posttoday
อินโดนีเซียสนโมเดล ต้านโกงไทย (1)

อินโดนีเซียสนโมเดล ต้านโกงไทย (1)

14 สิงหาคม 2560

อาทิตย์ที่แล้วผมได้รับเชิญจาก Center for International Private Enterprise (CIPE) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการ

โดย...พิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาการประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

อาทิตย์ที่แล้วผมได้รับเชิญจาก Center for International Private Enterprise (CIPE) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thailand’s Private Sector Collection Action Coalition against Corruption หรือ CAC) ให้ไปช่วยเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการริเริ่มและขยายเครือข่ายธุรกิจสะอาดในภาคเอกชนไทยให้ตัวแทนจาก KPK (หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศอินโดนีเซีย คล้ายๆ กับ ป.ป.ช.ของไทย) หอการค้า สมาคมธุรกิจ และบริษัทระดับแนวหน้าของประเทศอินโดนีเซียฟัง

ในรอบสองปีที่ผ่านมา ผมได้เขียนเล่าถึงความก้าวหน้าของงานต่อต้านคอร์รัปชั่นของประเทศอินโดนีเซียในคอลัมน์นี้เอาไว้หลายครั้ง ผลงานของ KPK ในการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองทุจริตโดยไม่ละเว้นตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติการ ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายระดับสูงในหลายๆ กรณีนั้น “โดนใจ” ประชาชนชาวอินโดนีเซีย ซึ่งสุดแสนจะเอือมระอากับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งรุนแรงไม่แพ้บ้านเรา ด้วยผลงานที่  “เข้าตา” ทำให้ KPK ได้รับแรงเชียร์และเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากทั้งสื่อมวลชนและภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นแรงขับดันอย่างดีที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของ KPK

ถึงแม้ว่างานด้านปราบปรามของ KPK จะได้รับคำชมมากมาย แต่ด้านการป้องกัน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนของอินโดนีเซียยังไม่ค่อยมีผลงานที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้สักเท่าไร ดังนั้นเมื่อ KPK เห็นความก้าวหน้าของโครงการ CAC ซึ่งสามารถรวมพลังของภาคเอกชนไทยได้อย่างเหนียวแน่นถึง 844 บริษัท ก็สนใจที่จะศึกษาโมเดลของ CAC เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเอกชนของอินโดนีเซียรวมตัวกันดำเนินการแบบ Collective Action ในลักษณะเดียวกับ CAC และได้ติดต่อประสานงานผ่านทาง CIPE เพื่อขอให้ CAC ไปช่วยเล่าประสบการณ์ให้ฟัง

โครงการ CAC ได้ดำเนินการมาแล้วประมาณ 6 ปี และกำลังเป็นที่สนใจของหลายประเทศ เพราะรูปแบบของโครงการเปิดพื้นที่ให้บริษัทเอกชนสามารถร่วมแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศได้โดยสมัครใจ คือ เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ทำธุรกิจสะอาดที่ปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่นและการให้สินบน หลังเข้าร่วม บริษัทที่เข้าร่วม ต้องออกนโยบายและวางระบบควบคุมภายในบริษัทเพื่อป้องกันไม่ให้มีการจ่ายสินบน หรือการทุจริตคอร์รัปชั่น และต้องผ่านการสอบทาน จากผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก ว่าบริษัทมีการปฏิบัติจริงตามนโยบายและแนวปฏิบัติที่ได้วางไว้ และการสอบทานต้องเสร็จภายในเวลา 18 เดือน หลังการเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ ซึ่งบริษัทที่ผ่านการสอบทานจะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโครงการ CAC ว่าเป็นบริษัทที่มีนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ CAC กำหนด

รูปแบบการมีส่วนร่วมดังกล่าว ทำให้บริษัทเอกชนสามารถช่วยแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นของประเทศได้ โดยการสร้างธุรกิจสะอาดให้เกิดขึ้น เพราะประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นรุนแรงอย่างประเทศไทย การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยการดำเนินงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง ข้าราชการประจำ บริษัทเอกชน และภาคประชาสังคม โดยในส่วนของบริษัทเอกชนนั้นมีบทบาทสำคัญมากในฐานะผู้ให้หรือผู้จ่ายสินบน ซึ่งถือเป็นฝั่งอุปทานของสมการคอร์รัปชั่น ถ้าบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ร่วมกันปฏิเสธไม่จ่ายสินบน ปัญหาคอร์รัปชั่นก็จะทุเลาลงไปโดยปริยาย แต่ในเรื่องนี้บริษัทเอกชนแค่บริษัทเดียวหรือสองบริษัททำไม่ได้ ต้องมีบริษัทจำนวนมากพร้อมใจกันทำ เป็นแนวร่วมใหญ่ที่มีพลังเพื่อปฏิเสธการจ่ายสินบนในการทำธุรกิจ ซึ่งจะกดดันให้ฝั่งขารับหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายราชการหรือฝ่ายการเมืองที่ทุจริตต้องเปลี่ยนพฤติกรรม

ความคืบหน้าของโครงการ CAC ถึงขณะนี้ต้องบอกว่าเป็นความสำเร็จของบริษัทเอกชนที่ต้องการสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในการทำธุรกิจ คือ ทำธุรกิจที่ปลอดการให้สินบนและคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมากสำหรับสังคมไทยที่ให้สินบนกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมธุรกิจและวัฒนธรรมราชการ จนปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศเติบโตติดอันดับโลก และกำลังทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอยู่ขณะนี้

ในระหว่างการนำเสนอข้อมูลโดย CIPE และ CAC ที่ยาวเหยียดถึงเกือบสี่ชั่วโมงนั้น ผู้แทนจากทั้ง KPK และภาคเอกชนได้ให้ความสนใจอย่างมาก และยิงคำถามละเอียดยิบ เพื่อทำความเข้าใจกับการดำเนินงานของ CAC ในประเทศไทย และการปรับตัวของ CAC เพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนสามารถขยายเครือข่ายได้อย่างกว้างขวางและมั่นคง จนเป็นแบบอย่างให้กับประเทศในภูมิภาคได้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งคำถามจากกลุ่มผู้ฟังชาวอินโดนีเซียพอจะรวมสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้

1.CAC ทำอย่างไรถึงสามารถดึงบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมขบวนได้เป็นจำนวนมาก มีการให้แรงจูงใจอย่างไร

2.หากบริษัทเข้าร่วมโครงการแล้วถูกเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปติดต่อราชการเรียกสินบนจะมีวิธีการป้องกันตัวเองอย่างไร

3.หากบริษัทเข้าร่วมโครงการ แต่คู่แข่งไม่เข้าและทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันจะทำอย่างไร

4.โมเดลของ CAC ที่ใช้การได้กับประเทศไทยจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศอินโดนีเซียได้ไหม 

จริงๆ แล้วคำถามส่วนใหญ่ไม่ได้เแตกต่างจากคำถามที่ภาคเอกชนของไทยถาม เมื่อทีมงาน CAC ไปนำเสนอโครงการเพื่อชักชวนให้บริษัทหรือสมาคมในภาคธุรกิจของไทยมาร่วมเป็นแนวร่วมของ CAC ในบทความตอนหน้าผมจะเขียนถึงสิ่งที่ผมและตัวแทนจาก CIPE เล่าให้ผู้ฟังชาวอินโดนีเซียฟังอย่างย่อๆ ไล่ไปทีละประเด็นนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท