posttoday
มนุษย์จะเป็นโรบอต โรบอตจะเป็นมนุษย์

มนุษย์จะเป็นโรบอต โรบอตจะเป็นมนุษย์

02 สิงหาคม 2560

เนรมิต สร้างเอี่ยม กูรูด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของแนวคิด 'คิดทุกเม็ด ครบทุกมุม คุ้มทุกเมตร'[email protected]คราวก่อนได้พูดถึงการมาของ Robotic Butler ในโรงแรม M Social ของประเทศสิงคโปร์ เพื่อนบ้านของเราที่ห่างกันไปแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น เพื่อให้พวกเราเห็นภาพถึงการมาอย่างรวดเร็วของโรบอตที่จะทำงานแทนมนุษย์อย่างเรา อีกทั้งคงเป็นไปตามกฎของมัวร์ (Moore's Law) ด้วย ที่การเปลี่ยนแปลงแบบนี้จะมีอัตราเพิ่มที่รวดเร็วแบบเท่าตัวภายในเวลาทุกๆ 2 ปี

เนรมิต สร้างเอี่ยม กูรูด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของแนวคิด 'คิดทุกเม็ด ครบทุกมุม คุ้มทุกเมตร'[email protected]

คราวก่อนได้พูดถึงการมาของ Robotic Butler ในโรงแรม M Social ของประเทศสิงคโปร์ เพื่อนบ้านของเราที่ห่างกันไปแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น เพื่อให้พวกเราเห็นภาพถึงการมาอย่างรวดเร็วของโรบอตที่จะทำงานแทนมนุษย์อย่างเรา อีกทั้งคงเป็นไปตามกฎของมัวร์ (Moore's Law) ด้วย ที่การเปลี่ยนแปลงแบบนี้จะมีอัตราเพิ่มที่รวดเร็วแบบเท่าตัวภายในเวลาทุกๆ 2 ปี

ในที่สุดหุ่นยนต์จะพับผ้าแทนเราได้ในปี 2020 เขียนเรียงความเทียบเท่าเด็กไฮสกูล หรือขับรถเทรลเลอร์ 18 ล้อได้ในปี 2026 เป็นพนักงานขายในร้านค้าปลีกได้ในปี 2036 เป็นหมอผ่าตัดได้ในปี 2056 นั่นหมายถึงว่า จะทำงาน แทนเราได้ทุกอย่างแล้วตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา (ที่มา : www. businessinsider.com/when-robots-will-take-peoples- jobs-2017-6)

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับสังคมและประเทศของเรา ผมอยากให้มองย้อนกลับไปถึงในยุคที่มีเครื่องจักรกลมาทำงานแทนเรา การเกิดขึ้นของโรบอตนี้ก็น่าจะส่งผลไม่แตกต่างกันกับการเกิดขึ้นของเครื่องจักรกลในอุตสาหกรรมสมัยหนึ่ง เช่น โรบอต อาจทำให้การผลิตเสื้อผ้าสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นไปอีก เพราะโรบอตไม่เหนื่อย ไม่มีความผิดพลาด ไม่งอแง ไม่มีอารมณ์โกรธ ไม่ดราม่า ไม่เรียกร้องค่าแรง ไม่ทานข้าว ฯลฯ จนราคาเสื้อผ้าถูกลงอีกมากๆ จนถึงขั้นแจกฟรีเสื้อผ้าให้ใส่ก็ได้ แต่เสื้อตัวนั้นต้องมีโลโก้ของสินค้าอื่นๆ เพื่อให้ผู้ผลิตเสื้อผ้าไปหารายได้ มาจากการโฆษณาแทน อะไรทำนองนี้

ส่วนมนุษย์ก็อาจถึงขั้นมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตที่ลดลง จนไม่จำเป็นต้องหาเงินมากๆ มาใช้ มนุษย์อาจจะ สบายขึ้น ทำงานน้อยลง ใช้ชีวิตไปกับการเสพสุนทรียะต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ การชมการแสดง ศิลปะ ดนตรี ละครต่างๆ เป็นต้น ในขณะที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งจะใช้ชีวิตชิลๆ มากขึ้น ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา

ในมุมมองของผม อย่างที่เข้าใจกันดีในเรื่องกฎของมัวร์ ผมคิดว่าคราวนี้การเปลี่ยนแปลงจะมาเร็วขึ้นกว่าที่คิดไว้มาก จนกลุ่มคนที่ทำอาชีพซึ่งจะถูกแทนที่ด้วยโรบอตนั้นปรับตัว ไม่ทัน แต่ผมเห็นว่า ตราบใดที่มนุษย์เราไม่พยายามทำตัวเป็นโรบอต ในขณะที่ผู้ผลิตโรบอตพยายามจะผลิตตัวโรบอต ออกมาให้มีความเหมือนมนุษย์มากที่สุดนั้น มนุษย์เราก็จะ อยู่รอดได้ในทุกๆ สถานการณ์ครับ

อย่างไรก็ดี มนุษย์เรายังคงต้องการการดูแลเอาใจใส่จากมนุษย์ด้วยกันมากกว่า เพียงแต่อย่างที่กล่าวไว้ว่า ตัวเรา ต้องไม่ทำตัวเป็นโรบอตเสียเอง ไม่มีความเข้าอกเข้าใจมนุษย์ด้วยกัน เช่น การมีโอกาสนั่งทานข้าวด้วยกันสองคน แต่ต่างคนต่างก็ก้มหน้าอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ของตนเอง หรือการทำงานที่เอาตัวรอดคนเดียว ไม่เห็นอกเห็นใจช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ปัจจัยเหล่านี้มากกว่าที่เป็นเรื่องที่โรบอต จะไม่มีทางเหมือนเราได้ และในที่สุดเราก็จะมีความได้เปรียบโรบอตอยู่ตลอดในทุกกรณีทุกสถานการณ์ สามารถประกอบอาชีพที่อาจเป็นอาชีพเดิม หรืออาชีพใหม่ที่เกิดขึ้น ได้เป็นอย่างดีครับ!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ