
กรธ.เปิดทางยื่นตีความ
กรธ.ไม่ยื่นตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายทบทวนร่าง พ.ร.บ.ผู้ตรวจฯ รอ สนช.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
กรธ.ไม่ยื่นตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายทบทวนร่าง พ.ร.บ.ผู้ตรวจฯ รอ สนช.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กรธ.มีความเห็นตรงกันไม่จำเป็นต้องส่งข้อโต้แย้งเพื่อให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญร่วม 3 ฝ่ายในการพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน
ทั้งนี้ ควรรอความชัดเจนจากการที่ 34 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับสถานะของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้อยู่ต่อจนครบวาระจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจะถือเป็นข้อยุติสำหรับทุกฝ่าย
นอกจากนี้ นายอุดมยังได้กล่าวถึงเสียงคัดค้านเรื่องให้ผู้สมัคร สส.จับเบอร์รายเขต ว่า ทาง กรธ.คงต้องมีการพิจารณากัน แต่เรื่องนี้ กรธ.ได้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ตอนร่างรัฐธรรมนูญว่าการใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศมันง่ายต่อการซื้อเสียง ดังนั้นหากมีวิธีอะไรที่จะมาป้องกันการทุจริตได้ก็จะดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ที่ห่วงว่าจะทำให้ประชาชนสับสนนั้น กรธ.กลับคิดในทางตรงกันข้าม เพราะ กรธ.คาดหวังว่าก่อนการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนในอนาคตจะมีการคิด ไตร่ตรองเป็นอย่างดีว่าจะเลือกบุคคลใดหรือพรรคใด ยิ่งการเลือกตั้งในอนาคตจะเป็นบัตรเลือกตั้งแบบใบเดียวประชาชนจะต้องคิดด้วยความรอบคอบ
ด้าน นายอำนวย คลังผา อดีต สส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดเรื่องให้ผู้สมัคร สส.จับเบอร์รายเขตนั้นถอยหลังไปถึง 20 ปี ถือว่าไม่เหมาะสม
"กรธ.ควรทำให้ดีกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชน เพราะการ เพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนั้นจะต้องเพิ่มความสะดวก ง่าย ไม่ใช่เพิ่มอุปสรรค และบัตรเลือกตั้ง ไม่เหมือนกันทั้งที่อยู่ในพรรคเดียวกัน จะเพิ่มความสับสนแก่ประชาชนอย่างมาก เพราะปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ อยู่จำนวนมาก นั่นยิ่งจะทำให้ยุ่งเหยิงกันไปใหญ่" นายอำนวย กล่าว
ขณะที่ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง "ทิศทางการเมืองไทยหลังครบ 1 ปี ประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 45.3% เห็นว่า กรธ.จะไม่สามารถจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จตามโรดแมป ทำให้ต้องขยายระยะเวลาการเลือกตั้งออกไป ขณะที่ 34.1% เชื่อว่าน่าจะทันและจัดเลือกตั้งได้ตามกำหนด และ 20.6% ไม่แน่ใจ







