
หุ้นโรงพยาบาลขึ้นน้อย
จิตรา อมรธรรมรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ฟินันเซียไซรัส(FSS) [email protected] คาดกำไรไตรมาส 2 ของกลุ่มการแพทย์หดตัว 10.8% จากไตรมาสแรก แต่เพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้อานิสงส์จากฝนที่มาเร็ว ขณะที่ช่วงครึ่งหลังปีนี้คาดว่าจะเติบโตเทียบครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อนหนุนโดยช่วงฤดูกาล รวมถึงการปรับเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติคาดว่ายังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งเอเชียตะวันออก ส่วนตะวันออกกลางเชื่อว่าได้ผ่านการปรับฐานใหญ่ไปแล้ว
จิตรา อมรธรรมรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ฟินันเซียไซรัส(FSS) [email protected]
FSS คาดกำไรไตรมาส 2 ของกลุ่มการแพทย์หดตัว 10.8% จากไตรมาสแรก แต่เพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้อานิสงส์จากฝนที่มาเร็ว ขณะที่ช่วงครึ่งหลังปีนี้คาดว่าจะเติบโตเทียบครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อนหนุนโดยช่วงฤดูกาล รวมถึงการปรับเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติคาดว่ายังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งเอเชียตะวันออก ส่วนตะวันออกกลางเชื่อว่าได้ผ่านการปรับฐานใหญ่ไปแล้ว
คาดกำไรปกติปี 2560 และ 2561 ทรงตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่รวมบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เพิ่มขึ้น 8.2% และ 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ ยังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด โดยเลือกบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) เป็นหุ้นแนะนำ
ฝนมาเร็วหนุนกำไรฟื้นตัว
คาดกำไรปกติไตรมาส 2 ของกลุ่มการแพทย์หดตัว 10.8% จากไตรมาสแรก จากปัจจัยฤดูกาลแต่เติบโต 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่มีกำไรปกติหดตัวถึง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากโรคระบาดที่น้อยลงอย่างมีนัย (จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ลดลง 54.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกลดลง 44.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 2 ได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาค่อนข้างเร็วในปีนี้ตั้งแต่เดือน พ.ค. ทำให้เริ่มมีโรคระบาดมากขึ้นอีกครั้งและส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยกลับมาเติบโตในระดับที่ดีขึ้น
คาดครึ่งปีหลังเติบโต
แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโตได้ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลในไตรมาส 3 ทำให้จำนวนผู้ป่วยน่าจะยังเห็นการเติบโตในระดับที่ดี ขณะที่ปกติสัดส่วนกำไรในช่วงครึ่งแรกเทียบกับครึ่งหลังจะอยู่ที่ราว 45:55 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนในครึ่งปีหลังจากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมเฉลี่ยราว 5-6% ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้โรงพยาบาลที่รับประกันสังคมอย่าง BCH โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) โรงพยาบาลลาดพร้าว (LPH) และโรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) ได้รับประโยชน์โดยตรงซึ่งเราคาดว่าจะทำให้กำไรปกติของแต่ละบริษัทเพิ่มขึ้นจากฐานเดิมราว 2.5-6%
ตลาดเอเชียตะวันออกยังโต
แนวโน้มตลาดผู้ป่วยต่างชาติคาดว่ายังมีการเติบโตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกตามทิศทางจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรก โดยตลาดหลัก ได้แก่ เมียนมา (+10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) กัมพูชา (+7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และจีน (-3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ช่วง พ.ค.-มิ.ย. +4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) เป็นต้น
ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางเชื่อว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นหลังผ่านการปรับฐานครั้งใหญ่ไปแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัวทำให้บางประเทศเริ่มกลับมาเพิ่มสวัสดิการทางการแพทย์อีกครั้ง ส่วนในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีแรกยังคงเพิ่มขึ้น 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกประเทศหลัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (+9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) คูเวต (+16.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
BCH เป็นหุ้นแนะนำ
FSS ยังคงน้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาดสำหรับกลุ่มการแพทย์จากผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวและคาดว่าจะเติบโตแข็งแกร่งในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าจากสังคมผู้สูงอายุที่เป็น เมกะเทรนด์ แม้คาดกำไรปกติปี 2560 ของกลุ่มทรงตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากตัด BDMS ออกยังสามารถโตได้ 8.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและโตต่อเนื่องอีก 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปีหน้า ปัจจุบันเราชื่นชอบโรงพยาบาลที่มีประกันสังคมมากกว่าเงินสดเพียงอย่างเดียว จึงเลือก BCH เป็นหุ้นแนะนำ จากการเติบโตของกำไรและมูลค่าที่ดูน่าสนใจที่สุด ขณะที่ระยะสั้นแนะนำเก็งกำไรหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) จากกำไรไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีโอกาสออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด







