
ธนาคารกลางอินเดีย ลดดอกเบี้ยตามคาด
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทยในที่สุดธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India หรือ RBI) ก็มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ในรอบการประชุมเดือน ส.ค.ตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ โดย RBI ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (Repo Rate) ลงจาก 6.25% มาอยู่ที่ 6%
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทย
ในที่สุดธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India หรือ RBI) ก็มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ในรอบการประชุมเดือน ส.ค.ตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ โดย RBI ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (Repo Rate) ลงจาก 6.25% มาอยู่ที่ 6%
Repo Rate คือ อัตราดอกเบี้ยที่ RBI ปล่อยกู้แก่ธนาคารพาณิชย์ โดยมีพันบัตรรัฐบาลที่ธนาคารพาณิชย์ ถืออยู่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่เป็นต้นทุนของเงินของธนาคารพาณิชย์นั่นเอง Repo Rate จึงเป็นเครื่องมือของธนาคารกลางในการส่งสัญญาณอัตราดอกเบี้ยไปยังตลาดการเงิน
เหตุผลหลักที่ RBI ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว คงจะหนีไม่พ้นเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้ระบบภาษีสินค้าและบริการ (Goods & Services Tax หรือ GST) ใหม่เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่ปรับลดลงมาอยู่ในภาวะหดตัว และต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 เช่นเดียวกับดัชนีภาคบริการก็ปรับลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อย่างไรก็ตาม การหดตัวลงอย่างรวดเร็วของตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ตลาดมองว่าน่าจะเป็นผลกระทบชั่วคราวในช่วงระยะเริ่มต้นของการบังคับใช้ GST ใหม่ ก่อนที่ภาพรวมธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นและกลับมาขยายตัวได้ดี หลังจากที่ต้นทุนทางภาษีที่ซ้ำซ้อนลดต่ำลง
การปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้จึงไม่ใช่การส่งสัญญาณว่า RBI จะปรับเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินเป็นแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวแต่อย่างใด โดย RBI ระบุชัดเจนว่าจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบเป็นกลางและยังสื่อสารต่อตลาดเพิ่มว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดในระยะสั้นต่อจากนี้มีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากรัฐบาลเตรียมยกเลิกเงินกู้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และปรับเพิ่มสวัสดิการแก่พนักงานของรัฐฯ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้คงจะทำให้มีปริมาณความต้องการเงินในระบบปรับเพิ่มขึ้นได้
ตั้งแต่ต้นปี 2560 หุ้นอินเดียปรับเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 25% ดังนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะคาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นได้อีกในระยะเวลาที่เหลือของปี แม้ที่ปรึกษาการลงทุนส่วนหนึ่งจะมีมุมมอง เชิงบวกต่อตลาดหุ้นอินเดียก็ตาม แต่ก็ยังแนะนำให้ถือหุ้นอินเดียผ่านกองทุนหุ้นเอเชีย หรือกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่มีอินเดียเป็นส่วนประกอบสำคัญ และมีการกระจายความเสี่ยงไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย







