
ธุรกิจเล็กๆ…กู้เงินได้ไหม
กำพล สุทธิพิเชษฐ์เริ่มจากมีบางคนมาปรึกษาว่าทำไมการกู้เงินจากธนาคารมาทำธุรกิจเล็กๆ ธนาคารมักจะไม่ยอมปล่อย เลยต้องขอชี้แจงเลยครับว่า ธนาคารปล่อยนะครับและอยากปล่อยด้วย ถ้าธนาคารมั่นใจว่าเงินที่ให้กู้ไปนั้นจะได้กลับมาให้เจ้าของเงิน (ผู้ฝากเงิน) ธนาคารยินดีอยู่แล้วครับ เพราะธนาคารมีรายได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ผมเองก็จะได้มีเงินเดือนใช้ครับ
กำพล สุทธิพิเชษฐ์
เริ่มจากมีบางคนมาปรึกษาว่าทำไมการกู้เงินจากธนาคารมาทำธุรกิจเล็กๆ ธนาคารมักจะไม่ยอมปล่อย เลยต้องขอชี้แจงเลยครับว่า ธนาคารปล่อยนะครับและอยากปล่อยด้วย ถ้าธนาคารมั่นใจว่าเงินที่ให้กู้ไปนั้นจะได้กลับมาให้เจ้าของเงิน (ผู้ฝากเงิน) ธนาคารยินดีอยู่แล้วครับ เพราะธนาคารมีรายได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ผมเองก็จะได้มีเงินเดือนใช้ครับ
ก่อนอื่นก็ต้องมาดูก่อนว่าเวลาธนาคารจะให้สินเชื่อนั้นเขาดูอะไรกัน
บางคนบอกว่าธนาคารเขาต้องวิเคราะห์สินเชื่อก่อน ก็มีคำถามว่าวิเคราะห์สินเชื่อคืออะไร ทำไปทำไม การวิเคราะห์สินเชื่อก็คือการดูความสามารถในการชำระหนี้ของท่าน แน่นอนท่านยืมเงินของธนาคารไป ธนาคารก็ต้องมั่นใจว่าท่านจะนำเงินมาคืน
ดังนั้น หลักๆ ก็คือ ธนาคารจะดูความสามารถในการชำระหนี้ ของท่าน เมื่อก่อนดูความสามารถในการชำระหนี้อย่างเดียวก็พอ แต่ เดี๋ยวนี้ธนาคารเขาดูความตั้งใจและความเต็มใจในการชำระหนี้ด้วย ท่านอาจจะงงว่าธนาคารจะทราบได้อย่างไรว่าท่านตั้งใจหรือไม่ เดี๋ยว ตอนท้ายผมจะเฉลยครับ
การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้นั้นค่อนข้างยากโดยเฉพาะสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็ก และสิ่งที่เป็นปัญหามากคือการตัดสินใจให้ สินเชื่อไม่ใช่เรื่องขาวกับดำ แต่เป็นเรื่องสีเทาๆ และต้องใช้วิจารณญาณค่อนข้างมาก ถึงแม้ทฤษฎีจะระบุวิธีการประเมินไว้ แต่เอาเข้าจริงเวลาปฏิบัติ นายแบงก์ 2 คนดูลูกค้ารายเดียวกันก็ยังเห็นต่างกันได้ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
การประเมินความสามารถในการชำระหนี้มักต้องอาศัยการมอง ไปในอนาคต เหมือนการดูหมอ แต่อาจมีหลักการมากกว่า เช่น มีงบ การเงิน หรือการเดินบัญชีในอดีตเป็นจุดให้ยึดบ้าง แต่อดีตก็ไม่ใช่ หลักประกันว่าอนาคตจะซ้ำรอยเดิมเสมอไปนะครับ
เมื่อพูดถึงอนาคตของธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่ต้องวิเคราะห์ก็คือลูกค้าที่ขอสินเชื่อนั้นมีอนาคตไหมและจะอยู่รอดหรือไม่ ดังนั้นธนาคารยังต้องดูว่าธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร อะไรเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบอกว่าใครเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ หรือบางครั้งธุรกิจดี แต่ลูกค้าผู้ขอสินเชื่อบริหารธุรกิจไม่ดี ก็อาจไปไม่รอดอีก
การวิเคราะห์ธุรกิจจำเป็นต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง เป็นพื้นฐานใน การวิเคราะห์ เพราะเวลาถามลูกค้าที่ขอสินเชื่อ ลูกค้ามักบอกแต่สิ่งที่ดี ที่สวยหรู เพราะอยากได้เงินกู้ ธนาคารจึงต้องเป็นผู้ใฝ่หาความรู้และ ถามผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะดูว่าจะให้น้ำหนักข้อมูลที่ลูกค้าให้มาได้มากน้อยขนาดไหน
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นหลัก คือ การทำบัญชีของธุรกิจขนาดเล็กมักไม่ตรงกับความเป็นจริง ลงยอดขายไม่ครบ ลงค่าใช้จ่ายไม่ตรง ความจริง ลงค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นของบริษัท ลงบัญชีเงินกู้ไม่ครบ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เจ้าของธุรกิจไม่มีความเข้าใจในการทำ บัญชีเท่าที่ควร หรือเข้าใจแต่ก็ตั้งใจจะทำแบบนี้ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ธนาคารขาดข้อมูลในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ หรืออาจต้องใช้เวลามากในการวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูล
การวิเคราะห์ธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารก็คงต้องขอให้ลูกค้าพิสูจน์ความเป็นจริงมากขึ้น โดยแสดงงบทั้งบริษัทและงบส่วนตัวให้ดูเพื่อประเมินฐานะทางการเงินที่แท้จริง
นอกเหนือจากประเมินความสามารถในการชำระหนี้แล้ว ก็ต้องมีการประเมินความเต็มใจในการชำระหนี้ด้วย ไม่มีตำราเล่มไหนสอน แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ของนายธนาคารที่มีกับลูกค้า เช่น ดูประวัติการเดินบัญชีก็มีส่วนช่วยได้มากในการวิเคราะห์
แต่ในรายลูกค้าใหม่ก็คงต้องใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการดูอุปนิสัยใจคอลูกค้าว่าจะเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์และไม่เบี้ยวหนี้หรือไม่ หรือจะเป็นพวกเขี้ยวลากดิน ในอดีตช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ทั้งนี้ เราก็ได้เห็นหลายๆ คนที่แสดงความไม่เต็มใจจ่ายชำระหนี้ ทั้งๆ ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่าการเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ได้ผลประโยชน์มากกว่าการเป็นหนี้ดี ก็เลย ไม่ยอมจ่าย
เพื่อให้ธนาคารลดหนี้ให้ คนกลุ่มนี้ที่เขาเรียกกันว่า Strategic NPL ก็แล้วแต่คนจะแปลนะครับ อาจจะแปลว่า หนี้เสียเชิงยุทธศาสตร์ หรือหนี้เสียเชิงอุบาย หรือให้คล้ายรายการอาหารก็น่าจะเรียกว่าแสร้งว่าหนี้เสีย จะแปลไปกี่คำก็แล้วแต่
แต่มีแค่ความหมายเดียวคือมีปัญญาจ่าย แต่ไม่อยากจะจ่าย ซึ่งธนาคารเองเขามีบันทึกไว้นะครับว่าบริษัทใด หรือผู้บริหารกลุ่มใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว อย่าคิดว่าเปลี่ยนชื่อบริษัทแล้วธนาคารเขาจะ ไม่รู้นะครับ
ซึ่งในอนาคตถ้าท่านมาขอสินเชื่อกับธนาคารนั้นๆ อีก ก็จะถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อ ต่อให้ความสามารถในการชำระหนี้ของท่านดีมากๆ ก็ตาม
ดังนั้น หากธุรกิจของท่านที่กำลังทำอยู่เป็นธุรกิจที่ดีจริง (แนวโน้มธุรกิจนั้นดี) ท่านสามารถแสดงให้ธนาคารเห็นว่า ท่านผลิตของสำเร็จ แน่ๆ สามารถขายของได้แน่นอน (มีแหล่งลูกค้าแน่นอน และเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพมีกำลังซื้อ)
มีประสบการณ์ในธุรกิจดังกล่าว ผลประกอบการในอดีตดี (คำว่าดีก็คือ ดูแล้วชื่นใจ น่าทำธุรกิจต่อ) งบการเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงครบถ้วน และสอดคล้องกับปริมาณธุรกรรมของธุรกิจ สามารถแสดงกระแสเงินสดที่แท้จริงของกิจการให้ธนาคารเห็นได้
และที่สำคัญที่สุด คือ ท่านไม่เคยเป็น Strategic NPL ท่านก็สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้อย่างไม่ยากครับ อย่าคิดนะครับว่าธนาคารเขาแข่งขันกันสูง จะแย่งกันปล่อยสินเชื่อ เพราะหากธุรกิจของท่านไม่ดีจริง ท่านไม่มีความตั้งใจในการทำธุรกิจจริง ธนาคารก็ไม่ปล่อยสินเชื่อหรอกครับ
เพราะหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของแต่ละธนาคารก็คล้ายๆ กัน คงประมาณว่ามีคนมารุมจีบท่านมากเลย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ไม่มีใครตัดสินใจแต่งงานกับท่านเลย ธุรกิจของท่านก็จะขึ้นคานนะครับ n







