
ทองคำขึ้นแล้ว!!!
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เกี่ยวกับนโยบายเฮลท์ แคร์ บิลล์ที่ได้หาเสียงไว้ก่อนหน้านี้อย่างมากมาย ทำให้เกิดความสับสนในเชิงการเมืองและเริ่มส่งผลต่อภาวะการเงินของสหรัฐ จึงกดดันทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง อีกทั้งปัจจัยในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่ยังคงเกี่ยวพันกับภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายที่ระดับ 2%
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เกี่ยวกับนโยบายเฮลท์ แคร์ บิลล์ที่ได้หาเสียงไว้ก่อนหน้านี้อย่างมากมาย ทำให้เกิดความสับสนในเชิงการเมืองและเริ่มส่งผลต่อภาวะการเงินของสหรัฐ จึงกดดันทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง อีกทั้งปัจจัยในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่ยังคงเกี่ยวพันกับภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายที่ระดับ 2%
แต่ตัวเลขเงินเฟ้อจนถึงปัจจุบันยังอยู่ที่ระดับ 1.6% โดยที่การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังเป็นปัจจัยกดดันทองคำมาโดยตลอด และเมื่อผลการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค.ที่ผ่านมา เฟดยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม หลังจากที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก่อนหน้าตามตลาดคาดการณ์ จึงกลับมาทำให้ภาพรวมของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งจากเมื่อช่วง 2 เดือนก่อนที่ดัชนีดอลลาร์อยู่แถวระดับ 95 จุด ปัจจุบันลงมาแถวระดับ 93.45 จุด
ด้านค่าเงินบาทเองที่เคยอยู่ที่ระดับ 34 บาท/ดอลลาร์ กลับร่วงลงมาจนภาวะปัจจุบันอยู่แถวระดับ 33.35 บาท/ดอลลาร์เท่านั้น ขณะที่ราคาทองคำกลับมีความผันผวนขึ้นและลงรวดเร็วมากขึ้น จากสัปดาห์ที่ 17-21 ก.ค. ในช่วงต้นสัปดาห์นั้นยังอยู่ในภาวะขาลงและมีความไม่แน่นอน โดยทองคำกลับดีดตัวขึ้นในช่วง 7 วันทำการจากระดับ 1,205 ดอลลาร์ที่ลงไปทำจุดต่ำสุด จนปัจจุบันขึ้นมาที่ระดับ 1,263 ดอลลาร์ สภาวะตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐโดยทั่วไปปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดีมากมายจนทำให้เกิดภาวะเร่งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงทำให้คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้ ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 50% แล้ว
หมายความว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เหลืออีก 1 ครั้ง มีโอกาสเพียง 48% และมีโอกาสที่เฟดอาจจะไม่ทำการปรับขึ้นเลยก็เป็นไปได้ ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจเงินเฟ้อที่ออกมาไม่ปรับตัวสูงขึ้นได้มากพอ ซึ่งภาวะต่างๆ เหล่านี้เริ่มส่งผลในเชิงบวกให้กับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
วิเคราะห์ราคาเทคนิค
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่ 7 โดยทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 1,263 ดอลลาร์โดยประมาณ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ภาพทางเทคนิคราคาทองคำเริ่มยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยโดยทั่วไป ทำให้คาดการณ์ได้ว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 1,293 ดอลลาร์ ก็มีโอกาสสูงขึ้น โดยที่ดัชนีชี้วัดต่างๆ ก็เข้าสู่ภาวะสมดุลในการปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวลงมาในช่วง 10 วันก่อน จึงทำให้สภาวะซื้อมากจนเกินไป และ ขายมากเกินไปเกิดภาวะสมดุล
ดังนั้น วิเคราะห์ได้ว่าเป้าหมายถัดไปของราคาทองคำจะอยู่ที่ระดับ 1,272 ดอลลาร์ และ 1,293 ดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องคือ ตัวเลขเศรฐษกิจสหรัฐ โดยเฉพาะเงินเฟ้อ
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เก็งกำไรขาขึ้นในระยะสั้น และยังคาดว่าตลาดจะแกว่งตัวในกรอบ 1,250-1,290 ดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ โดยเป็นการแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว
บริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก มีการพัฒนาและเปิดอบรมนักลงทุนเพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการพัฒนาเครื่องมือการลงทุนเพื่อให้ตอบโจทย์ยุคแห่งการลงทุนด้วยระบบ Auto Trade ซึ่งสามารถส่งคำสั่งได้แล้ววันนี้ผ่านทางตลาด TFEX
สำหรับนักลงทุนท่านใดที่สนใจลงทุนในทองคำ ไม่ว่าจะเป็น Gold Online, Gold Phone หรือ Gold Futures รวมไปถึงสินค้าใหม่ตลาด TFEX อย่าง Gold-D ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนสามารถพบกันได้ในงานมันนี่ เอ็กซ์โป 2017 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. 2560 นี้ ซึ่งผู้ที่เปิดบัญชีภายในงานจะได้รับของสมนาคุณต่างๆ อีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MTS Gold คอลเซ็นเตอร์ 02-770-7777







