
สยามไนท์ฟันด์ลุยจีเอ็มเอส
บลจ.สยามไนท์ฟันด์ออกกองทุนพันล้าน ลงทุนหุ้นลุ่มแม่น้ำโขงขายรายใหญ่สถาบัน ขั้นต่ำ 5 แสน-10 ล้าน มองเศรษฐกิจโตสูง
บลจ.สยามไนท์ฟันด์ออกกองทุนพันล้าน ลงทุนหุ้นลุ่มแม่น้ำโขงขายรายใหญ่สถาบัน ขั้นต่ำ 5 แสน-10 ล้าน มองเศรษฐกิจโตสูง
นายเจอเรมี คิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สยามไนท์ฟันด์แมเนจเม้นท์ เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเปิด เอสเคเอฟเอ็ม แม่โขง ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SMF-A และ SMF-I) มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เปิดขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 21-29 ส.ค.นี้
สำหรับกองทุนมีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ เน้นกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ จีเอ็มเอส ประกอบด้วย ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเมียนมา รวมถึงลงทุนในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) นอกกลุ่มจีเอ็มเอส เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย เป็นต้น และอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่ลงทุนในกลุ่มประเทศดังกล่าว
"น้ำหนักการลงทุนจะเป็นหุ้นไทยมากที่สุด 50% เวียดนาม 20% เมียนมา กัมพูชา ลาว และจีนยูนนาน รวมกัน 30% ตั้งเป้าผลตอบแทน 2 เท่า ของการเติบโตของจีดีพีเฉลี่ย หรือ 10% ต่อปี" นายเจอเรมี กล่าว
นายเจอเรมี กล่าวอีกว่า กองทุนเปิดเอสเคเอฟเอ็ม แม่โขง เสนอขายนักลงทุนทั่วไปมูลค่าการสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งแรก 5 แสนบาท และเสนอขายนักลงทุนสถาบัน จองซื้อขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) เว็ลธ์ เมจิก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) และ บล.โกลเบล็ก
ทั้งนี้ เศรษฐกิจกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม จีดีพีเติบโตสูงถึง 7-8% ต่อปี ถือเป็น 4 ประเทศจาก 10 อันดับแรกของประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2560 (อ้างอิงจากนิตยสารเดอะอีโคโนมิสต์) และด้วยประชากรในภูมิภาคกว่า 300 ล้านคน รวมทั้งโครงสร้างประชากรที่มีอายุน้อยจะสร้างความเชื่อมั่นว่าการเติบโตจะยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายทศวรรษ
ขณะที่ไทย ซึ่งมีกรุงเทพฯ ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการบริการของภูมิภาคในด้านการท่องเที่ยว การจับจ่าย การแพทย์ การศึกษา สำนักงานใหญ่ของธุรกิจข้ามชาติและด้านตลาดทุน และไทยยังเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการวันเบลต์วันโรดของจีน เช่นเดียวกับประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอส รวมทั้งระดับหนี้ของรัฐบาลของไทยและ จีเอ็มเอสนั้นอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นจึงมีความสามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้หากจำเป็น
นายเจอเรมี กล่าวว่า มูลค่าการค้าภายในกลุ่มอาเซียนและจีเอ็มเอส คิดเป็น 25% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงระบบเศรษฐกิจที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ ยังคงเข้าไปในกลุ่มประเทศนี้ไม่มากนัก ซึ่งในอนาคตน่าจะเพิ่มมากขึ้น







