
เผชิญหน้าเสือดำ ในป่าใหญ่
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัยเมื่อครั้งรับราชการเป็นนักธรณีวิทยาโทอยู่ในกองเศรษฐธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ผมได้รับมอบหมายงานจากนายช่างมานัส วีระบุรุษ ให้ไปทำการสำรวจแร่หาศักยภาพแหล่งแร่ดีบุกบริเวณที่ราบแห่งหนึ่ง
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
เมื่อครั้งรับราชการเป็นนักธรณีวิทยาโทอยู่ในกองเศรษฐธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ผมได้รับมอบหมายงานจากนายช่างมานัส วีระบุรุษ ให้ไปทำการสำรวจแร่หาศักยภาพแหล่งแร่ดีบุกบริเวณที่ราบแห่งหนึ่ง
บริเวณที่ราบนั้นอยู่ใกล้เทือกเขาตะนาวศรี ในเขต อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ผมต้องทำแผนที่ระหว่างวันที่ 21 ม.ค.-15 ก.พ. 2509 เพื่อกำหนดหลุมเจาะและเพื่อหาค่าความสมบูรณ์ของแร่ในการทำงานครั้งนี้ ผมมีเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง จากกองช่างเข้าร่วมงานด้วยหลายคน โดยมีหัวหน้าทีมเจาะ ซึ่งจะต้องเจาะด้วยเครื่องเจาะบังกา คือ คุณนิตย์ รัตนพิศ
เราตั้งแคมป์กันกลางป่าใหญ่ใกล้ลำธารของบริเวณที่ราบนั้น ก็เพื่อความสะดวกในการกินอยู่หลับนอนเป็นลำดับแรกและแทบจะไม่น่าเชื่อที่ต่อมาได้พบว่า ที่นี่คือแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกคนงานในทีมงานเจาะสำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในป่าดี พวกนี้จะออกล่าสัตว์หาสัตว์ในป่าหายไปสักพักใหญ่ก็หามเก้งกลับมาแล้วกลายเป็นอาหารเย็นเลี้ยงคนได้ทั้งแคมป์
เนื้อส่วนใหญ่ย่างกิน แต่ก็มีบางคนเท่าที่ผมได้เห็นใช้มีดเฉือนเนื้อบริเวณอกของเก้งกินดิบๆ เลยก็มี
อาหารเช้าก็ไม่ต้องห่วง พวกค่างที่ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ใกล้แคมป์นั่นเอง สิ้นเสียงปืนประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เนื้อย่างแกงป่าพร้อมในมื้อเช้านั้น สำหรับผมผู้ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ในวันแรกๆ ถึงกับจับไข้ เพราะไม่คุ้นกับอาหารป่า ประเภทเปิบพิสดารอย่างเนื้อค่างเช่นนี้เลย
ผมออกสำรวจพื้นที่ในวันหนึ่งโดยมีคุณจำรัส ทองคูณ ลูกจ้างจากกองช่างเป็นผู้ช่วยสำรวจ จำได้ว่าเราเดินลงไปในลำห้วยด้วยกัน เพื่อศึกษาชั้นหินและชั้นดินมาเป็นข้อมูลทางธรณีวิทยา สำหรับแหล่งแร่ที่นี่ที่เป็นแร่ดีบุกมีลักษณะการเกิดเป็นแบบลานแร่ เกิดโดยกระแสน้ำพัดพาแร่ดีบุกมาสะสมอยู่ในชั้นกรวดทราย
ผมได้กลิ่นสาบเสือลอยมาเข้าจมูกจนฉุนกึก ขณะอยู่ในลำห้วย
ในใจคิดว่ามากันแค่ 2 คน ดูจะเสี่ยงเกินไปถ้าหากมีสัตว์ร้ายอยู่ในพื้นที่ ผมกับคุณจำรัสจึงขึ้นจากห้วย เดินกลับแคมป์กันทันที เราเดินกันเร็วมากเพราะมีทากชุกชุม ทั้งทัศนวิสัยไม่สู้ดี มองออกไปได้ไม่ไกล และหญ้าก็รกมาก แต่แล้วในทันใดเราก็ต้องหยุดเดินกันในทันทีที่มองไปข้างหน้า เห็นเสือดำตัวใหญ่ยืนจังก้าห่างออกไปประมาณ 50 เมตร
เสือร้ายมันจ้องมองเราอยู่ก่อนแล้ว ด้วยสายตาอันน่ากลัว และขวางทางอยู่อย่างน่าเกรงขาม ต่างฝ่ายต่างจ้องกัน
ในใจผมคิดไกลไปล่วงหน้าแล้วอย่างหวาดหวั่น ถ้าหากเสือดำมันกระโจนเข้าใส่จะพอสู้มันไหวไหม ผมกำค้อนธรณีที่อยู่ในมือแน่นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในขณะที่นาทีในการเผชิญหน้ากับเสือดำผ่านไปอย่างแสนทรมาน เจ้าเสือดำเจ้าถิ่นมันก็ค่อยๆ เดินเข้าพงหญ้าอย่างช้าๆ และลับสายตาไปในท่ามกลางการถอนใจอย่างโล่งอกจากเราทั้งสองคน
เมื่อกลับถึงแคมป์ ผมได้รีบเล่าเรื่องการพบเสือดำให้ทุกคนได้รับทราบเป็นการเตือนภัยให้ตระหนักกันด้วย มีหลายคนที่เคยใช้ชีวิตในป่ามาแล้วอย่างโชกโชนบอกผมว่า "คุณยังโชคดีที่เสือมันไม่หิว"
การเผชิญหน้าเสือดำในป่าใหญ่อันเป็นเรื่องของผม อาจไม่ใช่เรื่องสาหัสนักหนา น่าตื่นเต้นเท่าไหร่นักสำหรับนักสำรวจแร่ในกองเศรษฐธรณีวิทยากรมทรัพยากรธรณี ที่ผมสังกัดอยู่ในเวลานั้น เพราะผมได้ทราบจากปากของนายช่างจรัญ อจลภูติ หัวหน้าโครงการแร่โลหะในเวลาต่อมาว่า
"คุณรู้ไหม อาจารย์สงบ แก้วไพฑูรย์ หัวหน้ากองของเรา ถูกช้างป่าไล่กระทืบมาแล้ว" n







