posttoday
ปัญหาข้าวโพด

ปัญหาข้าวโพด

30 กรกฎาคม 2560

ดร.รุจิระ บุนนาคกรรมการผู้จัดการMarut Bunnag International Law [email protected] : @RujiraBunnagข้าวโพดถือเป็นพืชเศรษฐกิจและมีราคาดีในระดับหนึ่ง ปัจจุบันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 8-15 บาท ซึ่งแล้วแต่อัตราความชื้นของข้าวโพด ส่วนมากคนนิยมปลูกกันในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสานของประเทศไทย แต่ข้าวโพดยังปลูกได้เกือบทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยังบริโภคได้เช่นกัน

ดร.รุจิระ บุนนาคกรรมการผู้จัดการMarut Bunnag International Law [email protected] : @RujiraBunnag

ข้าวโพดถือเป็นพืชเศรษฐกิจและมีราคาดีในระดับหนึ่ง ปัจจุบันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 8-15 บาท ซึ่งแล้วแต่อัตราความชื้นของข้าวโพด ส่วนมากคนนิยมปลูกกันในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสานของประเทศไทย แต่ข้าวโพดยังปลูกได้เกือบทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยังบริโภคได้เช่นกัน

ปัญหาของการปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงสัตว์ในช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมา ได้รับการจับตามองจากหลายฝ่าย เนื่องจากว่าการใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดจะไปบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่ป่าต้นน้ำ เคยมีคนนำภาพถ่ายดาวเทียมไปเปรียบเทียบในช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเสร็จแล้ว แสดงให้เห็นภาพภูเขาหัวโล้นไม่มีพื้นที่เขียวขจีจำนวนหลายร้อยไร่

เกษตรกรในพื้นที่ปลูกข้าวโพด ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น ผู้ทำลายป่าต้นน้ำ เพราะการปลูกข้าวโพดบนภูเขาเล็กๆ และบริเวณ เชิงเขา ทำให้ต้องหักร้างถางพงทำลายป่าต้นไม้ แต่ยังมีเกษตรกรส่วนหนึ่งพร้อมที่จะไปทำอาชีพอย่างอื่น หากว่าได้ผลผลิตที่ดีกว่าหรือสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนกับการปลูกข้าวโพด

ทางออกที่ดีที่สุด รัฐจึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพอื่นนอกเหนือจากการปลูกข้าวโพด ซึ่งในประเด็นนี้อาจจะทำเป็นวาระแห่งชาติก็ได้ เพราะในปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำโดยเฉพาะ จ.น่าน มีพื้นที่ทั้งหมด 7.6 ล้านไร่ เป็นพื้นที่นอกเขตป่า 1.1 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวน 6.5 ล้านไร่ ในจำนวนนี้คือ พื้นที่ป่าสมบูรณ์ 4.7 ล้านไร่ และพื้นที่ทำกินในป่าสงวน 1.4 ล้านไร่ และจากพื้นที่ 1.4 ล้านไร่นี้ มีพื้นที่ที่ต้องการให้มีการปลูกป่าทดแทน 8.8 แสนไร่ ขณะนี้เป็นการปลูกข้าวโพดและพืชไร่อื่นๆ ในพื้นที่ป่าสงวน

ข้าวโพดที่ปลูกเพื่อเป็นอาหารสัตว์จะให้ผลผลิตสูงเป็นพืชระยะสั้น มีอายุเก็บเกี่ยว 100-120 วัน และเนื้อที่ปลูกข้าวโพดกว่าร้อยละ 50 ปลูกในพื้นที่ป่าและป่าบางแห่งเป็นป่าต้นน้ำ ทำให้เกิดความไม่สมดุลของธรรมชาติ เช่น เกิดปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมหนักไม่เป็นไปตามฤดูกาล ปัญหาหมอกควันจากการบุกรุกป่าเพื่อปลูกข้าวโพดและหมอกควันจากการเผาซังข้าวโพดเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกทำให้เป็นที่น่ากังวลว่า หากไม่รีบแก้ไขอย่างเร่งด่วนพื้นที่ป่าจะต้องหายไปกับการปลูกข้าวโพดอีกมาก

การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเกี่ยวพันกับบริษัทเอกชนหลายรายที่รับซื้อและสนับสนุนการปลูกข้าวโพดแบบครบวงจร ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ยาฆ่าแมลง ปุ๋ย รวมถึงมีตลาดรองรับและโรงงานรับซื้ออย่างแน่นอน จึงทำให้โดนกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำลายป่าต้นน้ำ แม้บริษัทเอกชนรายหนึ่งจะประกาศชัดเจนว่า จะไม่รับซื้อข้าวโพดที่ปลูกบนที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ

นอกจากนั้นแล้วยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเอ็นจีโอที่ต่อต้านบริษัทเอกชน เพราะมองว่าชาวบ้านในพื้นที่เป็นเพียงผู้รับบาปในข้อกล่าวหาการทำลายป่าต้นน้ำ

นั่นจึงเป็นที่มาของข้อขัดแย้งระหว่างฝ่ายเอ็นจีโอกับบริษัทเอกชนหลายราย เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนรายหนึ่งได้แสดงความพยายามในการสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกป่าทดแทน เช่น ที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เป็นการปลูกป่าเขาพระยาเดินธง จำนวน 5,900 ไร่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้สนับสนุนการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนั้น ยังได้ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาหมอกควัน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยและสมาคมพ่อค้าข้าวโพดและพืชพันธุ์ไทย ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุภาคเกษตรในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการลดและควบคุมการเผาเศษวัสดุภาคการเกษตรในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9 จังหวัดภาคเหนือ

บริษัทเอกชนหลายรายได้หยุดรับซื้อข้าวโพดโดยให้เหตุผลว่า ต้องหยุดโรงงานเพื่อปรับปรุงเครื่องจักร ประกอบกับมีผลผลิตบางส่วนตกค้าง ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องใช้อำนาจสั่งการให้โรงงานหมุนเวียนกันหยุดและเปิดทำการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรในหลายจังหวัด จึงทำให้เห็นว่าหากทุกภาคไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังแล้ว หรือโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ฝ่ายเดียวแล้ว จะเกิดผลกระทบเป็นห่วงโซ่อย่างแน่นอน

ปัญหาการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ป่าต้นน้ำ จึงเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งต้องลืมข้อขัดแย้งต่างๆ เพราะมีผลกระทบต่อส่วนรวม และต้องคำนึงว่าอย่างไรเสียข้าวโพดยังมีความสำคัญในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าหากว่ากระบวนการทุกอย่างไม่สอดคล้องต้องกันย่อมจะเกิดผลกระทบต่อชาวบ้านที่มีรายได้น้อยอย่างแน่นอน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะเป็นที่รับรู้กันดีว่าการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร แต่เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวางกับพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไร ทางออกของเรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากันดีกว่าการปลุกระดมให้ชาวบ้านหรือเกษตรกรต่อต้านฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะท้ายที่สุดแล้วผืนแผ่นดินยังเป็นของคนไทยทุกคน

ธุรกิจของผู้ประกอบการยังคงดำรงอยู่ได้ เกษตรกรยังคงมีรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัว ป่าต้นน้ำยังคงอยู่และข้าวโพดยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นและอยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาข้าวโพดจึงต้องนำจุดร่วมของแต่ละฝ่ายมาหารือกันจะดีที่สุด n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท