
น้ำท่วมใหญ่ฉุดเศรษฐกิจ รากหญ้าทรุดหนัก
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน ภาคเหนือ สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่กระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมมากนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบหนักอยู่ไม่น้อย โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทย ประเมินความเสียหายน้ำท่วมครั้งนี้กว่า 1,000 ล้านบาท โดยพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายในวงกว้าง ส่งผลกระทบกับรายได้ของเกษตรกรที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมากขึ้น
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน ภาคเหนือ สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่กระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมมากนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบหนักอยู่ไม่น้อย โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทย ประเมินความเสียหายน้ำท่วมครั้งนี้กว่า 1,000 ล้านบาท โดยพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายในวงกว้าง ส่งผลกระทบกับรายได้ของเกษตรกรที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมากขึ้น
ลำพังไม่มีปัญหาน้ำท่วม เศรษฐกิจรากหญ้าก็อยู่ในภาวะที่ปัญหาฝืดเคือง รายได้น้อยแต่รายจ่ายมาก หนี้สินไม่ ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น เป็นภาพที่สวนทางกับเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งปรับ คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.5% จากเดิม 3.4% ขณะที่กระทรวงการคลังยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3.6%
ทั้งนี้ รัฐบาลวางแผนพยุงเศรษฐกิจฐานราก โดยการอัดฉีดเงินผ่านมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน 14 ล้านคน ซึ่งจะเริ่มแจกมาตรการรอบแรกตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท จากเงินที่เตรียมไว้ทั้งหมด 8 หมื่น ล้านบาท โดยหวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากปลายปีนี้และ ต้นปีหน้าคึกคักมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่รอบใหม่ทำให้เงินดังกล่าวที่หวังจะดันให้เศรษฐกิจฐานรากขยายตัวเพิ่ม เหลือแค่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากไม่ทรุดตัวลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เพราะหากปล่อยให้เศรษฐกิจฐานรากแผ่วลงไปเมื่อไร จะมีผลกระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจภาพรวมในทันที
ทั้งนี้ หากพิจารณาการขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีแรกที่ผ่านมา จะพบว่ายังขยายตัวได้เพราะการลงทุนในภาครัฐ และการบริโภคภาคเอกชน และ มีการส่งออกที่เข้ามาช่วยเสริมเนื่องจากขยายตัวได้กว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ส่วนการลงทุนภาคเอกชนที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ สำคัญยังไม่ทำงาน
จากการติดตามเศรษฐกิจภูมิภาคของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เห็นได้ว่า เศรษฐกิจฐานราก ในจังหวัดต่างๆ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือน มิ.ย. และไตรมาส 2 ปี 2560 ขยายตัวต่อเนื่องก็จริง แต่เป็นการขยายตัวในส่วนของภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลาง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทน สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในหลายภูมิภาค รวมถึงการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว
แต่เศรษฐกิจภูมิภาคในส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เศรษฐกิจเพิ่งส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยมีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน และภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจภาคอีสานและภาคเหนือยังไม่แข็งแรง เมื่อมาเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำเติมย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจรากหญ้าในภาคอีสานและเหนือมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น
ศูนย์วิจัยและพัฒนาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดการณ์ก่อนน้ำท่วมว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส.คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเกษตรไทย ปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัว 3.4% โดยมีช่วงคาดการณ์ 3-3.8% จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่มีแนวโน้มขยายตัว รวมทั้งระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลดี ต่อสินค้าเกษตรที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาขยายตัวดีขึ้น อาทิ ปาล์มน้ำมัน ประกอบกับค่าเงินบาท มีทิศทางอ่อนค่าลง นับเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกสินค้าเกษตร
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า สาขาพืช คาดว่าขยายตัว เนื่องจากในครึ่งแรกของปี 2560 สภาพอากาศและปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น การส่งเสริมให้ทำการเกษตรในพื้นที่เหมาะสม มีการใช้พันธุ์ดี รวมถึงพัฒนาแหล่งน้ำ จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก สำหรับสาขาบริการทางการเกษตร คาดว่าขยายตัวเนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัญหาภัยแล้งที่คลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม การประเมินของศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส. ไม่ได้คาดการณ์ผลกระทบที่เกิดจากน้ำท่วมล่าสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจเกษตรไทย ปี 2560 ขยายตัวได้ต่ำกว่า เป้าหมายที่ ธ.ก.ส.คาดไว้ กระทบต่อเป็นลูกโซ่ถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศให้แผ่วลงไปด้วย
สำหรับมาตรการที่รัฐบาลเร่งลงไปช่วยเหลือผ่านหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถาบันการเงินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) โดยการพักชำระหนี้ เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ รวมถึงเพิ่มวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังไม่เพียงพอกับการพยุงเศรษฐกิจฐานรากให้ฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดจะเห็นว่า น้ำท่วมครั้งนี้กระทบเศรษฐกิจฐานรากอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการทำให้ความเชื่อมั่นการบริโภคของประเทศซบเซาลงไปอีก ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่น้ำท่วมเท่านั้น แต่จะกินวงกว้างไปทุกๆ ภาคของประเทศ เพราะเศรษฐกิจฐานรากส่วนใหญ่เชื่อว่า เศรษฐกิจของประเทศยังไม่ดี ยิ่ง น้ำท่วมยิ่งกระทบให้เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก
นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมาติดลบ 2 เดือนต่อเนื่อง แม้ว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืดเพราะยังติดลบไม่ถึง 6 เดือน แต่ประชาชนเศรษฐกิจฐานรากส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเงินตรึงตัว คือ หารายได้ได้ยากทำให้ไม่มีกำลังใช้จ่าย ให้ราคาสินค้า ลดลงจูงใจแค่ไหนก็ไม่ใช้จ่ายเพราะ ไม่มีกำลัง
ภาวะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การบริโภคภาคเอกชนในครึ่งปีหลังอาจจะขยายตัวได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ กระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยพึ่งการใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน และการส่งออก แต่เมื่อการบริโภคภาคเอกชนเริ่มมีปัญหาจากน้ำท่วม การใช้จ่ายภาครัฐ ที่อาจจะเร่งเครื่องไม่ได้ตามเป้า การ ส่งออกที่ขยายตัวได้มากแต่ยังมีความเสี่ยงผันผวนจากเศรษฐกิจโลกย่อมทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจไทยโดยรวมมีปัญหาขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ล่าสุด
ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นผล กระทบที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้ แม้ว่า ยังไม่กระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญมากนัก แต่ก็กระทบกับความเชื่อมั่นรุนแรง และฤดูมรสุม ก็เพิ่งเริ่มต้นหากมีปัญหาน้ำท่วมรอบใหม่ก็จะสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจฐานรากทรุดหนักไปอีก n







