
เปิดสูตรสืบทอดธุรกิจ
เป็นโจทย์ที่ท้าทายของทายาทธุรกิจในรุ่นที่ 2 รุ่นที่ 3 และถัดๆ ไปจะทำอย่างไรให้ธุรกิจที่บรรพบุรุษก่อตั้งมายังดำรงสืบต่อไป
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
เป็นโจทย์ที่ท้าทายของทายาทธุรกิจในรุ่นที่ 2 รุ่นที่ 3 และถัดๆ ไปจะทำอย่างไรให้ธุรกิจที่บรรพบุรุษก่อตั้งมายังดำรงสืบต่อไปอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งก้าวทันโลกทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ...ดังนั้นในระยะนี้จะเห็นว่า ธุรกิจของตระกูลดังๆ ที่เดิมเคยเป็นธุรกิจแบบครอบครัว ก็จัดทัพใหม่ ทั้งการตัดสินใจนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หวังให้มืออาชีพเข้ามามีส่วนช่วยในการจัดการและบริหาร รวมถึงนำเงินทุนเพื่อทำให้กิจการขยายการลงทุนให้เติบใหญ่ไปได้ อย่างกรณี ทีโอเอ (TOA) ที่อยู่ระหว่างการเตรียมการนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
นอกจากนี้ ยังมีการยกร่างกฎหมายทรัสต์ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือและแนวทางรองรับในกรณีที่ทายาทรุ่นถัดๆ ไปไม่เข้ามาสืบทอดหรือสานต่อกิจการดั้งเดิม ก็ให้ทรัสต์ซึ่งจะมีมืออาชีพบริหารจัดการให้
เมื่อปลายปี 2559 บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PwC) ประเทศไทย เปิดผลสำรวจทายาทธุรกิจจำนวน 268 ราย ใน 31 ประเทศทั่วโลก พบว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าธุรกิจครอบครัวทั่วโลกถึง 40% จะส่งมอบกิจการให้ทายาทรุ่นถัดไป โดยในการสำรวจพบว่า ทัศนคติหรือความคาดหวังของผู้บริหารรุ่นใหม่ (Next gens) ที่เข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ได้ต้องการมารับช่วงกิจการต่อเพียงอย่างเดียว แต่จะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตัวธุรกิจ
ทั้งนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยทายาทธุรกิจมักประสบปัญหาโน้มน้าวให้คนรุ่นก่อนหันมาให้ความสำคัญในการนำดิจิทัลมาขับเคลื่อนองค์กร และ 59% ของทายาทธุรกิจไม่แน่ใจว่าบริษัทมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากทายาทในแถวถัดไปสานต่อกิจการ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือการตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดออก ล่าสุด บริษัท ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ (BAT-3K) ของตระกูลขอไพบูลย์ ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ 43.90% หรือ 8.78 ล้านหุ้น ราคา 275 บาท ให้กับ Hitachi Chemical Company และบริษัท สยาม มากิ
ทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง (FTE) ซึ่งทำธุรกิจติดตั้งอุปกรณ์และสัญญาณแจ้งเหตุดับเพลิง บอกว่า ตัดสินใจนำหุ้นเข้าตลาดเพราะต้องการเงินทุนในการรับงานที่ใหญ่ขึ้น เพราะธุรกิจที่ทำอยู่นั้นมีโอกาสเติบโตมากตามการก่อสร้าง ทั้งอาคารและสาธารณูปโภคที่ถูกกฎหมายควบคุมอาคารระบุไว้ว่าจะต้องติดตั้งระบบดับเพลิง
“ผมจบวิศวะเครื่องกลและก่อตั้งธุรกิจนี้ขึ้นมามองว่ามีอนาคตที่จะเติบใหญ่ต่อไป ส่วนรุ่นถัดไปนั้นผมไม่กังวล 1 บริษัทเป็นมหาชนมีระบบต่างๆ ที่ดูแลและสำคัญลูกของผมทั้งสองคนที่มีอายุ 22 และ 25 ปี พร้อมสานต่อเพราะทั้งคู่จบและเรียนวิศวะเครื่องกลจุฬาลงกรณ์ฯ ทั้งหมดเหมือนกับผม และคนโตได้เข้ามาทำงานที่บริษัทเรียบร้อยแล้ว” ทักษิณ กล่าว
อาณาจักรธุรกิจของตระกูลพระประภาที่อยู่คู่กับเศรษฐกิจไทยมาตั้งแต่ปี 2495 ปีที่ บริษัท สยามกลการ ก่อกำเนิดขึ้นมาและดำเนินธุรกิจ ผลิตรถยนต์ยี่ห้อนิสสันควบคู่ไปกับธุรกิจการนำเข้ารถฟอร์คลิฟท์ตรา “นิสสัน” จากบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) ส่วนสยามกลการอุตสาหกรรม ก่อตั้งเมื่อปี 2537 เมื่อดูอย่างนี้ ก็จะเห็นว่าธุรกิจในตระกูลพรประภานั้นอยู่กันมายาวนานสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
“ธุรกิจของตระกูลพรประภาถูกสร้างขึ้นในรุ่นคุณปู่ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิก ถัดมาในรุ่นที่ 2 คือ รุ่นคุณพ่อ ที่มีหน้าที่ในการเข้ามาสานต่อให้กิจการเติบโตขึ้น และในรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นหลาน หรือรุ่นของคนในวัยผม จะต้องยิ่งทำให้กิจการเติบโตขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่และเติบโตอย่างมั่นคงรวมถึงการกระจายความเสี่ยงของการทำธุรกิจออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งในรุ่น 3 จะต้องเป็นรุ่นที่จะต้องนำเรื่องใหม่ๆ เข้ามาสู่ธุรกิจ” นี้คือคำให้สัมภาษณ์ ของ ประธานวงศ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลพรประภา กล่าว







