & Vietnam Stock Markets" ขึ้น โดยมีทั้งนักศึกษา CSI คณะ CSI-Vietnam และลูกค้ารายใหญ่จาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เข้าร่วม ทั้งนี้ทาง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง รับเป็นเจ้าภาพในการจัดหาวิทยากรและค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดรายการ ซึ่งทางชมรมต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตwww.CsiSociety.comAdd Line: @CsiSociety
เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางชมรมนักลงทุน CSI วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดงานสัมมนา "Investing in China, Hong Kong & Vietnam Stock Markets" ขึ้น โดยมีทั้งนักศึกษา CSI คณะ CSI-Vietnam และลูกค้ารายใหญ่จาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เข้าร่วม ทั้งนี้ทาง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง รับเป็นเจ้าภาพในการจัดหาวิทยากรและค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดรายการ ซึ่งทางชมรมต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้
ในงานนี้ วิทยากรที่เด่นที่สุดในงานนี้คงหนีไม่พ้น Mr.Raymond Wong จากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ผู้ยังหนุ่มแน่น กระตือรือร้น และมีทรงผมสไตล์สกินเฮด ซึ่งในที่นี้ผมจะขอเรียกว่า "คุณวอง" เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถจินตนาการต่อได้ง่ายๆ คุณวองได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับ "ตลาดหุ้นจีน" ซึ่งในเวลานี้มีความผันผวนสูงมาก และยังได้พูดถึงโอกาสของหุ้นจีน ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในประเทศที่กำลังจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่ผมได้ฟังไปแล้วมีความรู้สึกว่า โอกาสที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้...ควรจะสรุปต่อให้คุณผู้อ่านได้อ่านกัน ดังนี้ครับ
หนึ่ง เข้าใจ "ตลาดหุ้นจีน"
คุณผู้อ่านหลายท่านคงรู้อยู่แล้วว่า "ตลาดหุ้นจีน" นั้นมีสองตลาดด้วยกันคือ ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้น เสิ่นเจิ้น
"ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้" เปิดทำการในปี 2403 นั่นคือกว่า 100 ปีมาแล้ว จากนั้นมาก็มาหยุดทำการเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ทำการปฏิวัติและยึดอำนาจในปี 2492 จากนั้นมาเมื่อเติ้งเสี่ยวผิงได้ก้าวขึ้นมาครองอำนาจในประเทศจีน ก็ได้ให้ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้กลับมาเปิดทำการอีกครั้งหนึ่งในปี 2521 และดำเนินการต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย อย่างไรก็ตามหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้มักจะเป็นหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ...อุตสาหกรรมยุคดั้งเดิม เช่น พลังงาน น้ำมัน ธนาคาร ประกันชีวิต ประกันภัย หลักทรัพย์ เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนหรือหุ้นมากกว่า 900 ตัว
"ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น" เปิดทำการในปี 2533 เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่เน้นให้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมเข้ามาจดทะเบียน คล้ายๆ ตลาด เอ็ม เอ ไอ ในบ้านเรา ในปี 2549 ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น ก็เริ่มหันมาผลักดันบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาจดทะเบียนด้วย คล้ายๆ ตลาดหุ้นแนสแด็กของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นจะเป็นตลาดของการซื้อขายหุ้นของบริษัท...อุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นกลุ่มสื่อสาร หรือหุ้นกลุ่มรักษาพยาบาล และยังถือเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลกอีกด้วย
สอง มารู้จัก "หุ้นเอชแชร์" และ "หุ้นเอแชร์"
หุ้นเอชแชร์ (H-Shares) คือ หุ้นของบริษัทจีนที่มีที่ทำการอยู่ในประเทศจีน แต่กลับมาจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกง และสามารถซื้อขายหุ้นได้ด้วยเงินฮ่องกงดอลลาร์เหมือนกับหุ้นฮ่องกงทุกประการ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะรัฐบาลกลางของจีนไม่ต้องการให้ชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นบริษัทในจีนมากจนเกินไป จึงทำการปิดตลาดหุ้นให้ซื้อขายกันได้เฉพาะคนจีนเท่านั้น แต่ความต้องการเงินทุนจากต่างประเทศของบริษัทจีนก็ยังสูงอยู่ ทางรัฐบาลจีนจึงอนุญาตให้บางบริษัทมาทำการออกหุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ เพื่อจะได้ระดมทุนจากต่างประเทศเข้ามาได้
หุ้นเอแชร์ (A-Shares) คือ หุ้นของบริษัทจีนที่ทำการจดทะเบียนได้ในสองตลาดหุ้นของจีนเท่านั้นคือ ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น โดยอนุญาตให้ซื้อขายได้เฉพาะคนจีนเท่านั้น และจะต้องใช้เงินสกุลหยวน (Renminbi-RMB) ของจีนซื้อขายเท่านั้น นักลงทุนต่างชาติจึงไม่สามารถซื้อขายหุ้นเอแชร์ได้ นั่นหมายถึง นักลงทุนต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายหุ้นใดๆ ได้เลยในทั้งสองตลาดหลักทรัพย์ของจีน
สาม เป็นครั้งแรกที่...นักลงทุนทั่วโลกสามารถซื้อหุ้นจีนได้โดยตรง
คุณวองได้เกริ่นให้พวกเราฟังว่า ก่อนปี 2557 นักลงทุนในต่างประเทศจะสามารถซื้อหุ้นของบริษัทจีนก็ต้องซื้อหุ้นเอชแชร์ในตลาดหุ้นฮ่องกงเท่านั้น ไม่สามารถซื้อหุ้นเอแชร์ในตลาดหุ้นจีนทั้งสองแห่งได้ ต่อมาในช่วงปลายปี 2557 ก็มีความร่วมมือกันระหว่างสองตลาดคือ ตลาดหุ้นฮ่องกง กับตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากต่างประเทศสามารถเข้าไปซื้อขายหุ้น เอแชร์ได้โดยผ่านตลาดหุ้นฮ่องกง และคนจีนเองก็สามารถเข้าไปซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกงได้โดยส่งออร์เดอร์ผ่านตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเรียกโครงการนี้ว่า "Shanghai-Hong Kong Stock Connect" และถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่นักลงทุนจากทั่วโลกสามารถซื้อขายหุ้นเอแชร์ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ได้โดยตรง แม้ว่าจะต้องส่งออร์เดอร์ผ่านตลาดหุ้นฮ่องกงก็ตาม
ต่อมาเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ก็เกิดโครงการ "Shenzhen - Hong Kong Connect" นั่นคือ นักลงทุนชาวฮ่องกง และนักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าไปซื้อขายหุ้นเอแชร์ด้วยเงินหยวนใน ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นได้เป็นครั้งแรก แต่ต้องส่งออร์เดอร์ผ่านตลาดหุ้นฮ่องกงเหมือนกัน ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนจีนก็สามารถเข้าไปซื้อขายหุ้นต่างๆ ในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ โดยส่งออร์เดอร์ผ่านตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้น เสิ่นเจิ้น
เมื่อโครงการทั้งสองโครงการได้เปิดดำเนินการแล้ว ก็มีการกำหนดให้เรียกว่า "Southbound" นั่นคือ การซื้อขายหุ้นฮ่องกงด้วยเงินฮ่องกงดอลลาร์ ที่ส่งออร์เดอร์ผ่านตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น
ส่วน "Northbound" ก็คือ การซื้อขายหุ้นจีนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และในตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นด้วยเงินหยวนของจีน โดยทำการส่งออร์เดอร์ผ่านตลาดหุ้นฮ่องกง ล่าสุดพบว่ามีโควตาในแต่ละตลาดหุ้นจีนทั้งสองแห่งอยู่ ที่ไม่เกิน 1.3 หมื่นล้านหยวน/วัน นั่นแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนก็ยังไม่อยากให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนซื้อขายหุ้นอย่างไม่จำกัดนั่นเอง
วันพรุ่งนี้ เราจะคุยกันต่อในหัวข้อ "หุ้นจีน" โอกาส...ที่กำลังจะตื่น ตอนจบ แล้วพบกันนะครับ
หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนเพิ่มเติมได้ที่ www.doctorwe.com n







