
ใช้สมาร์ทโฟนในค้าปลีก
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของจีเอฟเคในหลายๆ ประเทศ พบว่า 40% เลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนในขณะที่อยู่ในร้านค้าเพื่อเปรียบเทียบราคาและติดต่อเพื่อนหรือคนรู้จักเพื่อถามความคิดเห็น ในขณะที่ลูกค้าอีก 23%เลือกที่จะซื้อสินค้าผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่น และอีก 22% สั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ตามลำดับ ซึ่งพิสูจน์ข้อสรุปที่ว่าเมื่อไหร่ที่มีคนเริ่มลองก็มักจะมีคนตาม
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของจีเอฟเคในหลายๆ ประเทศ พบว่า 40% เลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนในขณะที่อยู่ในร้านค้าเพื่อเปรียบเทียบราคาและติดต่อเพื่อนหรือคนรู้จักเพื่อถามความคิดเห็น ในขณะที่ลูกค้าอีก 23%เลือกที่จะซื้อสินค้าผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่น และอีก 22% สั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ตามลำดับ ซึ่งพิสูจน์ข้อสรุปที่ว่าเมื่อไหร่ที่มีคนเริ่มลองก็มักจะมีคนตาม
ร้านค้าปลีกด้านความงามอย่าง Sephora ประสบความสำเร็จอย่างมากกับการนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง AR (Augmented Reality) และ lip-mapping มาใช้บนแอพพลิเคชั่น "Sephora Virtual Artist" ที่ทำให้ลูกค้าได้เห็นและรู้ ทันทีว่า ลิปสติกที่มีมากกว่า 3,000 เฉดสีนั้น สีไหนเหมาะหรือเป็นสีที่ใช่สำหรับคุณ เดิมเป็นเรื่องยากหรือใช้เวลามากสำหรับการเลือกสิ่งที่ถูกใจ
ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเซ็นทรัลดีพาร์ตเมนต์สโตร์เองก็พยายามที่จะนำข้อมูลการตลาดเชิงลึกและการวิเคราะห์ตำแหน่งที่อยู่ของอุปกรณ์โมบายล์มาใช้ เพื่อค้นหาว่ามีลูกค้าคนใดที่ใช้บริการแอพพลิเคชั่นอยู่ในตำแหน่งใกล้ๆ กับสาขา เพื่อทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในส่วนของกลยุทธ์ที่เซ็นทรัลดีพาร์ตเมนต์สโตร์เลือกนำมาใช้ คือ การใช้สิ่งจูงใจที่เข้าถึงได้และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ด้วยการแจ้งเตือนที่เฉพาะเจาะจงให้แต่ละบุคคล กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ลูกค้าชื่นชอบในข้อเสนอที่สุดแสนพิเศษเฉพาะตัว และตัดสินใจเลือกที่จะจ่ายหรือรับบริการนั้นทันที
ดังนั้น จุดที่สำคัญที่สุดของการนำเอาสมาร์ทโฟนมาใช้ คือ การที่ สมาร์ทโฟนสามารถช่วยสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกเรื่องข้อมูล บ่งชี้ถึงความภักดีต่อแบรนด์สินค้าของลูกค้าว่ามีมากเพียงใด ทุกวันนี้การเอาใจและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดจึงทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ







