
‘ราหูย้าย...อะไรจะเกิดขึ้น’
ราช รามัญเรื่องของดวงดาวนี้ ผมมักจะมองว่าเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ในเชิงดาราศาสตร์ มากกว่าที่จะมองว่าเป็นไสยศาสตร์ เพราะดวงทุกดวงต่างมีผลต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ ง่ายๆ แค่ดวงจันทร์เพียงดวงเดียววิทยาศาสตร์บอกว่า มีอิทธิพลที่ทำให้น้ำบนโลกเรานี้ขึ้นและลง
ราช รามัญ
เรื่องของดวงดาวนี้ ผมมักจะมองว่าเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ในเชิงดาราศาสตร์ มากกว่าที่จะมองว่าเป็นไสยศาสตร์ เพราะดวงทุกดวงต่างมีผลต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ ง่ายๆ แค่ดวงจันทร์เพียงดวงเดียววิทยาศาสตร์บอกว่า มีอิทธิพลที่ทำให้น้ำบนโลกเรานี้ขึ้นและลง
จึงไม่แปลกที่จะบอกว่า ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้เป็นดั่งกันและกัน ผูกพันเชื่อมโยงอย่างแนบสนิท นักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ คาร์ล จุง นักจิตวิทยาด้านพฤติกรรมมนุษย์ กล่าวว่า
"บุคลิกภาพของมนุษย์จะมีลักษณะอย่างนั้นแบบนั้นจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับลักษณะของดวงดาวบนท้องฟ้าขณะเกิดและดวงดาวที่เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา"
ดร.เปอร์ซี่ เซมัวร์ ศาสตราจารย์ทางดาราศาสตร์ในมหาวิทยาลัยกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ยังเชื่อว่า โหราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ โดยชี้ให้เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยาหลายคนได้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่มีชีวิตหลายชนิด ได้แก่ แบคทีเรีย นก ปลา สามารถใช้สนามแม่เหล็กของโลกเพื่อค้นหาทิศทางในการเคลื่อนตัว รวมทั้งมนุษย์ด้วยที่สามารถใช้สนามแม่เหล็กของโลกเพื่อกำหนดทิศทางในการเดินทางเช่นกัน
การสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กของโลกยังมีผลกระทบต่อระบบสมองของมนุษย์ ซึ่งถูกกระตุ้นทั้งจากภายใน ภายนอก และพฤติกรรมของสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ยังมีส่วนเชื่อมโยงกับดาวพระเคราะห์ต่างๆ อีกด้วย เนื่องจากสนามแม่เหล็กของโลกเชื่อมโยงโดยตรงกับความผันแปรของ แม่เหล็กจากดาวอาทิตย์และดวงจันทร์
จึงกล่าวได้ว่า ดวงดาวมีผลจริงกับวิถีชีวิตของมนุษย์ และที่สำคัญทุกสรรพสิ่งนั้นไม่อาจรอดพ้นไปจากภาวะเช่นนี้ตราบใดที่ยังอาศัยอยู่บนดาวโลก ถ้าจะต้องมีเว้นวรรคอาจเป็นไปได้ว่าพระอริยสงฆ์ในระดับสูงทั้งหลายที่สุดมีพระอรหันต์ คงจะมีพลังงานบางอย่างที่ทำให้จิตใจอยู่เหนือการควบคุมของอิทธิพลของดาวอาทิตย์และดาวจันทร์ก็เป็นได้
กลับมาที่ดาวราหูย้ายนี่...จะมีผลอะไรหนักหนาแก่มนุษย์ สำหรับความเห็นส่วนตัว ดาวราหูเป็นเพียงกลุ่มก๊าซที่รวมตัวกันลอยอยู่ในระบบจักรวาล หาได้เป็นรูปธรรมแบบดาวดวงอื่นไม่ กลุ่มก๊าซนี้เมื่อเคลื่อนไปใกล้ดาวดวงใดก็ตามในระบบสุริยจักรวาล จะทำให้การเคลื่อนไหวเคลื่อนตัวของดวงดาวนั้นช้าลง เคลื่อนไหวได้ยากขึ้น จึงทำให้ส่งผลมาต่อถึงระบบสนามแม่เหล็กและมนุษย์ ด้วยสาเหตุนี้ อุปทานในการกราบไหว้ดาวราหูจึงเกิดขึ้นตามคตินิยมทางความเชื่อของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเชื่อกันว่าไหว้แล้วจะดี แต่สำหรับผมกลับมองและรู้สึกว่า ถ้าไหว้แล้วกลุ่มก๊าซหรือดาวราหูนี้ถอยห่างหรือออกไปจากจุดเดิมก็จะดี แต่นี่ก็ยังคงอยู่ตามเดิม เช่นนี้เพราะว่าดวงดาวและกลุ่มก๊าซทั้งหลายนี้เดินตามกาลเวลาไม่ได้เดินตามกลิ่นธูปควันเทียนไม่
หลายคนวิตกกังวลว่า เมื่อราหูย้ายแบบนี้สภาพของดวงชะตาจะเป็นเช่นไรกันบ้าง จากการสังเกต บันทึก จดจำของคนโบราณเมื่อ 4,000 ปีก่อนนั้น เชื่อกันว่าจะส่งผลอิทธิพลไปกระทบผู้ที่อยู่ในราศีที่ดาวราหูไปปรากฏอยู่ อาทิ ราศีกรฎก และราศีมังกร อย่างเต็มเหนี่ยว
ในทางโลกเขาให้ผลของการเคลื่อนตัวของดาวราหูว่า นำเอาบาปเคราะห์มาให้ นำเอาความลำบากมาให้ และนำเอาความแตกแยกร้าวรานมาให้ และจะเป็นคนมัวเมาเข้าไปสู่ทางอโคจร แต่ในดีย่อมมีเสียและในเสียย่อมมีดีเสมอ
ทางดาราศาสตร์โบราณแบบรามัญ มีมุมมองว่า ดาวราหูเป็นดาวที่เกี่ยวกับต่างแดน ต่างประเทศ ต่างจังหวัด ต่างถิ่น เป็นดาวที่เชื่อมโยงถึงกับความมั่งคั่ง ความสำเร็จ ตลอดทั้งการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแบบรวดเร็วที่วุ่นวาย เพราะเขาคือดาวที่ไม่ค่อยจะเหมือนจริงกับสิ่งที่ปรากฏ
ดังนั้น การมองเรื่องอิทธิพลของดาวราหู จึงไม่ควรมองเพียงแค่มุมเดียว แต่ควรมองรอบมิติ แล้วจะทำให้เห็นได้ว่า แท้ที่จริงกลุ่มดาวที่ปรากฏในเจ้าเรือนของชะตาแต่ละบุคคลนั้นย่อมจะแตกต่างกันจะไป พูดบอกแบบเหมารวมเหมาเข่งไม่ได้เลยว่า ไม่ดี หรือว่าดีทั้งหมด ต้องแยกแยะออกไป
เหมือนที่ผมเปิดอบรมในเรื่องของการโค้ชตัวเองด้วยดวงดาว หนึ่งวันเต็มๆ ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ก็ต้องการให้คนไทยได้รู้เรื่องดวงดาวอย่างแม่นยำและถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ที่มีการบันทึกเอาไว้ มากกว่าการพยากรณ์กันไปแบบหมอดูที่คู่กับหมอเดาที่ใต้ต้นมะขาม ท่านใดสนใจยังติดต่อได้ที่โทร.08-1445-9642 (มีค่าลงทะเบียน)
การที่ได้รู้เรื่องของดวงดาวตัวเองนี้แหละ จะสามารถทำให้คุณเองกำหนดทิศทางของชีวิตคุณเองได้แม่นยำขึ้นว่าเวลานี้ ช่วงนี้คุณควรทำอะไร อย่างไร และมากน้อยเพียงไหน แบบที่เน้นเป็นไปในทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเรื่องของความงมงายแบบไสยศาสตร์
คนที่รู้เรื่องดวงดาวของตัวเอง คือ การรู้เขา รู้เรา ลบร้อยครั้งยิ่งโปร่งโล่งใจเพราะลบความรู้สึกคิดลบๆ ออกไปจากหัวใจ ลบเรื่องที่ไม่ควรคิดออกไปจากสมอง ลบคนที่ไม่ควรคิดถึงออกไปให้ไกลห่างตัว เมื่อเราต้องการความสงบสุขและสำเร็จในชีวิต
"ประโยชน์เป็นประโยชน์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจะทำอะไรได้" เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ตรัสสอนแก่พระภิกษุเพื่อไม่ให้นำเอาวิชานี้ไปแหงนหน้า (มองดาว) เพื่อเลี้ยงชีพ และดวงดาวเหล่านี้ย่อมไม่ส่งผลต่ออริยบุคคลตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป แต่ส่งผลต่อปุถุชนคนธรรมดาทั้งปวงจริงๆ







