
มายโม่เพย์ (MyMo Pay) 'โหมโรง'สังคมไทยสู่สังคมไร้เงินสด
ชาติชาย พยุหนาวีชัยผมต้องขอออกตัวกับท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์ กระปุกเศรษฐกิจ อยู่เป็นประจำเสียก่อนว่าบทความฉบับนี้ไม่ใช่พื้นที่โฆษณาของธนาคารออมสินอย่างแน่นอน และด้วยจรรยาบรรณของคอลัมนิสต์ก็มิควรที่จะโฆษณาแฝงในเนื้อที่ที่เป็นงานเขียนเชิงวิชาการ แต่ด้วยหัวข้อเรื่องที่ผมเขียนในครั้งนี้มีความเกี่ยวพันกับธนาคารออมสินอย่างแยกไม่ออก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ผมจึงต้องขอสื่อสารทำความเข้าใจกับท่านผู้อ่านในเบื้องต้นก่อน และผมขอสมมติแบบเข้าข้างตัวเองว่าทุกคนเข้าใจผม
ชาติชาย พยุหนาวีชัย
ผมต้องขอออกตัวกับท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์ กระปุกเศรษฐกิจ อยู่เป็นประจำเสียก่อนว่าบทความฉบับนี้ไม่ใช่พื้นที่โฆษณาของธนาคารออมสินอย่างแน่นอน และด้วยจรรยาบรรณของคอลัมนิสต์ก็มิควรที่จะโฆษณาแฝงในเนื้อที่ที่เป็นงานเขียนเชิงวิชาการ แต่ด้วยหัวข้อเรื่องที่ผมเขียนในครั้งนี้มีความเกี่ยวพันกับธนาคารออมสินอย่างแยกไม่ออก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ผมจึงต้องขอสื่อสารทำความเข้าใจกับท่านผู้อ่านในเบื้องต้นก่อน และผมขอสมมติแบบเข้าข้างตัวเองว่าทุกคนเข้าใจผม
ดังนั้น เพื่อมิให้เสียเวลาผมจึงขอนำท่านเข้าสู่เนื้อหากันเลย
ในโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนได้ยิน คำว่า เศรษฐกิจดิจิทัล และสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society กันจนเคยชิน แต่ในวิถีชีวิตคนเดินดิน กินข้าวแกง ผมเชื่อว่า ยังมีคนอีกหลายคนที่สงสัยและมองภาพสังคมไร้เงินสดไม่ออก เพราะเรายังคงใช้เงินสดในชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบกับประเทศจีนแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการ โดยมีธุรกิจรับชำระเงินออนไลน์มากมายหลายบริษัท แต่ธุรกิจเพย์เมนต์ที่ครองฐานลูกค้าชาวจีนสูงที่สุดคือ อาลีเพย์ (Alipay) อาลีเพย์เป็นธุรกิจเพย์เมนต์ในเครือของ "อาลีบาบา" เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของโลกที่ก่อตั้งโดย แจ็ค หม่า นักธุรกิจชาวจีนที่ ติดอันดับมหาเศรษฐีของโลก
สิ่งที่ แจ็ค หม่า คิด คือการ สร้างเครือข่ายออนไลน์ที่ให้โอกาสแก่คนจีนในทุกมุมของโลก ดังนั้น เราจึงเห็นการเชื่อมต่อของอาลีบาบาและอาลีเพย์ ในทุกประเทศที่มีคนจีนไปติดต่อค้าขาย โดยอาลีเพย์จะใช้วิธี หาพันธมิตรทางธุรกิจกับทุกประเทศ เพื่อให้ความสะดวกสบายแก่คนจีน ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มโอกาสแก่ร้านค้าที่รับลูกค้าคนจีนในประเทศนั้นด้วย ล่าสุด อาลีเพย์ ได้ขยายมาสู่ประเทศไทยและมีการจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทสัญชาติไทย 7 บริษัทไปเรียบร้อย
การเติบโตของ อาลีเพย์ เป็นไปตามโมเดลธุรกิจที่ แจ็ค หม่า วางไว้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านผู้อ่านลองนึกภาพตามก็คือ อาลีเพย์ คือระบบชำระเงินสัญชาติจีนที่ใช้วิธีการเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินของประเทศต่างๆ ดังนั้น ถ้าเปรียบไปแล้ว อาลีเพย์คือ ระบบที่เอื้อต่อคนจีน แต่เมื่อพูดถึงระบบการชำระเงินในประเทศไทยแล้ว เราแทบจะไม่เห็นรูปแบบการชำระเงินแบบนี้ในชีวิตประจำวัน ถึงแม้จะมีอยู่ตามร้านสะดวกซื้อ ระบบรถไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะอะไรนะหรือครับ เพราะสังคมบ้านยังมองภาพของการใช้เทคโนโลยีแบบผูกติดกับสถานที่
แต่ล่าสุดแอพพลิเคชั่น "มายโม่" ได้เปิดตัวบริการ "มายโม่เพย์" (MyMo Pay) บริการชำระเงินออนไลน์ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ตลาดสด เพื่อตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ต้องการความคล่องตัวในการรับชำระและจ่ายเงินด้วยมายโม่ ถือเป็นการเพิ่มรูปแบบการชำระเงินที่สอดคล้องกับแนวคิดสังคมไร้เงินสดของรัฐบาล โดยได้โฟกัสการขยายตลาด มายโม่เพย์ ในกลุ่มสินค้าประเภทอาหารและบริการ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งตลาดสด ร้านอาหารข้างทาง และบริการรถยนต์สาธารณะ (แท็กซี่) ที่รับชำระผ่าน "มายโม่เพย์"
เปรียบแล้วการรุกคืบสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากของมายโม่เพย์ ใกล้เคียงกับการขยายตัวของ อาลีเพย์ ธุรกิจรับชำระเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน เพียงแต่อาลีเพย์สยายปีกข้ามชาติ แต่มายโม่เพย์ ใช้วิธีระเบิดจากข้างในเพื่อให้คนในประเทศไทยได้ประโยชน์ ได้เข้าถึงธุรกรรมทางการเงินที่สะดวกรวดเร็วและมีความปลอดภัย
แม้ "มายโม่เพย์" จะเป็นผู้เล่นน้องใหม่ของตลาดที่มีทั้งผู้เล่นหลัก อย่างทรูมันนี่ เพย์สบาย และอื่นๆ อีกมากมาย ครองตลาดอยู่แล้ว แต่มายโม่เพย์ก็ยังน่าสนใจ เพราะถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างของการ ชำระเงินออนไลน์ที่ทำให้สังคมไทยเดินเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้เร็วขึ้น ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากสัมผัสประสบการณ์ไร้เงินสด ลองสมัครใช้มายโม่ดู ในอีกไม่นานนี้ เวลาเราขึ้นรถแท็กซี่ รถสามล้อ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซื้อสินค้าตามตลาดสด ร้านอาหารริมทาง ฯลฯ ก็สามารถใช้คิวอาร์โค้ดชำระค่าใช้จ่ายได้ทุกที่ทุกเวลาต่อไปได้







