
วีเลิฟฯปรับแผน สู้ศึกมาร์เก็ตเพลส
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย หลังจากรายใหญ่อย่างลาซาด้า อีเลฟเว่นสตรีท เข้ามาทำตลาดมาร์เก็ตเพลสในเมืองไทย ทำให้ วีเลิฟช็อปปิ้ง (Weloveshopping) มาร์เก็ตเพลสสายพันธ์ุไทยในเงื้อมมือของกลุ่มทรู ซึ่งอยู่ในตลาดมาร่วม 13 ปี ภายใต้แนวคิด ซื้อของออนไลน์ ขายของออนไลน์ สะดวก ปลอดภัย จึงต้องวางแผนปรับตัวครั้งใหญ่
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หลังจากรายใหญ่อย่างลาซาด้า อีเลฟเว่นสตรีท เข้ามาทำตลาดมาร์เก็ตเพลสในเมืองไทย ทำให้ วีเลิฟช็อปปิ้ง (Weloveshopping) มาร์เก็ตเพลสสายพันธ์ุไทยในเงื้อมมือของกลุ่มทรู ซึ่งอยู่ในตลาดมาร่วม 13 ปี ภายใต้แนวคิด ซื้อของออนไลน์ ขายของออนไลน์ สะดวก ปลอดภัย จึงต้องวางแผนปรับตัวครั้งใหญ่
ดรุณพร จิรกิจอนุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ผู้ดำเนินธุรกิจมาร์เก็ตเพลสวีเลิฟช็อปปิ้ง เปิดเผยว่า โรดแมป 3 ปีของวีเลิฟช็อปปิ้งและวีมอลล์ช็อปปิ้ง บริษัทกำลังอยู่ระหว่างปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหม่ โดยบริษัทพัฒนาจุดเด่นของ วีเลิฟให้มีความเป็นเอกลักษณ์และลูกค้าสามารถจดจำได้ว่า วีเลิฟช็อปปิ้งสร้างให้เป็นแหล่งมาร์เก็ตเพลสที่รวบรวมสินค้าผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี รวมทั้งสินค้าโอท็อปมากกว่าจะเป็นแค่ร้านค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้าเพื่อความงามและแฟชั่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของวีเลิฟตั้งแต่แรกเริ่ม
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 บริษัทจะเริ่ม นำกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน เพื่อช่วยยกระดับสินค้าไทยก้าวสู่ช่องทางการขายอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งจะเป็นกลุ่มสินค้าที่เข้ามา เติมเต็มและสร้างภาพลักษณ์ทั้งวีเลิฟ มีความแตกต่างกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน บริษัทจะใช้ความแข็งแกร่งจากการมีสินค้าในเครือ ทรูช็อปปิ้ง (TrueShopping) ซึ่งเป็นช่อง ทางการจำหน่ายสินค้าทางโฮมช็อปปิ้งของบริษัท แต่มีจุดเด่นการมีสินค้าจากกลุ่มอินฟลูเอ็นเซอร์หลากหลาย อาทิ แบรนด์ยูร่า ของตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา แบรนด์ซาซ่า ของม้า-อรนภา กฤษฎี เป็นต้น โดยนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายใน วีเลิฟเพิ่มมากขึ้น
"เหตุผลที่วีเลิฟนำสินค้าของอินฟลูเอ็นเซอร์ หรือกระทั่งกลุ่มเน็ตไอดอล เข้ามาในวีเลิฟ เพราะบุคคลที่มีชื่อเสียง ส่วนใหญ่มีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือกระทั่งยูทูบ ช่วยในการเอ็นเกจเมนต์แบรนด์วีเลิฟได้หลากหลายช่องทาง"
ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดลองและคาดว่าจะเริ่มใช้อย่างจริงจังในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้านี้ เชื่อว่าจะยิ่งเสริมทัพสินค้าให้วีเลิฟแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับมาร์เก็ตเพลสข้ามชาติอย่างลาซาด้า หรือกระทั่งอีเลฟเว่นสตรีท ยังไม่รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่างอเมซอนหากต้องการเข้ามาทำตลาดในไทย
ท่ามกลางการแข่งขันห้ำหั่นการทำโปรโมชั่นอย่างรุนแรงของมาร์เก็ตเพลส เพื่อช่วงชิงลูกค้า ซึ่งพบว่ากลยุทธ์ ดังกล่าวไม่ได้สร้างให้ผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์ และขณะเดียวกันก็พร้อมจะซื้อสินค้าจากคู่แข่ง หากมีข้อเสนอหรือราคาที่ดีมากกว่านั่นเอง แต่ วีเลิฟกำลังมองโจทย์ที่ก้าวข้ามผ่านใน ยุคสงครามราคาไปให้ได้ โดยให้ความสำคัญกับแมชีนเลิร์นนิ่ง
ดรุณพร กล่าวว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างวางแผนลอยัลตี้โปรแกรม เพื่อสร้างความภักดีให้กับลูกค้า โดยเบื้องต้นเริ่มจากกลุ่มลูกค้าที่มีความแอ็กทีฟและเข้ามาซื้อสินค้าอยู่เป็นประจำราว 3 แสนราย จากจำนวนลูกค้าภายในวีเลิฟทั้งหมด 10 ล้านราย ซึ่งจะมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าในรูปแบบต่างๆ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า การใช้สินค้าทั้งกลุ่มและประเภทสินค้าเพื่อแนะนำสินค้าใหม่ๆ ได้ตรงกับความต้องการ หรือกระทั่งรู้ว่าลูกค้าใช้สินค้าใดใกล้หมดเพื่อจะได้แนะนำการซื้อสินค้าเพิ่ม
"เส้นทางในอนาคตระหว่างวีเลิฟช็อปปิ้งกับวีมอลล์ช็อปปิ้ง หลายครั้งที่เรามองว่าทั้งสองเว็บไซต์จะมารวมกันได้ไหม คำตอบคงเป็นไปทางยาก เพราะด้วยโพซิชันนิ่งของเว็บไซต์มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"
นั่นคือ วีเลิฟถูกวางตำแหน่งตลาดเหมือนขายสินค้าเหมือนตลาดนัดจตุจักร เป็นแหล่งรวบรวมทุกสรรพสิ่งมาขายทั่วไป ในขณะที่วีมอลล์ถูกสร้างให้เป็นเว็บไซต์ขายสินค้าที่มีแบรนด์ เปรียบเหมือนเป็นห้างสรรพสินค้ามากกว่า ราคาสินค้าและกลุ่มเป้าหมายจึงมีความแตกต่างกัน
อย่างไรก็ดี ในยุคที่โซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ยูทูบ กลายเป็นแค่สื่อสร้างการรับรู้เท่านั้น บริษัทจึงปรับลดลงโฆษณาลงและหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคอนเทนต์บนเว็บไซต์ให้มีความสร้างสรรค์ เล่าเรื่องราวของสินค้าได้อย่างน่าสนใจ รูปภาพต้องมีความสวยงาม รวมไปถึงการใช้อินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดให้ลูกค้ามาซื้อสินค้า
จุดแข็งของวีเลิฟช็อปปิ้งกับวีมอลล์ช็อปปิ้ง มาจากความแข็งแกร่งธุรกิจ ของทรูที่มีความหลากหลาย ทั้งทรูช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นโฮมช็อปปิ้ง ทรูซีเล็คท์ ช็อปปิ้ง ช่องทางจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ โดยสิ่งสำคัญเพราะเป็นเน็ตเวิร์กที่พัฒนาเพื่อผู้ขายคนไทย ลูกค้าคนไทย และจากการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ในครั้งนี้ ได้วางเป้าหมายรายได้ของบริษัทมีอัตราการเติบโต 20-30% อย่างต่อเนื่อง n







