
เศรษฐกิจไทยแข็งนอกอ่อนใน
บรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวในงานสัมมนา "ถอดสูท ถกเศรษฐกิจ : ตรวจสุขภาพเศรษฐกิจ ปะทะความคิด ภาครัฐ-เอกชน" จัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเศรษฐกิจไทยใน 1-2 ปีข้างหน้า คงพอไปได้ ปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะเติบโต 3.5%
บรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวในงานสัมมนา "ถอดสูท ถกเศรษฐกิจ : ตรวจสุขภาพเศรษฐกิจ ปะทะความคิด ภาครัฐ-เอกชน" จัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเศรษฐกิจไทยใน 1-2 ปีข้างหน้า คงพอไปได้ ปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะเติบโต 3.5%
ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.5% ประเทศพัฒนาแล้วโตเฉลี่ย 1.9% ประเทศด้อยพัฒนาโต 6.5% ประเทศในกลุ่มอาเชียนโตเฉลี่ย 4.8% ถือว่าไทยเราโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
"กลายเป็นเราถ่วงอาเซีียนที่ผ่านมาเราโตต่ำปี 2558 โต 2.8% ปี 2559 โต 3.2% ปีนี้โต 3.5% ส่วนหนึ่งมันต่ำจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้การผลักดันเศรษฐกิจเป็นเรื่องยาก" บรรยง กล่าว
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยตอนนี้แข็งนอกอ่อนใน ส่งออกดี ท่องเที่ยวดี แต่เศรษฐกิจด้านในอ่อนแอ เช่น เกษตรไม่ดี การบริโภคไม่ดี นำไปสู่ภาวะแข็งผลอ่อนล่างคือ คนระดับบนดี บริษัทในตลาดหุ้นกำไร 31% ในปีที่แล้ว และไตรมาสปีนี้โต 21% กำไร 3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 25% ของจีดีพี แต่ภาพรวมคนทั้งประเทศ 100% กลับโต 3.5% ความต่างเหล่านี้มันทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สูงขึ้นๆ ซึ่งทำให้การขึ้นไปเป็นประเทศรายได้สูงข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางก็ยากขึ้น
ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า เห็นด้วยว่าเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาโตช้า แต่ 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตได้น่าพอใจ แต่ยังต่ำกว่าโรดแมปของรัฐบาลที่วางไว้ 5% เพื่อยกระดับเศรษฐกิจประเทศที่จะทำให้รายได้คนดีขึ้น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้
อรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเครื่องมือใหม่ๆ จะมีส่วนช่วยยกระดับและพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามการติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางของประเทศไทยได้ ล่าสุดนายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการจัดตั้งสำนักเลขาสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยหวังว่าหน่วยงานนี้จะช่วยจัดสรรงบประมาณปี 2562 เพื่อช่วยส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาที่สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี
ธนา เธียรอัจฉริยะ รักษาการ Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยอาจจะอ่อนบนอ่อนล่างคือ แย่ลงทั้งคนระดับบนและระดับล่าง เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจมันเปลี่ยนจาก 4 ด้านหลัก คือ 1.พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน มีอำนาจในมือพร้อมเปลี่ยนเสมอผ่านสมาร์ทโฟน 2.เทคโนโลยีเปลี่ยน 3.มีสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) และ 4.มี โซเชียลที่ไม่มีตัวตน ซึ่ง 4 ปัจจัยนี้ทำให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยน แพลตฟอร์มเปลี่ยนและมีส่วนพัฒนาทำให้เศรษฐกิจโต แต่ถ้าไม่ปรับตัวก็เติบโตยาก
ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ยังเป็นอุตสาหกรรมเด่นที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร เครือเบทาโกร กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยใน 1-2 ปีจากนี้ เป็นไปในทิศทางที่ดีจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน สอดคล้องกับมุมมองในภาพธุรกิจการเกษตรและ ผู้ประกอบการธุรกิจยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเกษตรกรไทยในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมของรัฐบาลส่งผล กระทบต่อค่าครองชีพของเกษตรกรที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนทางสังคมที่น่าจับตาว่าการสนับสนุนของรัฐบาลคุ้มค่า หรือไม่เมื่อเทียบกับภาคเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ







