
เมกาโฮมบุกเอสเอ็มอี
เมกาโฮมปรับตัวรับผลิตร้านค้า-บ้านสำเร็จรูปเจาะกลุ่มเอสเอ็มอี เล็งผุดสโตร์ใหม่ไซส์เล็กเจาะแหล่งชุมชน
เมกาโฮมปรับตัวรับผลิตร้านค้า-บ้านสำเร็จรูปเจาะกลุ่มเอสเอ็มอี เล็งผุดสโตร์ใหม่ไซส์เล็กเจาะแหล่งชุมชน
นางสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มลูกค้า บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ ศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและของใช้ภายในบ้าน เปิดเผยว่า การแข่งขันในธุรกิจศูนย์วัสดุก่อสร้างนั้นแข่งขันรุนแรงอย่างต่อเนื่องทำให้บริษัทต้องปรับตัว โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และมีสินค้า ในกลุ่มใหม่ๆ มาเป็นทางเลือก ซึ่งเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมกับบริษัท เดอะคิวบ์ เพื่อผลิตร้านค้าเจาะกลุ่มธุรกิจ เอสเอ็มอี ที่ต้องมีร้านค้าเป็นของตัวเองในราคาประหยัด
"เรามองเห็นความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เช่น ร้านขายของ ร้านกาแฟ หรือแม้กระทั่งรีสอร์ท จึงได้ร่วมมือกับบริษัท เดอะคิวบ์ (The Cube) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตสินค้าจากเหล็ก มาผลิตร้านค้าสำเร็จรูป ที่ไม่ต้องปวดหัวในการหาผู้รับเหมา หรือกังวลเรื่องวัสดุไม่ได้คุณภาพ ซึ่งร้านสำเร็จรูปนี้จะผลิตมา จากโรงงาน ราคาเริ่มต้น 1.5-5.85 แสนบาท ขนาดเริ่มต้นกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 2.4 เมตร สามารถติดตั้งได้ภายใน 3 วัน" นางสุพรศรี กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโมเดลใหม่ๆ ในการทำธุรกิจเพื่อ ให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าให้ มากขึ้น จากอดีตที่การพัฒนาจะเน้นศูนย์ขนาดใหญ่พื้นที่ต่อแห่ง 1 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ขึ้นไป โดยอยู่ระหว่างพิจารณาสโตร์รูปแบบใหม่ไซส์ขนาดเล็กเพื่อเจาะชุมชน รวมไปถึงการพัฒนา ช่องทางการขายผ่านออนไลน์ที่ขณะนี้บริษัทแม่ คือ โฮมโปร อยู่ระหว่างการเริ่มทำการตลาด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทเตรียมเปิด เมกาโฮม เชียงราย ซึ่งเป็นสาขา ที่ 12 ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ อย่างเป็นทางการ สาขานี้มีพื้นที่ขายกว่า 1.1 หมื่น ตร.ม. ใช้งบลงทุน 400-500 ล้านบาท คาดว่าในปีแรกจะทำยอดขายได้ประมาณ 60-70 ล้านบาท ซึ่งสาขาแห่งนี้จะมีพื้นที่อบรมสัมมนาให้กับช่างและผู้รับเหมาก่อสร้าง และมีพื้นที่ทำงานรูปแบบโคเวิร์กกิ้ง สเปซ โดยในอนาคตบริษัทมีแผนจะปรับศูนย์สาขาเดิมให้มีพื้นที่ดังกล่าวด้วย
สำหรับในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะเติบโตด้านยอดขายจากปีก่อนราว 20% หรือ มียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 9,000 ล้าน บาท จากเดิมเมื่อต้นปีตั้งไว้ว่าจะเติบโตได้ 30% โดยในครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 5 แสนราย แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าบ้าน 50% อีก 40% เป็นกลุ่มช่างผู้รับเหมาก่อสร้าง
นางสุพรศรี กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าตลาดวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะสินค้าประเภทเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กข้ออ้อย ทยอยปรับราคาขึ้นเล็กน้อยเฉลี่ย 3-5% ส่วนสินค้าประเภทอื่นอย่างปูนซีเมนต์ยังไม่มีการปรับราคา







