
เลิกขายบีอีผู้ลงทุนใหญ่
ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นแก้เกณฑ์ออกหุ้นกู้ ตั๋วบี/อี และบทบาทของตัวกลางผู้ขายจ่อยกเลิกขายแบบผู้ลงทุนรายใหญ่
ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นแก้เกณฑ์ออกหุ้นกู้ ตั๋วบี/อี และบทบาทของตัวกลางผู้ขายจ่อยกเลิกขายแบบผู้ลงทุนรายใหญ่
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ให้ผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายตราสารหนี้เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน รองรับความต้องการระดมทุนได้เพียงพอ เพิ่มมาตรฐานในการปฏิบัติงานของตัวกลางเพื่อควบคุมและสอบทานผลประโยชน์ของผู้ลงทุนและผู้ออกตราสาร โดยคาดว่าจะประกาศใช้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้
การระดมทุนโดยการออกตราสารหนี้ประกอบด้วยตั๋วแลกเงิน (บี/อี) และหุ้นกู้ โดย ก.ล.ต.จะคำนึงถึงความสมดุล ความสะดวกต่อผู้ประกอบการในการระดมทุน และคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ธุรกิจได้มีการออกบี/อีอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้ลงทุนสนใจผลตอบแทนโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง โดยบี/อีไม่มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนเหมือนหุ้นกู้
นอกจากนี้ พบกรณีที่มีผู้ออกตราสารหนี้ใช้ช่องทางการเสนอขายแบบในวงจำกัด (พี/พี) ผิดไปจากเจตนารมณ์ ในขณะที่ตัวกลางในการขาย บางรายไม่มีการแยกหน้าที่ระหว่างหน่วยงานที่ติดต่อกับผู้ออกตราสารและหน่วยงานขายที่ติดต่อกับผู้ลงทุนอย่างชัดเจน เป็นผลให้กระบวนการตรวจสอบหรือสอบทานข้อมูลไม่ดีพอ ซึ่งอาจทำให้การเลือกผลิตภัณฑ์ไม่ตรงความต้องการและความเสี่ยงของผู้ลงทุน
สำหรับสาระสำคัญของการเสนอปรับปรุง ดังนี้ 1.การเสนอขายบี/อีจะให้ทำได้เฉพาะแบบพี/พี และแบบผู้ลงทุนสถาบันเท่านั้น โดยยกเลิกการให้เสนอขายแบบผู้ลงทุนรายใหญ่ 2.การเสนอขายตราสารหนี้แบบพี/พี-วงแคบ ให้เสนอขายได้เฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนที่มีความสัมพันธ์กับผู้ออกตราสาร ผู้ลงทุนสถาบัน หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ 3.การเสนอขายตราสารหนี้แบบผู้ลงทุนรายใหญ่ ให้เสนอขายได้เฉพาะหุ้นกู้เท่านั้น โดยผู้ออกตราสารต้องยื่นขออนุญาตก่อนจะออกตราสารหนี้ และเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยต้องจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ด้วย 4.การเสนอขายตราสารหนี้แบบผู้ลงทุนทั่วไป จะมีการกำหนดเพิ่มเติมคุณสมบัติของผู้ออกตราสารในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความสามารถในการชำระหนี้ โดยต้องจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ด้วย 5.เพิ่มมาตรฐานการปฏิบัติงานของตัวกลางที่เป็นผู้ขายตราสารหนี้ต่อผู้ลงทุน โดยแยกหน่วยงานที่ติดต่อกับผู้ออกตราสาร และหน่วยงานขายที่ติดต่อกับผู้ลงทุนออกจากกันอย่างชัดเจน
นายรพี กล่าวว่า เรื่องนี้ ก.ล.ต.หารือกับตัวแทนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสมาคมที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนมาแล้วชั้นหนึ่ง







