
ยิ่งออมมากในวัยทำงาน ยิ่งจะสร้างความมั่งคั่ง ได้มากในวัยเกษียณ
กองทุนบัวหลวงคนที่ออมเงินเพื่อการลงทุนระยะยาวหรือเพื่อใช้ในวัยเกษียณส่วนมากแล้วมักจะพิจารณาว่า จะลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผลมากที่สุด ทำอย่างไรให้ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการลงทุนต้องต่ำที่สุด เรื่องนี้เข้าใจได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการสร้างความมั่งคั่งในวัยเกษียณจะมาจากการออมมากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน ยิ่งออมมากเท่าใดยิ่งจะมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในวัยเกษียณ
กองทุนบัวหลวง
คนที่ออมเงินเพื่อการลงทุนระยะยาวหรือเพื่อใช้ในวัยเกษียณส่วนมากแล้วมักจะพิจารณาว่า จะลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผลมากที่สุด ทำอย่างไรให้ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการลงทุนต้องต่ำที่สุด เรื่องนี้เข้าใจได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการสร้างความมั่งคั่งในวัยเกษียณจะมาจากการออมมากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน ยิ่งออมมากเท่าใดยิ่งจะมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในวัยเกษียณ
ชาลี บิเบลโล ผู้อำนวยการวิจัยของเพนชั่น พาร์ตเนอร์ส แอลแอลซี ชี้ว่า จำนวนเงินที่นักลงทุนออมเพื่อการลงทุนระยะยาว มีความสำคัญมากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน เพราะว่าในประการแรก นักลงทุนสามารถควบคุมจำนวนเงินที่จะออมได้ แต่ในขณะเดียวกันไม่สามารถควบคุมผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผันผวนได้ เป็นที่แน่นอนว่า คนที่ออมเงิน 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ/ปี ย่อมที่จะมีความมั่งคั่งมากกว่าคนที่ออม 1 หมื่นดอลลาร์/ปี ผลตอบแทนของคนที่ออม 1 หมื่นดอลลาร์/ปี ไม่มีทางที่จะชนะคนที่ออม 2 หมื่นดอลลาร์/ปี เมื่อสิ้นสุดระยะการออม หรือวัยทำงาน
บิเบลโล ได้แสดงตัวเลขให้เห็นถึงความสำคัญของการออมของ นักลงทุนว่า ยิ่งมีวินัยในการออมมากเท่าใด ยิ่งจะมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งมากขึ้นในภายหลัง บิเบลโลยกการเปรียบเทียบระหว่างการเพิ่มวงเงินออม 1% กับการได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 1% จากพอร์ตการลงทุน โดยใช้สมมติฐานว่า ครอบครัวอเมริกันมีรายได้เฉลี่ยครอบครัวละ 5.8 หมื่นดอลลาร์/ปี หลังจากหักภาษีแล้ว จะมีเงินเหลือที่จะใช้จ่าย 4.93 หมื่นดอลลาร์ ถ้าหากว่าครอบครัวนี้มีการออมเงินเพียง 1% ของรายได้ทุกๆ ปีเป็นเวลา 30 ปี โดยสมมติว่าได้รับผลตอบแทนปีละ 10% โดยเฉลี่ย ในท้ายที่สุดแล้วเงินที่ออมบวกกับผลตอบแทนของการลงทุนจะอยู่ที่ 81,096 ดอลลาร์
แต่ถ้าครอบครัวอเมริกันนี้มีวินัยสูงกว่าโดยออม 5.5% ของ รายได้ โดยได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในพอร์ตเพียง 1% ต่อปี เมื่อครบกำหนด 30 ปีแล้ว ครอบครัวอเมริกันนี้จะมีเงินทั้งหมด 94,319 ดอลลาร์ สำหรับใช้ในวัยเกษียณ
จะเห็นได้ชัดเจนว่าอัตราการออมเงินมีความสำคัญมากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน ยิ่งออมมากเท่าใด ยิ่งจะเพิ่มโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งในวัยเกษียณ
สำหรับคนไทยที่ออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ การออม 5% หรือ 10% ของรายได้อย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ เดือน หรือทุกๆ ปีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างวินัยทางการเงิน เพราะว่าทราบแล้วว่ายิ่งออมมากเหมือนเป็นการออกสตาร์ทที่ดี มีโอกาสเข้าวินได้อย่างสง่าผ่าเผย
ในอันดับต่อไปคือการเลือกลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เนื่องจากการออมเพื่อวัยเกษียณเป็นการลงทุนระยะยาว จึงไม่จำเป็นต้องเสี่ยง หรือลงทุนในลักษณะที่ให้ผลตอบแทนแบบหวือหวา
ในภาวะที่ดอกเบี้ยธนาคารทั่วไปที่ให้ผลตอบแทนเพียง 1-2% ต่อปี การลงทุนในกองทุนย่อมจะให้ผลตอบแทนดีกว่าอยู่แล้ว ยิ่งถ้าต้องหักเงินเฟ้อออกไป ผลตอบแทนจากการฝากเงินในธนาคารแทบจะไม่ได้อะไรเลย
กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-Senior) ของกองทุนบัวหลวง เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ เพราะว่ากองทุนนี้มีการจัดพอร์ตของการลงทุนที่ผสมผสานทรัพย์สินที่หลายหลากเพื่อที่จะกระจายความเสี่ยงและผลตอบแทน
"กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-Senior) เป็นหนึ่ง ในกองทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนระยะยาว เพราะว่าความเสี่ยงต่ำจากการที่ 70% ของพอร์ตจะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ แต่ใน ขณะเดียวกันมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงจากการลงทุนในสัดส่วนที่เหลือ 30% ในหุ้น กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างให้กองทุนผสมบี ซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-Senior) ลงทุนไม่เกิน 15% ของพอร์ตในทรัพย์สินต่างประเทศ เพื่อที่จะเพิ่มความคล่องตัวของการลงทุน"







