
แรงงานต่างด้าวไม่จบ
ยอดการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ซึ่งกำหนดให้ต้องมายื่นคำขอภายในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ที่ล่าสุดเหลืออีกไม่กี่วันจะพ้นกำหนดยอดการยื่นขอยังอยู่แค่กว่า 5 แสนราย ต่ำกว่าที่คาดกันว่ามีแรงงานต่างด้าวในไทยทั้งในและนอกระบบอยู่ถึง 2-3 ล้านคน
ยอดการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ซึ่งกำหนดให้ต้องมายื่นคำขอภายในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ที่ล่าสุดเหลืออีกไม่กี่วันจะพ้นกำหนดยอดการยื่นขอยังอยู่แค่กว่า 5 แสนราย ต่ำกว่าที่คาดกันว่ามีแรงงานต่างด้าวในไทยทั้งในและนอกระบบอยู่ถึง 2-3 ล้านคน
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย คงจะต้องมีให้แก้กันอีกยืดเยื้อแน่ เช่น ปัญหาค้ามนุษย์ ส่วยแรงงานต่างด้าว การขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน อาทิ ภาคการเกษตรกรรมประมง ภาคอุตสาหกรรม ภาคการก่อสร้าง ลูกจ้างตามร้านตามบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐอาจต้องหามาตรการอื่นเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ตามรายงานของกระทรวงแรงงาน ถึงสถานการณ์ศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 โดยล่าสุดมียอดแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนกว่า 5 แสนคน เป็นอัตราที่น้อยเมื่อเทียบกับการสำรวจแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในระบบและนอกระบบกว่า 2-3 ล้านคน โดยตัวเลขจากกระทรวงแรงงานที่เปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวทั่วประเทศ ซึ่งในเขตกรุงเทพฯ มี 11 ศูนย์ ผลการยื่นขอตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-3 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีนายจ้างมายื่นคำขอแล้ว 1.13 แสนราย เป็นลูกจ้างต่างด้าว 3.96 แสนคน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่น่าจะมี 8 แสน-1 ล้านคน
หากแยกเป็นประเทศแรงงานต่างด้าวที่มายื่นคำขอเป็นกัมพูชา 1.07 แสนคน สปป.ลาว 5.41 หมื่นคน และเมียนมา 2.34 แสนคน เมื่อแยกเป็นประเภทกิจการที่ยื่นคำขอสูงสุด 5 อันดับแรก คือ เกษตรและปศุสัตว์ 9.15 หมื่นคน รองลงมาคือ กิจการก่อสร้าง 7.79 หมื่นคน จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 3.66 หมื่นคน การให้บริการต่างๆ 2.89 หมื่นคน และกิจการต่อเนื่องจากเกษตร 2.52 หมื่นคน ส่วนเมื่อแยกเป็นจังหวัดที่มีมาแจ้งมากที่สุด 5 อันดับ คือ กรุงเทพฯ 8.49 หมื่นคน รองลงมาคือ สมุทรปราการ 2.29 หมื่นคน ระยอง 1.98 หมื่นคน ปทุมธานี 1.95 หมื่นคน และเชียงใหม่ 1.63 หมื่นคน
ภาพรวมทั้งหมดเหลืออีก 3-4 วัน ก่อนจะถึงเส้นตายยื่นคำขอแรงงานต่างด้าววันที่ 7 ส.ค.นี้แสดงให้เห็นว่า ยังมีแรงงานอีก 3-4 เท่าตัวที่ยังไม่ยื่นขอลงทะเบียน กระจายในทุกภาคส่วนกิจการทั้งเกษตร ประมง อุตสาหกรรม โดยเฉพาะนายจ้างรายย่อยตามร้านค้า ร้านอาหาร ลูกจ้างตามบ้านเรือน
เมื่อเป็นเช่นนี้พอถึงกำหนดวันที่ 7 ส.ค. จะต้องมีการปราบปรามแรงงานต่างด้าวเถื่อนก็คงจะมีการจับปรับกันเป็นจำนวนมาก และพวกที่ยังไม่ยื่นขอลงทะเบียนส่วนใหญ่ก็คงเลือกที่จะจ่ายเงินใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและสะดวกไม่ต้องเสียเวลามีขั้นตอนมากแม้จะผิดกฎหมาย โดยเรื่องนี้ต้องยอมรับถึงต้นเหตุของการใช้แรงงานต่างด้าว สาเหตุหลักก็เพราะต้นทุนค่าแรงที่ถูกกว่าแรงงานในประเทศ อีกทั้งคนไทยส่วนใหญ่ไม่ทำงานดังกล่าว จึงทำให้มีการใช้แรงงานต่างด้าวเถื่อนกันมาก
ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว คงต้องแก้ปัญหาที่ต้นทุนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายและต้นทุนเวลาขั้นตอนในการขึ้นทะเบียนต้องไม่มากไป อย่างที่ทราบกันต้นทุนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวบางประเทศเช่นเมียนมา ต้องมีการพิสูจน์สัญชาติที่มีค่าใช้จ่ายและใช้เวลามาก อีกทั้งเมื่อมีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแล้ว การควบคุมก็ควรจะต้องเป็นไปตามความเป็นจริง เช่น การขออนุญาตข้ามเขตที่ลงทะเบียน การเปลี่ยนนายจ้าง การเปลี่ยนลูกจ้าง ที่ค่าใช้จ่ายและขั้นตอนไม่ควรใช้เวลามาก
ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังแก้ปัญหาเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายและต้นทุนเวลาไม่ได้ การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวก็คงมีต่อไป ซึ่งการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเป็นเรื่องที่รัฐต้องทำเพื่อความมีมนุษยธรรม และถ้าการทำนั้นเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมีค่าใช้จ่ายต้องเสียเวลาไปทำให้ถูกต้องบ้าง สิ่งนี้เชื่อว่าเป็นมาตรการที่ส่วนใหญ่ยอมรับได้ แต่ถ้ายังไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติเชื่อได้ว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวคงไม่มีทางจบ







