posttoday
กะเทาะสัญญาประชาคม ‘ปรองดอง’ได้กี่เปอร์เซ็นต์

กะเทาะสัญญาประชาคม ‘ปรองดอง’ได้กี่เปอร์เซ็นต์

04 สิงหาคม 2560

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์แม้ว่าคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีมติรับทราบการจัดทำ ร่างสัญญาประชาคมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ไปแล้ว ระหว่างนี้ หน่วยงานความมั่นคง นำไปขับเคลื่อนและสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แม้ว่าคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีมติรับทราบการจัดทำ ร่างสัญญาประชาคมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ไปแล้ว ระหว่างนี้ หน่วยงานความมั่นคง นำไปขับเคลื่อนและสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่

ทว่ามีคำถามถึงสัญญาประชาคมดังกล่าวนำไปสู่ความปรองดองได้กี่เปอร์เซ็นต์ "ทีมข่าวการเมือง" ได้สำรวจความเห็นจากประชาชนโดยโฟกัสภาคธุรกิจนักลงทุนเพื่อสะท้อนไปยังรัฐบาล

สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน นายกสมาคมส่งออกเครื่องหนังแห่งประเทศไทย มองว่า รัฐมีความพยายามสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในทุกมิติ แต่ผมตอบไม่ได้ว่า จะสำเร็จหรือไม่ หรือจะสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องที่ต้องระวังก็คือ ถ้าจะลดข้อขัดแย้ง เพื่อให้เกิดความปรองดอง ต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาอีก ตรงนี้คิดว่ารัฐบาลเองคงประเมินเช่นกัน

"เราต้องจัดลำดับความสำคัญของปัญหาว่า อะไรหนักสุดและเป็นปัญหาเร่งด่วน ใกล้ตัวที่สุดเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ แม้ว่าตอนนี้ตัวเลขต่างๆ จะสะท้อนว่า มีสัญญาณค่อยๆ ฟื้นตัว แต่ไม่กระจาย อานิสงส์ของการฟื้นตัวยังไม่มากพอที่คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าดีขึ้น ตรงนี้มันเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเหมือนกันนะ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำให้ความเชื่อมั่นมันเกิดขึ้นจนถึงจุดที่วงจรเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติให้ได้มากที่สุด"

สุวัชชัย ชี้ว่า รัฐบาลนี้มีกลไกพิเศษ มีอำนาจพิเศษ และมีเครื่องมือพิเศษมากกว่ารัฐบาลปกติทั่วๆ ไป แต่อันนั้นเป็นเรื่องวิธีการหรือวิธีปฏิบัติของรัฐ ส่วนประชาชนจะเชื่อหรือไม่ หรือจะเชื่อมั่นในสิ่งที่รัฐบาลหรือไม่ ผมว่ามันอยู่ที่ว่า ประชาชนแต่ละคนได้รับผล กระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเองในช่วง 3-4 ปี หรืออาจจะย้อนไปในช่วงเกือบ 10 ปีอย่างไรบ้าง ความเชื่อของประชาชนมันอยู่ตรงนั้น ถ้าถูกกระทบทางลบเยอะ ก็ย่อมเชื่อหรือเชื่อมั่นน้อย ถ้าไม่ถูกกระทบ ก็อาจจะเชื่อมากกว่า

สมหวัง เตชะอินทราวงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือ Swana Hotel มองว่า เป็นวิธีที่ไม่อาจจะนำไปสู่เป้าหมายเรื่องความปรองดองได้ เพราะกลุ่มการเมืองหลายๆ กลุ่มที่มีอยู่ และรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีมุมมองต่อการมีประชาธิปไตยไม่เหมือนกันเลย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสำเร็จ อีกทั้งทุกฝ่ายยังคิดว่าวิธีการเรียกร้องประชาธิปไตยในแบบของตน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เป็นการใช้สิทธิอย่างถูกต้องและชอบธรรม โดยไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะเสียหาย และมีประชาชนมากมายเดือดร้อน

"อยากฝากถึงรัฐบาลว่า การที่ท่านเข้ามาเป็นคนกลางในการประสาน จัดการแก้ไขปัญหา และสร้างความปรองดองในชาตินั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เราต้องการให้รัฐบาลเป็นคนกลางที่คอยไกล่เกลี่ยลดความขัดแย้ง และจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง ดำเนินคดีกับคนที่กระทำผิด โดยที่รัฐบาลจะไม่ลงไปเป็นคู่กรณีในความขัดแย้งนั้นๆ และอยากให้ทุกฝ่าย กลับมา ทบทวนสิ่งที่ทำในอดีต รับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำไม่ถูกต้องในอดีต และช่วยกันแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ด้าน เบญจมาศ ชาญประดิษฐ์ นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ปทุมนนท์ ระบุว่า รัฐบาลคือผู้มีอำนาจในการปกครอง ได้รับอำนาจนั้นมาจากประชาชนเพื่อมาประสานกลุ่มต่างๆ ที่กำลังแตกแยกกัน ถ้าดูตามหลักการ ตรงกับทฤษฎีสัญญาประชาคม คือการที่ประชาชนส่วนใหญ่ยอมสละสิทธิบางอย่างให้แก่ผู้ปกครองเพื่อทำหน้าที่ดูแลปกครอง และจัดตั้งสังคมการเมืองขึ้นมา เพื่อความผาสุกของประชาชน จึงเป็นการดีที่รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่ เข้ามาบริหารจัดการให้เกิดความปรองดองในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ที่การใช้การเมืองภาคปกติไม่สามารถทำได้ หรือหาข้อยุติได้

"การปรองดองโดยทำสัญญาประชาคมมีเปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จสูงมาก ส่วนปัจจัยที่จะทำให้สำเร็จ อยู่ที่รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาและความยุติธรรมเป็นจุดหลัก ด้วยการประสานความเข้าใจกับทุกฝ่าย และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ปัญหาที่สั่งสมมาจึงหาข้อยุติได้" เบญจมาศ กล่าว

นี่เป็นส่วนหนึ่งจากภาคธุรกิจต้องการส่งเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาลต่อความพยายามสร้างความปรองดองโดยผ่านการจัดทำ "ร่างสัญญาประชาคม"

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ