posttoday
สั่งยกเครื่องบีโอไอ

สั่งยกเครื่องบีโอไอ

14 สิงหาคม 2560

"สุวิทย์" สั่งบีโอไอปรับบทบาทใหม่ มอบ 4 นโยบาย เปลี่ยนโฉมประเทศผ่านการลงทุน หวังหลุดกับดักรายได้ปานกลาง

"สุวิทย์" สั่งบีโอไอปรับบทบาทใหม่ มอบ 4 นโยบาย เปลี่ยนโฉมประเทศผ่านการลงทุน หวังหลุดกับดักรายได้ปานกลาง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วเห็นว่าจะต้องปฏิรูปโครงสร้างของบีโอไอใหม่ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย ที่จำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างการลงทุนใหม่ กระจายรายได้ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อนำประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง

ทั้งนี้ ได้มอบหมาย 4 โจทย์ใหญ่ให้ บีโอไอกลับไปคิดว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง โดยการดึงดูดลงทุนจากนี้ไปต้องมีการปรับเปลี่ยน เพราะคู่แข่งมีมากขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนบ้านอาเซียน โดยบีโอไอจะต้องมีส่วนช่วยในการทำให้นโยบายสมาร์ทเป็นจริงได้ ทำหน้าที่เป็นข้อต่อดึงคนที่มีทักษะสูงจาก ทั่วโลกช่วยยกระดับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ใหม่ (New S-Curve) รวมทั้งอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้เกิดสมาร์ทฟาร์มมิ่ง โดยให้ แรงจูงใจทั้งด้านมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ ภาษี

ทั้งนี้ บีโอไอได้ร่วมมือกับ 5 หน่วยงาน คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม แห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ตั้งศูนย์บุคลากรทักษะสูงขึ้นมาเพื่อ ระดมบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูงมา ช่วยตอบโจทย์การลงทุนตามนโยบายประเทศ ไทย 4.0 ที่จะขับเคลื่อน 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และโครงการพัฒนาระเบียง เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ นักลงทุนในและต่างประเทศจะเข้ามาลงทุน

"ต่อมาเป็นโจทย์จากนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มียุทธศาสตร์การกระจายรายได้ ออกไปยัง 6 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากแผนการพัฒนาอีอีซีที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้ว อีก 5 ภาคที่เหลือ คือ อีสาน เหนือ กลาง ใต้ และตะวันตก จะต้องมียุทธศาสตร์ที่เป็นจุดขายเพื่อดึงดูดการลงทุน ซึ่งหากทำได้จะเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย" นายสุวิทย์ กล่าว

นอกจากนี้ บีโอไอยังต้องเน้นส่งเสริมการออกไปลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ด้วยเพื่อขยายตลาด โดยอาจให้ 3 ธุรกิจใหญ่ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจประกัน และโลจิสติกส์ นำร่องไปก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีตามออกไปได้ง่ายขึ้น โดยจะต้องทำเป็นแพ็กเกจ ให้ดี มีความชัดเจนว่ากลุ่มใดที่ไปได้ และควรไปอย่างไร

ขณะที่โจทย์สุดท้ายคือ การจะออกไปเจาะตลาดต่างประเทศต่อไปจะมีการโฟกัสมากขึ้นว่า ประเทศไทยต้องการการลงทุนอะไร ไม่เป็นแบบสะเปะสะปะ เบื้องต้นมุ่งการ ลงทุนจาก 2 ตลาดหลัก คือ ยุโรปที่มีการลงทุน กลุ่มเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ โดยมุ่งไปยังประเทศ เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร และอีกตลาดคือ เอเชีย ไปยังจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยเฉพาะไต้หวันที่มี สมาร์ทเอสเอ็มอีจำนวนมากสามารถดึงมาร่วมลงทุนและพัฒนาร่วมกับเอสเอ็มอีไทยได้

"นโยบายใหม่ที่ให้บีโอไอไม่ได้ทิ้งการส่งเสริมการลงทุนด้านการผลิตไปเน้นด้านบริการ แต่ปรับโฉมครั้งใหญ่จะทำเป็นการส่งเสริมกิจการที่มีมูลค่าสูงมากกว่ากิจการที่มีมูลค่าต่ำกว่า ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจนวัตกรรมอย่างแท้จริง" นายสุวิทย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท