
ทุนจีนผุดรง.ปูนขนาดยักษ์
ยักษ์อสังหาฯ จีน ผุดโรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในโลก หวังใช้สร้างเมืองใหม่ ฟอเรสต์ซิตี้ ในมาเลเซีย และขยายตลาดในอาเซียน
ยักษ์อสังหาฯ จีน ผุดโรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในโลก หวังใช้สร้างเมืองใหม่ ฟอเรสต์ซิตี้ ในมาเลเซีย และขยายตลาดในอาเซียน
นายเหรินซื่อ ยิ่ว ประธานและหัวหน้าฝ่ายแผนงานธุรกิจ บริษัท คันทรี่ การ์เด้น แปซิฟิกวิว เปิดเผยถึงแผนการพัฒนาโครงการฟอเรสต์ซิตี้ มาเลเซีย ว่า ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปที่ใช้เทคโนโลยีจากเยอรมนี อิตาลี และจีน ตั้งอยู่ในโครงการฟอเรสต์ซิตี้ ที่อิสกันดาร์ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย มีกำลังการผลิต 1 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปเพิ่มอีก 5 แห่ง บนพื้นที่ 417 เอเคอร์ และหากโรงงานแล้วเสร็จทั้ง 6 แห่ง มูลค่าลงทุน 2,600 ล้านริงกิต หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท จะมีกำลังการผลิตที่ 6 ล้าน ตร.ม./ปี ซึ่งจะเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จุดประสงค์หลักของโรงงานนี้จะผลิตเพื่อป้อนให้กับการพัฒนาโครงการฟอเรสต์ซิตี้ทั้งหมดก็ตาม แต่ก็ยังมีกำลังการผลิตที่เหลือสามารถสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อีกด้วย
สำหรับฟอเรสต์ซิตี้ เป็นโครงการพัฒนาเมืองบนพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแผนธุรกิจระยะยาว 20 ปีของบริษัท อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์บาห์รู วงเงินลงทุน 3.5 ล้านล้านบาท ได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจากฮ่องกงแบงก์ และไชน่าแบงก์ โครงการจะแบ่งการพัฒนาเป็น 4 เกาะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเฟสแรกในเกาะที่ 1 ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2558 หลังจากบริษัทได้รับใบอนุญาตและมีการถมทะเลเปิดพื้นที่ก่อสร้างแลนด์มาร์คของโครงการ
ทั้งนี้ ในเฟส 1 จะมีการก่อสร้างโรงแรมและคอนโดมิเนียมสูง 35-40 ชั้น จำนวน 2.5 แสนยูนิต และวิลล่า 200 หลัง สนามกอล์ฟ อาคารสำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์การประชุม ฯลฯ โดยขณะนี้มีการพัฒนาพื้นที่ไปแล้ว 40% ใช้วงเงินลงทุนไปแล้วราว 3.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าเฟสแรกจะแล้วเสร็จในปี 2563 ในปีที่ผ่านมาปิดการขายที่อยู่อาศัยไปแล้ว 1.5 หมื่นยูนิต โดย ผู้ซื้อเป็นคนจีน 70%
นอกจากนี้ บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาข้อตกลงความร่วมมือกับ 21 บริษัท ชั้นนำ เพื่อพัฒนาศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการแพทย์แผนจีนโบราณและปัจจุบัน รวมทั้งการศูนย์กลางของการท่องเที่ยวแบบครบวงจร มีดิวตี้ฟรี ดาวน์ทาวน์ ซึ่งจะเห็นความชัดเจนใน 2-3 ปี นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนในไทยเพื่อร่วมลงทุนในโครงการ เช่น ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้านการแพทย์แผนโบราณ เป็นต้น และมีแผนเปิดจะเปิดเซลส์แกลเลอรี่ในไทยในเดือน ก.ย.นี้ด้วย รวมถึงมีแผนจะเปิดออฟฟิศ และเซลส์แกลเลอรี่ในอีกหลายประเทศเพื่อสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น







