posttoday
‘ฟอเรสต์ ซิตี้’ เมืองอัจฉริยะ แห่งอาเซียน

‘ฟอเรสต์ ซิตี้’ เมืองอัจฉริยะ แห่งอาเซียน

02 สิงหาคม 2560

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร"ฟอเรสต์ ซิตี้" ถือได้ว่าเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบมิกซ์ยูสที่สมบูรณ์แบบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะด้วยงบลงทุนที่สูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ในการถมทะเลเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนารวม 4 เกาะ ขนาดพื้นที่โครงการรวมกว่า 30 ตารางกิโลเมตรแล้ว ด้วยศักยภาพที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ที่อิสกันดาร์ มาเลเซีย ใกล้กับสะพานเชื่อมระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางขนส่งและศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์รวมทางการค้าและศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ของโลกอีกด้วย

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

"ฟอเรสต์ ซิตี้" ถือได้ว่าเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบมิกซ์ยูสที่สมบูรณ์แบบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะด้วยงบลงทุนที่สูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ในการถมทะเลเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนารวม 4 เกาะ ขนาดพื้นที่โครงการรวมกว่า 30 ตารางกิโลเมตรแล้ว ด้วยศักยภาพที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ที่อิสกันดาร์ มาเลเซีย ใกล้กับสะพานเชื่อมระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางขนส่งและศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์รวมทางการค้าและศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ของโลกอีกด้วย

แนวคิดในการพัฒนาโครงการได้ออกแบบให้มีการ ผสมผสานใน 2 รูปแบบคือ "ผสมผสานธุรกิจเข้ากับชีวิตเมือง" และ "นวัตกรรมสำหรับชีวิตเมือง" แม้โครงการนี้ มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยธุรกิจแต่ก็ยังให้ ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ด้วยอุตสาหกรรม หลัก 8 ประการ คือ การท่องเที่ยวและการประชุมสัมมนา ธุรกิจสุขภาพ การศึกษาและการฝึกอบรม สำนักงานใหญ่ ประจำภูมิภาค ธุรกิจการเงิน บริการด้านอี-คอมเมิร์ซที่ดำเนินธุรกิจในอาเซียน ศูนย์บริการและแอพพลิเคชั่นสำหรับ เทคนิคใหม่ๆ รวมทั้งธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะและเมืองสีเขียว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแผนการดำเนินงานภายใน 20 ปี

อย่างไรก็ดี กว่า 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาหลังจากที่บริษัท คันทรี่ การ์เด้น แปซิฟิกวิว ซึ่งได้รับสิทธิเหนือทะเลได้ดำเนินการพัฒนาโครงการเฟสแรกของเกาะที่ 1 โดยเริ่มก่อสร้างแลนด์มาร์คโครงการไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างโรงแรมและในส่วนของที่พักอาศัยทั้งคอนโดมิเนียมสูง 35-40 ชั้น จำนวน 2.5 แสนยูนิต และวิลล่า 200 หลังบางส่วน สนามกอล์ฟ สำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์การประชุม ฯลฯ โดยขณะนี้มีการพัฒนาพื้นที่ไปแล้ว 40% ใช้วงเงินลงทุนไปแล้วราว 3.5 หมื่นล้านบาท คาดว่า เฟสแรกจะแล้วเสร็จในปี 2563 สำหรับปีที่ผ่านมาปิดการขายที่อยู่อาศัยไปแล้ว 1.5 หมื่นยูนิต โดยผู้ซื้อเป็นคนจีนถึง 70% จากลูกค้า 23 ประเทศ

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโรงงานต้นแบบ Industrialised Building System (IBS) ตั้งอยู่ในโครงการฟอเรสต์ ซิตี้ ที่อิสคันดาร์ โดยเป็นโรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปซึ่งใช้เทคโนโลยีทั้งจากประเทศเยอรมนี อิตาลีและจีน มีกำลังการผลิตที่ 1 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.)/ปี และมีแผนจะลงทุนสร้างโรงงานเพิ่มอีก 5 แห่งบนพื้นที่ 417 เอเคอร์ เมื่อโครงการแล้วเสร็จทั้ง 6 แห่ง จะมีกำลังการผลิตที่ 6 ล้าน ตร.ม. จะเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จุดประสงค์หลักของโรงงานนี้ จะผลิตเพื่อป้อนให้กับการพัฒนาโครงการฟอเรสต์ ซิตี้ ทั้งหมดก็ตามแต่ยังมีกำลังการผลิตที่เหลือสามารถสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อีกด้วย

ปัจจุบันจีนมีการลงทุนเป็นอันดับ 5 ในยะโฮร์บาห์รู ทั้งนี้ ประมาณการความต้องการใช้คอนกรีต 4-5 ปี จะอยู่ที่ 4-5 ล้าน ตร.ม. คาดจะเห็นโรงงานที่ 4 อย่างไรก็ดี การใช้คอนกรีตสำเร็จรูปดีกว่าใช้คอนกรีตทั่วไปคือ ดีไซน์งานตามความต้องการ สร้างในโรงงาน ประกอบและติดตั้งได้ตามสถานที่ต่างๆ ลดระยะเวลาการก่อสร้าง และงานมีคุณภาพอีกทั้งยังช่วยลดของเสียน้อยลงเหลือ 60% จาก 80% นอกจากนี้ หากเมื่อมีการใช้เป็นจำนวนมากก็จะทำให้ต้นทุนก่อสร้างและราคาบ้านลดลง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาข้อตกลงความร่วมมือกับ 21 บริษัทชั้นนำเพื่อพัฒนาศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการแพทย์แผนจีนโบราณและปัจจุบัน เช่น โรงพยาบาลฝอซาน ที่ให้บริการดูแลรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนจีนโบราณ ด้วยประวัติการรักษาที่ยาวนานกว่า 61 ปี และมีความเชี่ยวชาญด้านรักษาแบบผสมผสาน การศึกษา การค้นคว้าวิจัยและป้องกันการเกิดโรคโดยการดูแลรักษาสุขภาพแบบครบวงจร สถาบันการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพประจำประเทศมาเลเซีย เป็นต้น

รวมทั้งการจะเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดดิวตี้ฟรี ดาวน์ทาวน์ โฟกัส แอดเวนเจอร์ ซึ่งเป็นการออกแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีคุณภาพและไม่เหมือนใครให้ผู้มาสัมผัส ได้เปิดประสบการณ์ในป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำ พิพิธภัณฑ์รังนกของไกลเค็น กรุ๊ป ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ด้วยความสูงกว่า 1.1 หมื่นตารางฟุต

นอกจากนี้ จะเป็นครั้งแรกของแนชเวิร์ค ผู้ให้บริการ โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ชั้นนำจากประเทศจีนกับการลงทุนในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเข้ามาบริการโครงสร้างพื้นฐานที่ธุรกิจในกลุ่มสตาร์ทอัพ ระดับผู้ประกอบการและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถจัดตั้งบริษัทให้เป็นสำนักงานใหญ่ในระดับ ภูมิภาคที่ฟอเรสต์ ซิตี้ การลงนามในครั้งนี้ทำให้ฟอเรสต์ ซิตี้ กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการจากนานาประเทศ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเห็นความชัดเจนใน 2-3 ปี

สำหรับโครงการ มิกซ์ยูส ฟอเรสต์ ซิตี้ กำลังถูกพัฒนา ให้เป็นศูนย์กลางของความเป็นผู้เชี่ยวชาญการให้บริการในสาขาต่างๆ ให้กับประชาชนทั่วไปในพื้นที่และท่องเที่ยว ซึ่งยังเหลืออีกหลายโปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ความสำเร็จของชุมชนเมืองใหม่ไม่ใช่เกิดจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าเท่านั้น แต่ต้องมีดีมานด์จริงของประชากรที่อยู่ อาศัยอย่างเป็นสุขและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ