posttoday
รู้ก่อนลงมือ...ทำความเข้าใจระบบนิเวศอี-คอมเมิร์ซ

รู้ก่อนลงมือ...ทำความเข้าใจระบบนิเวศอี-คอมเมิร์ซ

02 สิงหาคม 2560

ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน หนึ่งในงานที่ผมทำร่วมกับกรรมการหลายท่านในสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thai e-Commerce Association) คือการร่าง e-Commerce Landscape หรือการตีแผ่ "ระบบนิเวศของการค้าอิเล็กทรอนิกส์" ออกมา เริ่มกันที่องค์ประกอบหลักในระบบซึ่งมีอยู่5 ส่วน ลองมาดูกระบวนการกันก่อนครับว่าเมื่อมีการซื้อขายออนไลน์เกิดขึ้นองค์ประกอบทั้ง 5 ส่วนนี้มีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน หนึ่งในงานที่ผมทำร่วมกับกรรมการหลายท่านในสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thai e-Commerce Association) คือการร่าง e-Commerce Landscape หรือการตีแผ่ "ระบบนิเวศของการค้าอิเล็กทรอนิกส์" ออกมา เริ่มกันที่องค์ประกอบหลักในระบบซึ่งมีอยู่5 ส่วน ลองมาดูกระบวนการกันก่อนครับว่าเมื่อมีการซื้อขายออนไลน์เกิดขึ้นองค์ประกอบทั้ง 5 ส่วนนี้มีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างไร

1.Consumers คือผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและจับจ่ายซื้อสินค้า ในโลกยุคนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกสั่งซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์ได้ ซึ่งช็อปปิ้งออนไลน์มีประโยชน์กับผู้บริโภค เช่น ประหยัดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกสบาย ไม่ต้องแบกสินค้ากลับบ้านเองด้วย และช็อปออนไลน์ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดเด็ดๆ ที่มาช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้นด้วย

2.e-Commerce Marketing คำ นิยามสั้นๆ ก็คือ "การตลาดออนไลน์ช่วยเพิ่มยอดขาย" และยาวๆ คือ วิธีการตลาดที่นำมาซึ่งการช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าได้มากขึ้น ไม่จำกัดว่าจะเป็นกลวิธีทางออนไลน์หรือออฟไลน์ ขอให้เป็นวิธีการที่สามารถชักชวนและเย้ายวนใจดึงให้คนเข้ามาจับจ่ายซื้อของกับร้านค้าออนไลน์ของเราได้มากขึ้น

ในมุมมองของผู้ซื้อ จะได้รับอิทธิพลจาก e-Commerce Marketing เพื่อเชิญชวนให้มาสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ และในมุมมองของผู้ขาย ในการที่จะได้มาซึ่งยอดขาย คุณจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีการทำ Ecommerce Marketing ทุกวิธี ว่ามันคืออะไร ข้อดีข้อเสีย และผมบอกได้เลยว่าไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุดวิธีเดียวในการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ คำแนะนำคือให้ลองใช้หลายๆ วิธีเพื่อให้มันส่งเสริมซึ่งกันและกัน และสำคัญมากๆ คือลองทำแล้วต้องวัดผลได้ครับ

3.e-Commerce Services (Merchants) ก็คือร้านค้าต่างๆ ซึ่งผมแบ่งออกเป็น 7 ประเภท คือ 1.C2C Classified คือบริการลงประกาศฟรีต่างๆ 2.B2C Retailers คือผู้ค้าปลีกออนไลน์ ผู้ค้ากลุ่มนี้จะมีการสต๊อกสินค้าไว้กับตัวเอง ทำให้สามารถจัดการสินค้าได้แบบเบ็ดเสร็จ 3.B2C e-Market Place คือตลาดกลางออนไลน์ ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะไม่สต๊อกสินค้าเอง แต่จะไปรวบรวมผู้ขายหลายๆ เจ้าให้มาวางขายสินค้าผ่านตลาดกลาง เมื่อเกิดการซื้อขาย ตลาดกลางจะบริการคำสั่งซื้อโดยการประสานกับร้านค้าเจ้าของสินค้าเพื่อให้ส่งของไปให้ผู้ซื้อต่ออีกทอดหนึ่ง 4.B2B คือผู้ค้าที่ขายสินค้าทีละล็อตใหญ่ๆ ซื้อทีละมากๆ 5.Social Commerce คือร้านค้ากลุ่มที่เอาประโยชน์จาก Social มาใช้ในการค้าขาย 6.Price Comparison คือการซื้อขายผ่านเว็บไซต์เปรียบเทียบราคา และ 7.Cross Border คือการสั่งซื้อจากเว็บไซต์ต่างประเทศ

4.e-Commerce Infrastructure ฐานกำลังที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถให้บริการผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้ 1.Storefront Provider คือผู้ให้บริการเปิดหน้าร้านออนไลน์ ช่วยสร้างเว็บไซต์ร้านค้าให้ 2.Technology Provider คือผู้ให้บริการในการวางเว็บไซต์ของร้านค้า เช่น Hosting Provider 3.Payment คือผู้ให้บริการรับชำระเงิน 4.Logistic/Distribution/Fulfillment คือผู้ให้บริการจัดส่งสินค้ารวมทั้งบริหารคำสั่งซื้อที่เข้ามาในระบบ 5.Information/Education คือผู้ให้บริการด้านการศึกษา 6.Performance Monitoring & Assessment คือผู้ให้บริการในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

5.Support Organization องค์ประกอบที่สนับสนุนให้เกิดการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ทำให้ตลาดการค้าออนไลน์ใหญ่ขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในระบบส่วนนี้มากขึ้น ผมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ องค์กรรัฐบาลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผมแล้วต้องการที่จะเห็นภาพธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน และการที่จะเกิดระบบนิเวศอี-คอมเมิร์ซนี้ขึ้นมาได้ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งสมาคมต่างๆ ตามที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ฝากไว้สำหรับทุกฝ่ายครับ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท