posttoday
ปลดล็อกแอลพีจี เปิดเสรีเพื่อความมั่นคง

ปลดล็อกแอลพีจี เปิดเสรีเพื่อความมั่นคง

14 สิงหาคม 2560

มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เมื่อวันที่ 31 ก.ค.เห็นชอบแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)

โดย...ดวงนภา  ประเสริฐพงษ์

มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เมื่อวันที่ 31 ก.ค.เห็นชอบแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เต็มรูปแบบ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.เป็นต้นไป   สาระสำคัญ ก็คือ ยกเลิกการกำหนดราคาโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมัน และโรงอะโรเมติก ยกเลิกการประกาศราคาขายส่ง ณ คลังก๊าซ เพื่อให้ตลาดแอลพีจีมีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่า จากนี้ไปราคาแอลพีจีจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับทิศทางราคาตลาดโลกมากขึ้น

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลมีความพยายามผลักดันใช้นโยบายเสรีแอลพีจี ทั้งเรื่องของราคาและการบริหารจัดการเรื่องปริมาณ แต่ก็ต้องติดกับดักที่แอลพีจียังถูกมองเป็นสินค้าการเมือง การจะปรับเปลี่ยนอะไรเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องด้วยมีความเกี่ยวข้องกับภาคประชาชน โดยเฉพาะแอลพีจีในภาคครัวเรือน จึงยังจำเป็นต้องดูแลราคาเพื่อไม่ให้กระทบกับสินค้าหมวดอาหาร ซึ่งจะสะท้อนไปยังค่าครองชีพรากหญ้าได้

การที่รัฐบาลปัจจุบันตัดสินใจยกเครื่องโครงสร้างธุรกิจแอลพีจี เปิดทางให้เกิดเสรีทางธุรกิจ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แม้ว่าในเรื่องราคาจะเป็นการปล่อยลอยตัวสะท้อนต้นทุนและทิศทางตลาดโลกมากขึ้น จากการยกเลิกการคุมราคาหน้าโรงกลั่นหรือโรงแยกก๊าซฯ แต่ในทางปฏิบัติราคาขายปลีกยังคงมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือไว้คอยบริหารจัดการอยู่ ซึ่งก็เป็นเงินที่เก็บจากราคาแอลพีจีแต่ละกิโลกรัม และถูกแยกบัญชีอย่างชัดเจน เรียกว่าบัญชีแอลพีจีขณะนี้มีอยู่ 6,367 ล้านบาท หากคราใดที่ราคาแอลพีจีปรับเพิ่มขึ้นจนส่งผลต่อภาคประชาชนมาก ก็พร้อมจะควักเงินกองทุนน้ำมันฯ มาพยุงราคาทันทีเช่นกัน
ขณะที่การจัดหาการผลิตและการจำหน่ายถือเป็นการเปิดเสรีเพื่อปลดล็อกการผูกขาด และเปิดให้มีการแข่งขันมากกว่ารายเดียว จากเดิม บริษัท ปตท.เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ เป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดำเนินการตั้งแต่ 30 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเอกชนรายอื่นพยายามเข้ามาเป็นผู้นำเข้าแอลพีจี แต่ก็ยังมีสัดส่วนที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับศักยภาพและความพร้อมของ ปตท.ที่มีการลงทุนโรงบรรจุก๊าซและถังบรรจุก๊าซ ซึ่งมีต้นทุนสูงมาก ดังนั้นทำให้ส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่ยังคงเป็นของรายใหญ่อยู่ นั่นเอง

การเปิดเสรีจะส่งผลดี คือ ช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการแข่งขัน ในอนาคตจะสะท้อนไปยังราคาขายจะถูกลง และผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้า สามารถเลือกซื้อจากผู้ขายที่มีมากขึ้น ไม่ต้องไปผูกขาดกับรายใดรายหนึ่ง

ชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) กล่าวว่า หลังจากการลอยตัวราคาแอลพีจีที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคประชาชนโดยตรง เนื่องจากรัฐยังมีการตรึงราคาอยู่ที่ 20.49 บาท/กก.เท่าเดิม แต่ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์ในเดือนต่อไป ว่า หากราคาตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะรับมือกับความผันผวนดังกล่าวอย่างไร

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความกังวลว่าราคาขายในประเทศที่อาจปรับขึ้นสะท้อนราคาตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ราคาแอลพีจีจะไม่ถูกบิดเบือนอีกต่อไป จากที่ผ่านมามีการบิดเบือนกันอย่างมาก โดยการนำเงินกองทุนเชื้อเพลิงในส่วนน้ำมันไปอุดหนุนแอลพีจี ดังนั้นราคาขายจริงที่อิงกับตลาดโลกจะส่งผลให้ประชาชนต้องตระหนักว่าควรบริโภคอย่างเหมาะสม เช่น การลดความเร็วในการขับรถลง ถือเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดการใช้ต่อหน่วยลงไปได้ และใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

สอดคล้องกับ วิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า การลอยตัวแอลพีจีจะส่งผลให้ประชาชนมีโอกาสได้รับบริการที่ดีขึ้น เนื่องจากตลาดจะมีการแข่งขันที่เสรีมากขึ้น โดยขณะนี้เริ่มมีผู้เล่นในตลาดแอลพีจีที่มีความตื่นตัวมากขึ้น แม้ผู้ค้ารายใหม่จะยังเข้ามาไม่คึกคัก แต่คาดว่ารายเดิมจะต้องปรับกลยุทธ์ รวมถึงรายเล็กอาจมีการรวมตัวกันเพื่อทำการตลาดมากขึ้น

ทั้งนี้ เชื่อว่าในอนาคตจะส่งผลให้โครงสร้างแอลพีจีเข้าสู่จุดที่สมดุล ขณะเดียวกันผู้ใช้เองจะมี ระเบียบวินัยในการใช้และรู้คุณค่าของพลังงานมากขึ้น เนื่องจากรัฐไม่สามารถอุดหนุนได้ตลอดไปแน่นอน แต่การที่ประชาชนจะต้องประสบปัญหาราคาที่อาจจะสูงขึ้นในช่วงปลายปีที่ราคาในตลาดโลกสูงขึ้นนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากราคาแอลพีจีจะต้องกลับเข้าสู่ช่วงขาลงในช่วงอื่นๆ ของปีอย่างแน่นอน ดังนั้นประชาชนควรรับรู้ความเป็นไปของราคาตามสภาพความเป็นจริง

นอกจากนี้ ประเด็นที่กระทรวงพลังงานมองในระยะยาว ก็คือ แนวโน้มความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติและแอลพีจีจะปรับสูงขึ้น ขณะที่ความสามารถของการผลิตในประเทศน้อยลง จากข้อจำกัดแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่ทยอยหมดลง แม้จะมีนโยบายการเปิดประมูลหาผู้รับสัมปทานรายใหม่ แต่ด้วยศักยภาพของแปลงสัมปทานแต่ละแหล่งก็ย่อมมีวันหมดลงในอนาคตแน่นอน

ดังนั้น การเปิดเสรีธุรกิจก๊าซฯ จึงมีความจำเป็นควบคู่ไปด้วยเพื่อเพิ่มช่องทางในการหาแหล่งก๊าซฯ จากต่างประเทศ ซึ่ง ปตท.ในฐานะที่เป็นผู้นำเข้าแอลพีจีรายใหญ่ ขณะนี้ก็เปิดให้เอกชนผู้นำเข้าแอลพีจีรายอื่นๆ สามารถเช่าคลังแอลพีจีของ ปตท.ที่เขาบ่อยา จ.ชลบุรี ภายใต้หลักเกณฑ์ที่สะดวกขึ้น แนวทางดังกล่าวจะทำให้เอกชนผู้ค้าก๊าซและกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมให้ การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายเปิดเสรีธุรกิจแอลพีจีทั้งระบบ

ปัจจุบันปริมาณการใช้แอลพีจีในประเทศเฉลี่ยเดือนละ 5 แสนตัน แยกเป็นภาคครัวเรือน 1.7 แสนตัน ภาคอุตสาหกรรม 5 หมื่นตัน ภาคขนส่ง 1.1 แสนตัน และปิโตรเคมี 1.6 แสนตัน ขณะที่การจัดหาแอลพีจีในประเทศ อยู่ที่ 4.7 แสนตัน/เดือน และนำเข้าจากต่างประเทศ 4.3 หมื่นตัน/เดือน คิดเป็น 10% ของปริมาณการใช้  ในอนาคตหากการผลิตในประเทศลดลง ประเมินว่าปี 2564-2566 จะต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มอีก 5 หมื่นตัน/เดือน คิดเป็นสัดส่วนนำเข้ารวม 20% และปี 2570 การนำเข้าจะเพิ่มเป็น 30%

อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตารัฐบาลกับการบริหารจัดการแอลพีจีภายใต้นโยบายเปิดเสรี โดยเฉพาะในประเด็นของราคา เมื่อราคาแอลพีจีเพิ่มสูงขึ้นตามสภาวะของตลาดโลก โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แม้รัฐบาลจะมีมาตรการประกันความเสี่ยงโดยการใช้กองทุนน้ำมันฯ เข้ามาดูแล แต่ถ้าราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ในอนาคตก็มีโอกาสสูงที่รัฐต้องปล่อยราคาให้ลอยตัวตามกลไกตลาดโลกอย่างแท้จริงได้ การปล่อยให้แอลพีจีลอยตัวราคาในเวลาที่เหมาะสมถือเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี ลดภาระของภาครัฐที่อาจส่งผลให้เกิดความบิดเบือน พร้อมยังลดคำครหาว่ามีกลุ่มทุนผูกขาดในตลาดดังกล่าวด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท