posttoday
ส่องพอร์ตการลงทุนไตรมาส 3

ส่องพอร์ตการลงทุนไตรมาส 3

02 สิงหาคม 2560

& วิภาสิริ เกษมศุขผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.ธนชาตก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปีกันแล้ว ด้วยความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นเคย เวลาที่เราทุกคนมีเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าเท่ากันหรือไม่ และในโลกของการลงทุนหากเราปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่เริ่มต้นทำอะไรเลย เวลาที่ผ่านไปนั้นคือการเสียโอกาส เพราะอย่างน้อยๆ ดอกเบี้ยก็เดินทุกวัน การเริ่มต้นลงทุนน่าจะช่วยให้เวลาของเราผ่านไปอย่างคุ้มค่ามากขึ้น

& วิภาสิริ เกษมศุขผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.ธนชาต

ก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปีกันแล้ว ด้วยความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นเคย เวลาที่เราทุกคนมีเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าเท่ากันหรือไม่ และในโลกของการลงทุนหากเราปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่เริ่มต้นทำอะไรเลย เวลาที่ผ่านไปนั้นคือการเสียโอกาส เพราะอย่างน้อยๆ ดอกเบี้ยก็เดินทุกวัน การเริ่มต้นลงทุนน่าจะช่วยให้เวลาของเราผ่านไปอย่างคุ้มค่ามากขึ้น

แต่การเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใดเพียงสินทรัพย์เดียวจะทำให้เราต้องพึ่งพิงกับผลตอบแทนที่มาจากแหล่งเดียว ซึ่งถือเป็นการแบกรับความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องมาจัดพอร์ตการลงทุนกัน เพราะการลงทุนแบบผสมผสานที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 ประเภท จะช่วยลดความเสี่ยงให้เราได้ และน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการใช้เวลาให้คุ้มค่ามากขึ้น

หากมองย้อนกลับไปดูผลงานในไตรมาส 2 ที่เพิ่งผ่านไปนั้น จะเห็นว่าหุ้นต่างประเทศดูจะให้ผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องและดีกว่าหุ้นไทย โดยดัชนีที่เป็นตัวแทนของหุ้นต่างประเทศในภาพรวม คือ MSCI AC World Index ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 3% หลังจากที่ทำผลงานค่อนข้างดีในไตรมาสแรก ในขณะที่หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบและจบไตรมาสด้วยดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอัตราเติบโตของผลกำไรโดยรวมในปีนี้ของหุ้นไทยที่ต่ำกว่าหุ้นต่างประเทศค่อนข้างมาก และเศรษฐกิจไทยที่แม้จะฟื้นตัวได้แต่ก็ยังไม่เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนนัก

อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ประเภทหุ้นยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำมาก และตราสารหนี้ก็ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำเช่นกัน

ในไตรมาส 3 นี้ มีมุมมองที่ยังชอบหุ้นมากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น จึงให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตการลงทุน และเห็นว่าหุ้นต่างประเทศน่าจะมีแนวโน้มที่ดีกว่าหุ้นไทยอยู่บ้าง โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปที่เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนขึ้น ตลาดหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่จะมีอัตราการเติบโตของผลกำไรในปีนี้ค่อนข้างสูง และจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าเพราะเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง

แต่ความกังวลกับการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในระยะถัดไป อาจทำให้ตลาดหุ้นต่างประเทศพักฐานได้บ้างในไตรมาสนี้ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนเพิ่มได้

ตลาดหุ้นไทยน่าจะยังแกว่งตัวในกรอบเพื่อรอปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในส่วนของภาวะเศรษฐกิจที่การบริโภคภาคเอกชนน่าจะกลับมาดีขึ้นได้ในช่วงปลายปี และแนวโน้มอัตราการเติบโตของผลกำไรของปีหน้าที่น่าจะดีกว่าปีนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วนักลงทุนจะเริ่มให้ความสนใจกับผลกำไรของปีถัดไปในช่วงไตรมาส 4 การลงทุนในหุ้นทั้งหุ้นต่างประเทศและหุ้นไทยในไตรมาส 3 นี้ ก็เพื่อรอให้ส่งผลในระยะถัดไป

สำหรับสินทรัพย์อีกประเภท คือ ตราสารหนี้นั้น เราให้น้ำหนักลงทุนเป็นสัดส่วนรองจากหุ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน แม้ว่าจะคาดการณ์ผลตอบแทนจากส่วนของตราสารหนี้ที่ไม่สูงนัก แต่ทิศทางเงินเฟ้อที่กลับมาอยู่ในระดับต่ำจากราคาน้ำมันที่ชะลอลงน่าจะช่วยให้ตลาดตราสารหนี้ไทยไม่ผันผวนจนเกินไป

ด้านสินทรัพย์ประเภทสุดท้ายที่เราสนใจผสมผสานในพอร์ตการลงทุนคือทองคำ ซึ่งราคาน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นได้หลังจากเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาอ่อนค่าลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท