posttoday
‘ลุงมิน...ผู้ชุบชีวิตให้ศิลาดล’

‘ลุงมิน...ผู้ชุบชีวิตให้ศิลาดล’

27 กรกฎาคม 2560

ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]ลึกเข้าไปในป่าทางภาคใต้ของเกาหลี บนหนทางที่คดเคี้ยว รถบัสยังคงพาเราไปตามถนนแคบๆ แทบจะสวนทางกันไม่ได้มาพักใหญ่แล้ว พวกเราคณะเดินทางต่างชาติ ต่างภาษาพากันสงสัยว่า "ศาสตราจารย์ Kim" จะพาไปไหน ข้างทางมีแต่ดงไม้แทบจะไม่มีบ้านคนอยู่อาศัย พวกเราเริ่มรู้สึกว่าควรจะเงียบเสียงที่คุยกันโขมงมาตลอดทางแล้วมาจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้าดีกว่า นั่งไปเงียบๆ ไม่นานนักก็ทะลุดงไม้ชายป่าแห่งหนึ่ง คนนำทางเดินลงจากรถไป เราจึงเดินตามโดยไม่รู้ทิศ อึดใจหนึ่งก็เห็นบ้านเกาหลีก่อสร้างแบบโบราณหลังใหญ่ ฐานรากเป็นหินก้อนใหญ่ตัดสี่เหลี่ยมวางเรียงกัน ตัวบ้านเป็นไม้ ซี่ประตูหน้าต่างถ้าเป็นสมัยโบราณจะปิดด้วยแผ่นกระดาษฮันจิสีขาว แต่บ้านนี้ใช้กระจกแทน หน้าบ้านมีสุนัขสีขาวผูกไว้ ส่งเสียงเห่าอย่างดุดันเหมือนจะบอกว่า "มนุษย์! พวกเจ้ากำลังรุกล้ำเส้นเขตแดนบ้านนายข้า"...

ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]

ลึกเข้าไปในป่าทางภาคใต้ของเกาหลี บนหนทางที่คดเคี้ยว รถบัสยังคงพาเราไปตามถนนแคบๆ แทบจะสวนทางกันไม่ได้มาพักใหญ่แล้ว พวกเราคณะเดินทางต่างชาติ ต่างภาษาพากันสงสัยว่า "ศาสตราจารย์ Kim" จะพาไปไหน ข้างทางมีแต่ดงไม้แทบจะไม่มีบ้านคนอยู่อาศัย พวกเราเริ่มรู้สึกว่าควรจะเงียบเสียงที่คุยกันโขมงมาตลอดทางแล้วมาจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้าดีกว่า นั่งไปเงียบๆ ไม่นานนักก็ทะลุดงไม้ชายป่าแห่งหนึ่ง คนนำทางเดินลงจากรถไป เราจึงเดินตามโดยไม่รู้ทิศ อึดใจหนึ่งก็เห็นบ้านเกาหลีก่อสร้างแบบโบราณหลังใหญ่ ฐานรากเป็นหินก้อนใหญ่ตัดสี่เหลี่ยมวางเรียงกัน ตัวบ้านเป็นไม้ ซี่ประตูหน้าต่างถ้าเป็นสมัยโบราณจะปิดด้วยแผ่นกระดาษฮันจิสีขาว แต่บ้านนี้ใช้กระจกแทน หน้าบ้านมีสุนัขสีขาวผูกไว้ ส่งเสียงเห่าอย่างดุดันเหมือนจะบอกว่า "มนุษย์! พวกเจ้ากำลังรุกล้ำเส้นเขตแดนบ้านนายข้า"...

"เชกา" จำได้ทันทีว่า เจ้านี่มันคือ สุนัขสายพันธุ์ "จินโดแค" ของแท้ (แค แปลว่า สุนัข) ท่าทางองอาจสง่างาม มีขาแข็งแรงขนหลังปุย เป็นพันธุ์เฉพาะของเกาหลีที่มี ถิ่นกำเนิดบนเกาะจินโด... ว่ากันว่า สุนัข จินโดฉลาดและซื่อสัตย์มาก บรรพบุรุษของพวกมันเคยร่วมรบในสงครามเกาหลีเสียด้วย เป็นสุนัขล่าสัตว์ก็ได้ ให้ดูแลรักษาบ้าน และทรัพย์สมบัติของนายก็ดี "เชกา" ยืนจ้องตากับเจ้านี่ชั่วขณะหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงเห่าดัง ประสานมาจาก "จินโดแค" ตัวที่ 2 ที่ห่างไป หลายสิบเมตร เมื่อเดินผ่านลานบ้านไปเสียงเห่า จึงลดลง... มันคงรู้แล้วว่า หากมนุษย์ผ่านมา ถึงจุดนี้ได้ คงไม่ใช่คนร้าย... บ้านหลังนี้ มาอยู่ในป่าอย่างนี้ มีสุนัข "จินโดแค" แท้ๆ ตั้ง 2 ตัว แบบนี้... เจ้าของคงจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!

สถานที่ที่เจ้าของบ้านต้อนรับเรา กลายเป็นโชว์รูมเล็กๆ ในเรือนทำงานชั้นเดียวปลูกสร้างง่ายๆ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งอะไรมาก เห็นแต่ถ้วยชามวางเรียงรายไปรอบห้อง... ศาสตราจารย์ Kim ทำท่าทางกังวลเมื่อเห็นพวกเรา ต่างชาติ 9 คน เดินวนไปวนมารอบๆ ห้องใกล้แท่นวางถ้วยชามเหล่านั้น ท่านจึงบอกว่า "กรุณาอย่าแตะอะไร ทั้งสิ้น ได้โปรด!!!" แล้วก็ชวนกันลงนั่งบนโซฟากลางห้องอย่างสงบ รอท่านเจ้าของบ้านมา...สักพัก ลุงคนหนึ่งผมยุ่งเหยิง ใส่เสื้อเชิ้ต ลายตารางสีแดง ดูคล้ายคนขายของในตลาด ก็เดินมานั่งเก้าอี้ที่เราเว้นไว้ให้ท่านเจ้าของบ้านนั่ง!

ท่านเป็นเจ้าของบ้าน และศิลปินแห่งชาติเกาหลี สาขาช่างปั้นเซรามิก ชื่อว่า "อาจารย์ มิน ยอง กี" ...อาจารย์เป็นคนสุภาพ สงบเยือกเย็นและนอบน้อมถ่อมตนมาก ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อ 44 ปีก่อนตอนอายุ 26 ได้ทุนไปเรียนต่อด้านงานปั้น และศิลาดล (Celadon) ที่ญี่ปุ่น...ขอย้อนประวัติศาสตร์ไปสักนิดหนึ่ง เพื่อความเข้าใจ...เป็นเวลาหลายร้อยปี ที่ญี่ปุ่นพยายามข้ามทะเลเข้ามารุกรานเกาหลี คราใดที่ชนะก็จะกวาดทรัพย์สินและต้อนผู้คนที่เป็นช่างฝีมือกลับไปด้วย "ความรู้หลายอย่างหายไปจากเกาหลีแต่ไปเจริญงอกงามที่ญี่ปุ่น" ความรู้ทางด้านงานปั้น เครื่องเคลือบศิลาดล ก็ไปญี่ปุ่นตามช่างฝีมือเก่งๆ เช่นกัน ในเมื่อความรู้ของบ้านเมืองหายไปจึงต้องไปเรียนที่ญี่ปุ่นเพื่อเอากลับคืนมา

ระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่น มุมานะเรียนรู้จนมีฝีมือเป็นเลิศ รัฐบาลญี่ปุ่นบอกว่า อย่ากลับเกาหลีเลยจะจ้างให้ทำงานจนเกษียณอายุ หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่นเลยก็ทำให้ได้ แต่ท่านก็ไม่รับเพราะมีความรักชาติเกาหลีอย่างมาก ยังไงเสียต้องกลับมาพัฒนาด้านงานปั้นเกาหลีให้ได้ ดังนั้น ท่านเลยกลับมาและหาที่ในป่ากับภรรยาอยู่กัน 2 คน เพื่อฝึกฝนและค้นคว้าเทคนิคงานปั้นเกาหลีที่สูญหายไปแม้ในญี่ปุ่นก็ไม่มีคนรู้...ถึงตอนนี้ภรรยาท่านก็ยกแตงโมแช่เย็นเจี๊ยบชื่นใจ กับขนมต๊อกเกาหลีมาให้ทานคู่กับชาร้อน ภรรยาท่านก็ดูเป็นคนใจดีเช่นกัน แต่งตัวติดดินมาก คล้ายคุณป้าที่ทำงานบ้าน ทำกับข้าว ซักล้าง

ท่านอยู่ป่ามา 20 ปี ก็ประสบความสำเร็จในการค้นคว้าหาสูตรการเคลือบและเขียนลายแบบโบราณ เหมือนกับเครื่องเคลือบที่บรรพบุรุษชาวโชซอนทำใช้กันในศตวรรษที่ 15 หรือ 500 ปีล่วงมาแล้ว ซึ่งในยุคปัจจุบันไม่มีใครทำได้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ดั้นด้นมาหาท่าน และมอบรางวัลศิลปินแห่งชาติให้ แล้วท่านก็ยกหนังสือเล่มหนาขึ้นมาเปิดหน้าที่มีรูปเครื่องเคลือบอายุ 500 กว่าปีให้ดู ว่าของโบราณเป็นแบบนี้ ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี...

คนต่างชาติอย่างเราฟังเรื่องราวแล้วรู้สึกชื่นชมในความมานะพยายามของท่านมาก แต่ไม่มีใครสักคนที่มีความรู้ด้านงานปั้น งานเคลือบ แต่ละคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่สอนด้านธุรกิจ มาประชุมเรื่อง Global Business Start Up เสร็จแล้วเจ้าภาพการประชุมก็พามาเที่ยวก็ตามๆ เขามาเท่านั้น... เมื่อฟังอาจารย์มินเล่าให้ฟังจนจบก็พากันดูถ้วยชามที่วางเรียงรายอยู่...แล้วก็แทบตาถลนออกมาเมื่อเห็นชามเล็กๆ ใบหนึ่งติดป้ายราคา ระบุว่า 30 ล้านวอน!

ชามใบละเกือบ 1 ล้านบาทค่ะ... มิน่า ศาสตราจารย์คิม ถึงต้องร้องบอกก่อนว่า ได้โปรดอย่าจับต้องอะไร...แล้วเพื่อนอาจารย์ชาวอิตาลีกับชาวโปรตุเกสอีกคนก็เริ่มกระซิบกระซาบกันและส่งสายตามาให้ พร้อมกับดึงแขน "เชกา" พาไปดูชามแต่ละใบ...ต้องมีประเด็นอะไรแน่...

(คงต้องเล่าต่อฉบับหน้าเสียแล้วค่ะ)

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์