posttoday
สศช.ไขปมรากหญ้าฉุดเศรษฐกิจโต

สศช.ไขปมรากหญ้าฉุดเศรษฐกิจโต

02 สิงหาคม 2560

อนัญญา มูลเพ็ญ หลายไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาพรวมของไทยได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งปี 2559 มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 3.2% ขณะที่ไตรมาสแรกปี 2560 ขยายตัวได้ 3.3% แต่ยังคงพบบางภาคส่วนของเศรษฐกิจที่ไม่ได้รับอานิสงส์จากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล

อนัญญา มูลเพ็ญ

หลายไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาพรวมของไทยได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งปี 2559 มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 3.2% ขณะที่ไตรมาสแรกปี 2560 ขยายตัวได้ 3.3% แต่ยังคงพบบางภาคส่วนของเศรษฐกิจที่ไม่ได้รับอานิสงส์จากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในภาพรวม ซึ่งผลการวิเคราะห์และรายงานของ สศช. ที่ออกมาเป็นส่วนสำคัญต่อความเคลื่อนไหวในเชิงนโยบายของรัฐบาลในระยะนี้ ที่เร่งรัดออกมาตรการเติมเงินลงไปให้ถึงมือผู้มีรายได้น้อย เช่น โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืนวงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณเข้าระบบเศรษฐกิจให้เสร็จในเดือน ส.ค. รวมถึงการเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากวงเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ที่จะเริ่มขึ้นในเดือน ต.ค. 2560

สศช.รายงานว่า สาเหตุที่ประชาชนรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดีและสภาพคล่องลดลงมา เนื่องจากการปรับลดลงของฐานรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตร จากการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว ภาคประมง และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น และเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมายทำให้รายได้นอกระบบลดลง โดยสถานการณ์เพิ่งเริ่มดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2559 ต่อเนื่องมาต้นปี 2560

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกับปัญหาความรู้สึกของประชาชนนั้น มีปัญหาว่ามาตรการที่มีผลต่อผู้มีรายได้น้อยโดยตรงนั้นยังมีสัดส่วนน้อยกว่ามาตรการที่ส่งผลทางอ้อมจึงไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลง โดย สศช. ระบุว่าตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558 จนถึงปัจจุบันรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว 19 มาตรการหลัก 51 มาตรการย่อยวงเงินรวม 1.10 ล้านล้านบาท แต่เมื่อแยกเป็นมาตรการที่ส่งผลต่อเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยโดยตรง มี 3 มาตรการย่อยวงเงิน 52,211.74 ล้านบาท หรือ 4.75% ของวงเงินรวมมาตรการทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 48 มาตรการย่อยวงเงิน 1,047,899 ล้านล้านบาท หรือ 95.25% เป็นมาตรการสินเชื่อที่ส่งผลทางอ้อม

"เงินที่ถึงมือผู้มีรายได้น้อยโดยตรงยังน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการลดลงของรายได้ที่มาจากทั้งปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง ซึ่งรายได้เกษตรกรจากพืชหลัก 5 ชนิดในปี 2557-2559 มีทิศทางลดลง 142,725 ล้านบาท 119,131 ล้านบาท และ 4,188 ล้านบาท ตามลำดับ รวม 3 ปี 266,044 ล้านบาท และการที่มาตรการส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อทำให้คนจำนวนมากไม่สนใจเพราะไม่ต้องการมีภาระเพิ่ม" แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้ง สศช. ยังระบุถึงข้อแนะนำ ด้านนโยบายว่าระยะยาวต้องเพิ่มส่วนแบ่งผลประโยชน์แก่เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่โครงสร้างราคายังส่ง ผลให้ความยากจนกระจุกตัวในภาคเกษตร เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคต ขณะที่การท่องเที่ยว ต้องมีมาตรการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ส่วนเอสเอ็มอี รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือไปมากแล้วต้องกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์

ข้อมูลของ สศช.ชี้ชัดว่าจุดที่เป็นปัญหาของเศรษฐกิจอยู่ที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะภาคเกษตร ซึ่งต้องเร่งหามาตรการที่เหมาะสมลงไปเยียวยาในระยะสั้นพร้อมๆ กับการปรับโครงสร้างระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท