posttoday
กางแผน กสอ. หนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ

กางแผน กสอ. หนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ

26 กรกฎาคม 2560

เรื่อง | เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตรกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม เห็นสัญญาณการพัฒนาสตาร์ทอัพจากทุกภาคส่วนของไทยยังคงสดใสต่อเนื่อง โดยปี 2560 สตาร์ทอัพไทยเติบโตขึ้นจากช่วง 2-3 ปีก่อน ประมาณ 8,000 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 80% ในจำนวนนี้เป็นสตาร์ทอัพที่สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้จริง 1,500 ราย

เรื่อง | เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม เห็นสัญญาณการพัฒนาสตาร์ทอัพจากทุกภาคส่วนของไทยยังคงสดใสต่อเนื่อง โดยปี 2560 สตาร์ทอัพไทยเติบโตขึ้นจากช่วง 2-3 ปีก่อน ประมาณ 8,000 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 80% ในจำนวนนี้เป็นสตาร์ทอัพที่สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้จริง 1,500 ราย

ทั้งนี้ กสอ.จึงมีแนวทางการส่งเสริมสตาร์ทอัพอย่างเข้มข้น แบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ การส่งเสริมและผลักดันนวัตกรรมและระบบดิจิทัลที่พัฒนาแล้วเข้าสู่ธุรกิจ การให้คำปรึกษาด้านโมเดลและแผนธุรกิจเพื่อเสนอต่อแหล่งทุน การพัฒนาและระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำงาน และการส่งเสริมเข้าถึงแหล่งทุน

สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้ให้ความสำคัญกับกระแสสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้น และนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ขณะนี้การดำเนินการส่งเสริมจากทุกภาคส่วนถือได้ว่ามีสัญญาณที่สดใสอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาลที่มี นโยบายกองทุนและโครงการในการส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นในปริมาณมากตามภาคต่างๆ ทั้งยังได้สร้างความตระหนักและการรับรู้ มีการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพมากขึ้น รวมถึงมาตรการจูงใจนักลงทุน ความร่วมมือพัฒนาร่วมกันกับองค์กรต่างประเทศ ตลอดจนภาคเอกชนที่หันมาแข่งขันกันด้วยระบบดิจิทัล จนเกิดเป็นโอกาสการร่วมทุนกับสตาร์ทอัพเพื่อให้เกิดแนวความคิดที่สร้างสรรค์และนวัตกรรมขั้นสูงที่แปลกใหม่กลับสู่การพัฒนาองค์กร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำการสำรวจ พบว่าในปี 2560 มีการเพิ่มขึ้นของสตาร์ทอัพทั่วไปกว่า 8,000 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วง 2-3 ปีก่อนที่มีเพียงแค่ระดับหลัก 100 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 80% ซึ่งการเติบโตขึ้นในจำนวนดังกล่าวส่วนใหญ่แล้วยังเป็นสตาร์ทอัพที่อยู่ในช่วงของการพัฒนาแนวคิดและช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Problem Solution Fit and Product Market Fit) โดยสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้จริงอยู่ที่ประมาณ 1,500 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ช่วยให้เกิดการจ้างงานได้ถึง 7,500 อัตรา หรือคิดเป็นสัดส่วน 1:5

ทั้งนี้ ยังพบอีกว่าสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ของไทยจะอยู่ในกลุ่มของแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นระบบ Fintech, E-Commerce ที่ กำลังครอบคลุมและกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก การบริการต่างๆ (Service Tech) ผ่านช่องทางออนไลน์ ตามมาด้วยการพัฒนาระบบการจัดการทางธุรกิจและการเป็นส่วนหนึ่งกับกิจวัตรประจำวัน โดยปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตดังกล่าวมาจากความนิยมในการใช้อินเทอร์เน็ต ความต้องการความสะดวกสบายในชีวิต ตลอดจนประสิทธิภาพทางระบบอินเทอร์เน็ตของไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี

สำหรับแนวโน้มในอนาคตการประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพ จะไม่ได้มีเพียงแค่เทค-ดิจิทัล สตาร์ทอัพเท่านั้น แต่จะต้องพัฒนาให้เกิดอย่างครอบคลุมตามกระแสโลกที่เป็นไป โดยแนวโน้มสตาร์ทอัพที่จะเติบโตมากขึ้นในปี 2561 และน่าจับตาพบว่าอยู่ในภาคเกษตร อาหาร ท่องเที่ยวและสุขภาพ แบ่งเป็น 7 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจภาครัฐและการศึกษา กลุ่มการเกษตรและอาหาร กลุ่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอนาคต กลุ่มไลฟ์สไตล์และความบันเทิง กลุ่มเทคโนโลยีท่องเที่ยว และกลุ่มเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์

พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กสอ.ได้กำหนดให้การส่งเสริมสตาร์ทอัพเป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญของหน่วยงานด้านหนึ่ง ซึ่งจากการดำเนินงานในระยะเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาได้เน้นกระบวนการพัฒนาและต่อยอดแนวความคิดให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงจริง พร้อมทั้งส่งเสริมการนำประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นตัวขับเคลื่อนให้กับสินค้าหรือบริการได้

"ตามแนวทางดังกล่าว กสอ.ยังมุ่งหวังให้การพัฒนาเหล่านี้มีผลตกกระทบถึงการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สู่ระบบเทคโนโลยีที่เอื้อต่อภาคการผลิต ต่อเนื่องถึงการขยายผลสู่ภาคอื่นๆ ตามแต่ละด้านที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ตามอุปสงค์ของผู้บริโภค ในตลาดระดับต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น" พสุ กล่าว

สำหรับยุทธศาสตร์และแนวทางการส่งเสริมสตาร์ทอัพของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในปี 2560 นี้ ถือได้ว่ามีความชัดเจนและ เข้มข้นมากขึ้น โดยได้แบ่งนโยบายการสนับสนุนกลุ่มคนดังกล่าวใน 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาผู้ประกอบการและสร้างสตาร์ทอัพรายใหม่ ด้วยการส่งเสริมความรู้และทักษะในการดำเนินธุรกิจด้วยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนานวัตกรรมขึ้นใหม่หรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ

2.การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในการสร้างโมเดลธุรกิจเริ่มต้น การกำหนดตลาด กลุ่มเป้าหมายการเขียนแผนงาน เพื่อการนำเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นไปได้ต่อการพัฒนาสู่ธุรกิจจริงต่อแหล่งทุน 3.การพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำงาน และการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน ทั้งในรูปแบบ Co-Working Space, Maker Space ตลอดจน Innovation Space เพื่อผลักดันให้เกิดการรวมตัว พัฒนาผลงาน และ 4.การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน โดยจัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันเพื่อนำเสนอผลงานการสร้างผลิตภัณฑ์ หรือการบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อให้ได้รับโอกาสและประสบการณ์ในการแสวงหาแหล่งทุนในรูปแบบแองเจิลฟันด์ เพื่อการจัดตั้งธุรกิจ ซึ่งในปีนี้มีกิจกรรม Angel Fund for Startup ปี 2 โดย กสอ. ได้ร่วมกับ บริษัท เดลต้า อีเลค โทรนิคส์ (ประเทศไทย) ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาไอเดียสร้างสรรค์ที่เกิดจากคนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดเริ่มต้นธุรกิจได้ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท