posttoday
การส่งผ่านผลจากนโยบายการเงิน-การคลัง ในต่างประเทศมายังประเทศในกลุ่มอาเซียน

การส่งผ่านผลจากนโยบายการเงิน-การคลัง ในต่างประเทศมายังประเทศในกลุ่มอาเซียน

10 สิงหาคม 2560

รศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)www.econ.nida.ac.th; [email protected]ปัจจุบันนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลและธนาคารกลางในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งประสิทธิภาพของการใช้นโยบายจะขึ้นกับการกำหนดขนาดและช่วงเวลาที่ดำเนินนโยบายที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ การส่งผ่านผลกระทบจากภายนอกซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในของประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจเปิดและมีขนาดเล็กในตลาดโลกดังเช่นประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมีความอ่อนไหวในการรับผลกระทบจากภายนอกประเทศ

รศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)www.econ.nida.ac.th; [email protected]

ปัจจุบันนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลและธนาคารกลางในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งประสิทธิภาพของการใช้นโยบายจะขึ้นกับการกำหนดขนาดและช่วงเวลาที่ดำเนินนโยบายที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ การส่งผ่านผลกระทบจากภายนอกซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในของประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจเปิดและมีขนาดเล็กในตลาดโลกดังเช่นประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมีความอ่อนไหวในการรับผลกระทบจากภายนอกประเทศ

ในบรรดาผลกระทบจากภายนอกประเทศที่สำคัญ ผลของนโยบายเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งภายในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และจากภูมิภาคอื่นๆ เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป รวมถึงจากประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันเอง ซึ่งนับวันจะมีความเชื่อมโยงระหว่างกันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาการส่งผ่านผลกระทบจากนโยบายการเงิน-การคลังในต่างประเทศได้รับความสนใจทั้งในแวดวงวิชาการและประชาชนทั่วไป ดังจะเห็นจากรายงานเกี่ยวกับผลของนโยบาย คิวอีในสหรัฐ ญี่ปุ่น นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือการเพิ่มการลงทุนภาครัฐในจีน ซึ่งล้วนแต่ถูกกล่าวถึงในฐานะที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยและประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน

จากงานวิจัยของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า ได้วิเคราะห์การส่งผ่านผลจากนโยบายการเงิน-การคลังในต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมประเทศหลักจากทุกภูมิภาคทั่วโลกมายังประเทศในกลุ่มอาเซียน ผลการศึกษาพบว่าผลกระทบจากนโยบายการคลังในต่างประเทศที่มีผลต่อประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนอย่างชัดเจน ได้แก่ ผลจากประเทศจีน และประเทศ อื่นๆ ในเอเชียตะวันออก เช่น เกาหลี ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนทุกประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่ผลของนโยบายการคลังจากภายนอกภูมิภาค เช่น สหรัฐ ยุโรป แทบจะไม่ส่งผลต่อประเทศอาเซียนเลย ในด้านผลกระทบที่มีผลต่อประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน การส่งผ่านผลกระทบของนโยบายการคลังระหว่างกันจะมีอยู่บ้างในบางกรณี เช่น การส่งผลกระทบจากไทย มาเลเซีย ไปยังประเทศสมาชิกอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ขนาดการส่งผ่านผล กระทบระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันจะต่ำกว่าจากประเทศในเอเชียตะวันออกอย่างชัดเจน ดังนั้น ผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออก ด้วยการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลจะมีผลบวกต่อประเทศอาเซียนด้วย

ในด้านผลของนโยบายการเงิน การส่งผ่านผลกระทบจะมีนัยกว่าในกรณีนโยบายการคลัง และผลกระทบที่ส่งผ่านจะมีลักษณะซับซ้อนกว่า กล่าวคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงิน โดยการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจะส่งผลกระทบยังเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนอย่างมีนัย ในกรณีที่นโยบายการเงินที่ปรับตัวมาจากประเทศในอาเซียนด้วยกันจะมีผลต่อประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะในกรณีของมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่การลดดอกเบี้ยในประเทศจะส่งผลด้านบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย แม้ว่าขนาดของผลกระทบจะมีไม่มากก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ผลของนโยบายการเงินที่ควรจับตาและให้ความสำคัญ คือผลของนโยบายการเงินจากประเทศที่เป็นตลาดการเงินหลักของโลก ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ สหภาพยุโรป โดยผลจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางในประเทศเหล่านี้จะส่งผลด้านลบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศอาเซียนชะลอตัวลง แทนที่จะขยายตัวเหมือนผลของการลดดอกเบี้ยของประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ซึ่งผลในลักษณะนี้เกิดจากผลของการแข็งตัวของอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศอาเซียน ซึ่งจะแข็งตัวตามกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ เมื่อมีการลดอัตราดอกเบี้ยของประเทศที่สำคัญๆ

ดังจะเห็นจากช่วงที่สหรัฐ สหภาพยุโรป อังกฤษ มีการลดดอกเบี้ยและใช้นโยบายการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศตน ค่าเงินของประเทศอาเซียนมักจะแข็งค่าขึ้นพร้อมๆ กัน ซึ่งผลจากการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนนี้ส่งผลลบต่อประเทศอาเซียน ซึ่งพึ่งพิงการส่งออก เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนกรณีของประเทศจีน แม้ว่าจะเป็นประเทศสำคัญที่ส่งผ่านผลของนโยบายการคลัง แต่ในกรณีของนโยบายการเงินไม่พบการส่งผ่านผลของนโยบายการเงินอย่างมีนัย

ผลการศึกษาการส่งผ่านผลกระทบนี้ มีนัยต่อการกำหนดนโยบายของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่สำคัญ สองประการ คือ หนึ่ง การติดตามทิศทางของนโยบายการเงิน การคลัง ในการประเมินภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นในการใช้นโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากจะให้ความสำคัญกับประเทศหลักจากภายนอกภูมิภาค เช่น จีน ในกรณีนโยบายการคลัง และสหรัฐ สหภาพยุโรป อังกฤษ ในกรณีนโยบายการเงินแล้ว ประเทศในอาเซียนด้วยกันก็มีความสำคัญ ซึ่งมีการส่งผ่านผลกระทบระหว่างกันด้วยเช่นเดียวกัน แม้ว่าขนาดของการส่งผ่านผลกระทบในปัจจุบันจะยังน้อยกว่าในกรณีของประเทศหลักภายนอกภูมิภาคก็ตาม

สอง การร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค การร่วมมือด้านนโยบายการเงินมีความสำคัญกว่าด้านนโยบายการคลัง โดยเฉพาะความร่วมมือในการตอบสนองต่อนโยบายการเงินที่มาจากภายนอกภูมิภาค การประชุมเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีความร่วมมือกันภายใต้กรอบ The Chiang Mai Initiative Multilateralization (CMIM) ควรมีการพัฒนาความร่วมมือให้การกำหนดนโยบายการเงินระหว่างประเทศในภูมิภาคมีความสอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่ส่งผ่านไปยัง ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการเจรจาระหว่างประเทศอาเซียนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียอื่นๆ ภายใต้กรอบ ASEAN+3, ASEAN+6 ซึ่งรวมประเทศในเอเชียตะวันออก เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ด้วยนั้น การพูดคุยเรื่องนโยบายการคลังมีความสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาและขนาดของการกำหนดนโยบายของประเทศต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดนโยบายของประเทศอาเซียนด้วยเช่นกันครับ

หมายเหตุ : เนื้อหาที่กล่าวถึงในบทความนี้นำมาจากการศึกษาของ Dau and Sethapramote (2017) "Measuring Fiscal and Monetary Policies Spillover in ASEAN" รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จากบทความฉบับเต็ม n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท