posttoday
การออมเงิน สำหรับชีวิตหลังเกษียณ

การออมเงิน สำหรับชีวิตหลังเกษียณ

03 สิงหาคม 2560

ผศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ผศ.ดร.สบิณฑ์ ศรีวรรณบูรณ์นักวิจัย สกว.สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (วัดจากสัดส่วนจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ต่อประชากรทั้งหมดมากกว่า 14%) และสังคมสูงวัยระดับสูงสุด (วัดจากสัดส่วนจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ต่อประชากรทั้งหมดมากกว่า 20%) เวลาอีกไม่นาน ในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่า มีเพียงประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์เท่านั้นที่มีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน้อยมาก นั่นคือ ภายในเวลาไม่ถึง 20 ปี

ผศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ผศ.ดร.สบิณฑ์ ศรีวรรณบูรณ์นักวิจัย สกว.สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (วัดจากสัดส่วนจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ต่อประชากรทั้งหมดมากกว่า 14%) และสังคมสูงวัยระดับสูงสุด (วัดจากสัดส่วนจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ต่อประชากรทั้งหมดมากกว่า 20%) เวลาอีกไม่นาน ในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่า มีเพียงประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์เท่านั้นที่มีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน้อยมาก นั่นคือ ภายในเวลาไม่ถึง 20 ปี

จากการศึกษา พบว่า ประเทศไทยมีเวลาเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์อีกเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น และมีเวลา 14 ปี สำหรับการเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยระดับสูงสุด ทางสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงได้ทำการวิจัยเพื่อศึกษาหาหนทางลดผล กระทบของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัยในระดับต่างๆ โดยการเตรียมพร้อมนั้นเราสามารถทำได้ในหลายระดับและหลายรูปแบบ

ในระดับบุคคลเรื่องของการออมเงิน หลายคนเชื่อว่า การออมเงินโดยการฝากธนาคารเพียงอย่างเดียว คือ การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณที่ดีพอ แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด จากงานวิจัยพบว่า ถ้าเราต้องการใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 3 หมื่นบาท/เดือน เราควรมีเงินเก็บ 9.87 ล้านบาท เมื่ออายุ 60 ปี โดยคิดจากอัตราเงินเฟ้อ 3% แต่ถ้าเรามีความรู้เรื่องการลงทุน เช่น ลงทุนใน "พอร์ตระมัดระวัง" ที่แนะนำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (อัตราผลตอบแทน 5.9%) เราจะต้องมีเงินเก็บ 5.49 ล้านบาท เมื่อตอนเกษียณอายุ (น้อยลงถึง 45%)

ถ้าเราสามารถทำงานต่อได้จนถึงอายุ 70 ปี โดยยังคงทำงานให้มีรายได้เพียงครึ่งหนึ่งของรายจ่ายต่อเดือน หรือเท่ากับ 1.5 หมื่นบาท/เดือน รวมทั้งลงทุนในพอร์ตระมัดระวังดังกล่าวแล้ว เราจะต้องมีเงินเก็บเพียง 2.76 ล้านบาท (น้อยลงถึง 73%) ดังนั้นการมีความรู้เรื่องการลงทุนและการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เราสามารถทำงานได้หลังเกษียณอายุ ไม่ว่าจะเป็นในด้านสุขภาพ การรักษา และพัฒนาทักษะการทำงาน จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการเตรียมพร้อมด้านการเงินสำหรับผู้สูงวัย คนวัยแรงงานที่กำลังจะก้าวเข้าไปเป็นผู้สูงวัยในอนาคตอันใกล้นี้

นอกจากนี้ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้ร่วมกับ สกว. ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทย จัดงานสัมมนาในหัวข้อ "นวัตกรจอมฉลาด" สู่ประเทศไทย 4.0" ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ส.ค. 2560 ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ ในงานนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังการเตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยจากสุดยอดนักปั้นนวัตกรระดับประเทศ ร่วมด้วย เจ้าพ่อเอ็ดยูเทนเมนท์ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล และเสริมทัพให้ความรู้ด้วยประสบการณ์แข็งแกร่งจากภาคธุรกิจและโรงพยาบาล โดยมี ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ด้านประชากรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ

ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ http://sasin-trf-conference- 2017.eventbrite.com หรือโทร.02-2184072, 02-218-3853-4

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท