
ตกรถบิตคอยน์?
นันทิยา วรเพชรายุทธถ้าจะมีอะไรสักอย่างมาเอาชนะดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐ ที่ทำสถิติใหม่แทบจะรายสัปดาห์แบบทุบแล้วทุบอีกได้ในปีนี้ ก็เห็นจะมีแค่คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินเข้ารหัสเท่านั้น ที่บทจะลงก็กระชากราคาลงจนหัวใจจะวาย หรือบทจะขึ้นก็พุ่งขึ้นรวดเร็วชนิดติดจรวดยิ่งกว่าโครงการสเปซเอ็กซ์
นันทิยา วรเพชรายุทธ
ถ้าจะมีอะไรสักอย่างมาเอาชนะดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐ ที่ทำสถิติใหม่แทบจะรายสัปดาห์แบบทุบแล้วทุบอีกได้ในปีนี้ ก็เห็นจะมีแค่คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินเข้ารหัสเท่านั้น ที่บทจะลงก็กระชากราคาลงจนหัวใจจะวาย หรือบทจะขึ้นก็พุ่งขึ้นรวดเร็วชนิดติดจรวดยิ่งกว่าโครงการสเปซเอ็กซ์
ล่าสุดนี้ เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีได้รายงานอ้างการเปิดเผยของเว็บไซต์คอยน์เดสก์ว่า มูลค่าของ "บิตคอยน์" 1 ในสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดนั้น มีราคาพุ่งขึ้นสูงสุดทุบสถิติใหม่อีกแล้ว โดยขึ้นไปแตะ 3,360.87 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 แสนบาท) เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นถึง 16% จากวันก่อนหน้า
อารี พอล ซีไอโอของบล็อกทาวเวอร์ แคปปิตอล มองว่ามูลค่าที่พุ่งขึ้นนี้เป็นเพราะนักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่นในบิตคอยน์ แคช จึงเกิดการทยอยขายและนำมาซื้อบิตคอยน์ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งมีการแตกสกุลเงินย่อยออกมาในชื่อ บิตคอยน์ แคช เพื่อแก้ปัญหาที่ระยะเวลาการอนุมัติการทำธุรกรรมบิตคอยน์เริ่มล่าช้าเกินไป
เฉพาะในปี 2017 นี้ มูลค่า บิตคอยน์พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท)
ถ้าเทียบกับมูลค่าตอนเปิดตัวในปี 2009 มีข่าวว่าชายหนุ่มรายหนึ่งที่ชื่อว่า คริสตอฟเฟอร์ คอกช์ ซื้อ บิตคอยน์ไป 5,000 บิตคอยน์ ในราคาเพียง 27 ดอลลาร์ (ราว 900 บาท) ถ้าไม่ขายไปเสียก่อน เขาคงจะเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว เพราะเงินดิจิทัลที่ตนเองถือเพิ่มมูลค่าขึ้นไปรู้กี่เท่าเป็น 16.8 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 560 ล้านบาท
ประโยคที่ว่า "รู้อย่างนี้ซื้อเก็บไว้ตั้งนานแล้ว" จึงยังคงเป็นประโยคง่ายๆ ที่ใช้หากินได้เสมอกับบิตคอยน์หรือเงินคริปโตอื่นๆ ที่จะยังคงมีโอกาสทะยานขึ้นทุบสถิตใหม่ได้อีก ตราบใดที่ยังคงความเป็นอิสระจากการควบคุมของทางการได้
แต่การจะลงทุนบิตคอยน์ให้รวยเหมือนตัวอย่างข้างต้นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนทั่วไปที่ตามไม่ทันโลกของเงินคริปโต ที่ซื้อขายกันได้ 24 ชั่วโมง แบบที่ราคาขึ้นอยู่กับความสมัครใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือจะเรียกว่าเป็นกลไกตลาดที่เสรีสุดๆ โดยไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ควบคุมนั้น ย่อมผันผวนและเสี่ยงยิ่งกว่าการลงทุนทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้ เช่น ในปี 2015 ที่ราคาลดลงไปกว่า 80% จากราว 1,163 ดอลลาร์ เมื่อปลายปี 2013 มาอยู่ที่ราว 152 ดอลลาร์ เมื่อต้นปี 2015 และยังไม่รวมโอกาสที่อาจถูกฉ้อโกงด้วย เช่นกรณีของ เมาท์ ก็อกซ์ (Mt.Gox) ในญี่ปุ่น เมื่อปี 2014
การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง การตกรถบิตคอยน์ไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วง และไม่ใช่เรื่องการเสียโอกาสทำเงินอะไร หากคุณยังไม่มีความรู้ในสิ่งที่คิดจะลงทุนมากพอ หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วคุณกำลังเล่นอยู่กับอะไร n







