
ข่าวลบรุมกดดันตลาดฯซึม
“จรัมพร” กร้าว ระบบรายงานข้อมูลซื้อขายหุ้นล่มเกือบครึ่งวัน ทำนักลงทุนบ่จอย ลั่นจะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำสอง
“จรัมพร” กร้าว ระบบรายงานข้อมูลซื้อขายหุ้นล่มเกือบครึ่งวัน ทำนักลงทุนบ่จอย ลั่นจะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำสอง
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. ระบบรายงานการซื้อขาย (PRS) ของตลาดหลักทรัพย์เกิดความขัดข้อง โดยไม่สามารถรายงานข้อมูลการซื้อขายให้กับสาธารณชนผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์และเซตเทรดได้
ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการปรับปรุงระบบ โดยแยกการส่งข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์กับข้อมูลที่เผยแพร่ออกจากกัน จากก่อนหน้านี้ข้อมูลของทั้งสองจะส่งผ่านช่องทางเพียงช่องทางเดียว แต่เหตุขัดข้องช่วงดังกล่าวเป็นเพราะมีการส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามามากเกินไปกว่าระดับที่กำหนด จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น
“ระบบรายงานการซื้อขายที่ขัดข้องไม่ได้ส่งผลกระทบกับการซื้อขายหลักทรัพย์ และไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้มูลค่าการซื้อขายในวันที่ 20 ก.ย. เบาบางเหลือเพียง 2 หมื่นล้านบาทเศษ เนื่องจากนักลงทุนยังคงสามารถส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ ทั้งการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต และผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) เพียงแต่อาจจะสร้างปัญหาให้กับบุคคลทั่วไป และนักลงทุนที่จะเข้ามาดูข้อมูลผ่านเว็บไซต์ไม่ได้เท่านั้น” นายจรัมพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ยังจะพัฒนาระบบการซื้อขายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความรวดเร็ว เพียงแต่อาจจะต้องดูแลระบบ ทดสอบอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น และต้องกำหนดให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อขายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับที่สูงได้ ดังนั้นโดยส่วนตัวจึงเห็นว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ ระบบได้กลับมาเปิดเผยข้อมูลทางเว็บไซต์ได้ตามปกติในช่วงใกล้เวลา 12.00 น. และไม่พบว่ามีนักลงทุนต่างชาติร้องเรียนหรือสอบถามมายังตลาดหลักทรัพย์
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า คงไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อตลาดหลักทรัพย์ ตราบใดที่การส่งคำสั่งซื้อขายยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่ไม่ควรเกิดขึ้น และควรมีการดูแลปัญหานี้
นอกจากนี้ ทาง บล.ทิสโก้ เพิ่งพาบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 5 แห่ง ไปโรดโชว์พบนักลงทุนในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทย และพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่เห็นว่าระดับราคาของหุ้นไทยขณะนี้เริ่มแพง โดยสูงกว่าระดับเฉลี่ยพี/อีในอนาคตของภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น แล้วประมาณ 5% จากปกติจะต่ำกว่า (ดิสเคาต์) ประมาณ 2025% ดังนั้นคงจะรอให้ดัชนีหุ้นมีการปรับฐานแล้วค่อยเข้ามาลงทุน
ด้านตลาดหุ้นวันแรกของสัปดาห์นี้เงียบเหงา มูลค่าการซื้อขายเพียง 21,225 ล้านบาท ดัชนีปิดที่ 923.06 จุด ลดลง 0.51 จุด แต่นักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อสุทธิ 1,657 ล้านบาท
ทั้งนี้ หุ้นมือถือได้รับความสนใจสูงสุดเช่นเดิม แต่ราคาหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ยังคงทรุดลง 4.31% ปิดที่ 4.88 บาท แม้น้อยกว่าที่ตลาดคาด ส่วนหนึ่งเนื่องจาก รมว.คลัง เสนอทางออกใบอนุญาต 3จี ให้แปลงจาก 2จี และต่ออายุสัมปทานออกไป







