
สทท.ปลุกกระแสปฏิรูปท่องเที่ยวไทยหลังถูกมาเลย์แซง
สทท.อัดรัฐบาลไร้ทิศทางพัฒนาท่องเที่ยวปลุกกระแสเร่งปฏิรูปพร้อมผุดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฉบับภาคเอกชน รับมือมาเลเซียแซงหน้าและเปิดเสรีอาเซียน
สทท.อัดรัฐบาลไร้ทิศทางพัฒนาท่องเที่ยวปลุกกระแสเร่งปฏิรูปพร้อมผุดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฉบับภาคเอกชน รับมือมาเลเซียแซงหน้าและเปิดเสรีอาเซียน
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานนโยบายสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีทีผ่านมา รายได้ทางการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคนมีอัตราคงที่ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเติบโตแบบไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และวางแผนงานด้านการตลาดเท่านั้น โดยเห็นได้ว่าปัจจุบันประเทศไทยนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวซ้ำๆ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ต่างแข่งขันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่มานำเสนออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ภาครัฐ เอกชน และทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันปฏิรูปอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี นับจากรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศปฏิรูปอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ ส่งผลให้การท่องเที่ยวไทยในช่วงนั้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 20%
“ถึงเวลาที่ต้องมีการปฎิรูปการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดที่ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ขณะนี้มาเลเซียเริ่มเบียดชิงส่วนแบ่งด้านจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากกว่าไทย การวางแผนยุทธศาสตร์ต้องมองในทุกมิติ ไม่เจาะจงแต่มิติการตลาดเหมือนที่เป็นอยู่เท่านั้น” นายกงกฤช กล่าว
อย่างไรก็ตาม สทท.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฉบับภาคเอกชน ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี โดยปีแรกจะร่วมมือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายจังหวัด รายภูมิภาค นำเสนอแผนงานที่ควรเร่งดำเนินการ เบื้องต้นเน้นเรื่อง แผนการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยว การเสนอมาตรการจูงใจนักลงทุน เป็นต้น ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมถึงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับ
นอกจากนี้แผนดังกล่าวสามารถรองรับการเปิดเสรีด้านการบริการกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2558 โดยระหว่างการจัดทำแผนสทท.เตรียมทยอยเสนอแผนพัฒนาท่องเที่ยวมาเป็นระยะ เพื่อให้การพัฒนาได้ทันตามเวลาก่อนการเปิดเสรีอาเซีย เช่น การเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยเดินทางมาไทยไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศในครั้งต่อไป อย่างน้อย 3-5 ปี เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย กว่า 60% เป็นกลุ่มที่เดินทางมาซ้ำ
นายกงกฤช กล่าวว่า การจัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฉบับเอกชน คาดว่าจะใช้งบประมาณเบื้องต้นราว 3-5 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตเฉลี่ย 15-20% สามารถรักษาสัดส่วนทางการตลาดและแซงหน้ามาเลเซียด้านจำนวนนักท่องเที่ยวได้ภายใน 3-5 ปี รวมถึงเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสทท. เปิดเผยว่า นโยบายที่คณะกรรมการ(บอร์ด) สทท.จะเร่งดำเนินการภายในระยะ 2 ปี มี 8 แนวทาง ได้แก่ 1.เพิ่มศักยภาพบุคคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละภาษา 2.ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ 3.การส่งเสริมการตลาดในประเทศและต่างประเทศให้มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี ) 4.จัดทำแผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวฉบับภาคเอกชน 5. พัฒนาสทท.ให้เป็นศูนย์กลางวิชาการและข้อมูลด้านการท่องเที่ยว 6. เข้าร่วมการปฏิรูปอประเทศไทยร่วมกับภาครัฐ 7. ส่งเสริมให้คนไทยมีความภูมิใจประเทศไทย และ 8 พัฒนาปรับปรุงองค์กรสทท.ให้มีความแข็งแกร่งตามพระราชบัญญัติกำไหนดไว้
นอกจากนี้จะมุ่งการปรองดองร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน







