
สรท.ชี้ส่งออกโต5% สวนเงินบาทแข็งค่า
สรท.ปรับประมาณการส่งออกจาก 3.5% เป็น 5% หลังเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าฟื้นตัว จับตาค่าบาทแข็งกดดันครึ่งปีหลัง
สรท.ปรับประมาณการส่งออกจาก 3.5% เป็น 5% หลังเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าฟื้นตัว จับตาค่าบาทแข็งกดดันครึ่งปีหลัง
น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ แห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ได้ปรับประมาณการตัวเลขการส่งออกของไทยปี 2560 เพิ่มเป็น 5% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3.5% ภายใต้สมมติฐานมูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังจะต้องมีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33.40-33.50 บาท/ดอลลาร์ และราคาน้ำมัน 50 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ การปรับเป้าหมายส่งออกเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเดือน ก.ค. 2560 มีมูลค่าส่งออก 2.02 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ปีก่อน 11.77% ส่งผลให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่ารวม 1.13 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 7.83% ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าฟื้นตัวดีขึ้น และความเชื่อมั่นที่มีต่อสินค้าไทย รวมทั้งการปรับตัวของผู้ประกอบการส่งออกที่มีต่อกระแสเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้มีคำสั่งซื้อสินค้าไทยเข้ามาต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกของไทยคือ การแข็งค่าของเงินบาท และความผันผวนในระยะสั้นที่กระทบต่อความเสี่ยงของผู้ประกอบการรายย่อย ส่งผลต่อการกำหนดราคาและทำสัญญา ซื้อขายช่วงครึ่งปีหลังและปี 2560 โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น 8% และหากเทียบกับประเทศคู่แข่งที่ค่าเงินอ่อนค่า ทำให้ผู้ส่งออกไทยเสียเปรียบด้านราคา
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวภายหลังการประชุม กกร. ถึงภาวะการ ส่งออกในปี 2560 น่าจะสามารถขยายตัวได้ ตามกรอบประมาณการที่ 3.5-4.5% หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 7.8% และแรงส่งด้านปริมาณหรือคำสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้ายังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ยังต้องจับตาราคาสินค้าเกษตรหลักที่อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ชะลอตัวลง และความ เชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง อาจเป็นปัจจัยถ่วงการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ ดังนั้น กกร.จึงคงกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของจีดีพีในปี 2560 ไว้ที่ 3.5-4% และเงินเฟ้อที่ 0.5-1.5% ตามเดิม
นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้โครงการขนาดใหญ่ยังไม่ถึงฐานราก การท่องเที่ยวยังกระจุกตัวอยู่ในหัวเมืองหลัก รัฐควรกระตุ้นท่องเที่ยวในเมืองรองมากขึ้นด้วย







