
‘Sublimation’ มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์
เรื่อง : พริบพันดาว"งานมีมี่เหมือนปรมาณู!!! เล็กแต่อำนาจการทำลายล้างสูง ระเบิดสติกระเจิงตู้มๆๆๆ..."
เรื่อง : พริบพันดาว
"งานมีมี่เหมือนปรมาณู!!! เล็กแต่อำนาจการทำลายล้างสูง ระเบิดสติกระเจิงตู้มๆๆๆ..."
เป็นคำกล่าวโดย วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินชื่อดังของไทย ในวันที่เขาไปร่วมงานและชมภาพในงานนิทรรศการ Sublimation ของศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศส มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ (Myrtille Tibayrenc) ที่ เซรินเดีย แกลเลอรี่ โอ.พี. การ์เดน Garden ซอยเจริญกรุง 36 กทม.
บรรยากาศที่สบายๆ ในวันเปิดงาน ขนาดของห้องจัดแสดงที่พอเหมาะพอเจาะกับขนาดของรูปที่ไม่ใหญ่หนัก จัดว่าเป็นขนาดเล็กด้วยซ้ำ และไม่มีเยอะมากนัก ถือว่ากำลังพอดีในการเดินชมอย่างเต็มอิ่มด้วยเวลาที่ไม่มากนัก มีภาพขนาดใหญ่ 2 ภาพ ทำให้เห็นการขมวดปมของชุดความคิดที่ถ่ายสาระออกมาผ่านตัวภาพของกลุ่มรูปในชุดหนึ่งๆ ที่สะท้อนพลังของเรื่องราวผ่านรูปออกมา
มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ เป็นศิลปินสาวชาวฝรั่งเศส ผู้ก่อตั้งศูนย์ศิลปะตูดยุง และผู้ร่วมก่อตั้งเทศกาลสตรีทอาร์ต Bukruk urban arts festival ซึ่งนิทรรศการ Sublimation เป็นการรวบรวมคัดสรรภาพสีน้ำมันต่างๆ ที่วาดขึ้นมาเพื่อสะท้อนบริบทต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นความหมายใหม่ในหัวข้อเกี่ยวกับโลกปัจจุบัน
ในงานจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ ได้พบกับ ผศ.วุฒิกร คงคา ศิลปินหนุ่มใหญ่ ประธานสาขาวิชาศิลปกรรม สาขาวิชาจิตรกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พูดคุยถึงงานชุดนี้กันพอหอมปากหอมคอ และ ผศ. วุฒิกร ก็ได้ไปเขียนแสดงมุมมองในเฟซบุ๊กของเขาเองว่า
"...ในนิทรรศการ Sublimation ซึ่งวาดด้วยสีน้ำมันเหล่านี้โดยมากมีขนาดเล็ก บางชิ้นก็อ้างอิงกับขนาดของสมาร์ทโฟน และ 2 ชิ้นขนาดใหญ่ที่ให้ผลของการปะทะแก่ผู้ชม ต้นแบบของภาพเหล่านี้มาจากเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านแรงบันดาลใจที่มาจากการใช้สื่อโซเชียล มีเดียของผู้คน เช่น เฟซบุ๊ก ด้วยความคิดที่ว่าเธอสนใจในพฤติกรรมของผู้คนยุคนี้ที่มีปฏิกิริยากับสื่อด้วยอารมณ์ซึ่งเปลี่ยนไปมาอย่างขัดแย้งตลอดเวลา เหมือนกับการมองภาพนางแบบสวยๆ ดีๆ อยู่ นาทีต่อมาก็เปลี่ยนไปดูภาพคนตาย หรือเปลี่ยนเป็นภาพลามกอนาจาร ความขัดแย้งทางอารมณ์ถูกเปลี่ยนทุกๆ วินาทีตามความสนใจที่เลือกจะดูและรับข้อมูลจนกลายเป็นความคุ้นชินในชีวิตประจำวัน
จากภาพและข้อมูลที่ถูกผลิตซ้ำในการดูและส่งต่อเป็นร้อยหรือเป็นล้านครั้ง จากผู้ดูนับร้อยรวมถึงนับล้าน ได้ทำให้ภาพและข้อมูลเหล่านั้นดาษดื่นอย่างแพร่หลาย ก่อนที่มันจะถูกลืมด้วยข้อมูลใหม่ๆ ที่ทับถมเข้ามาในทุกๆ วินาที การรับรู้ผ่านการจ้องมองสื่อเหล่านี้ผู้ชมจะกัน ตัวเองออกมาเหมือนกับดำรงสถานะของการเป็น 'ผู้ชมมหรสพ' อันน่าตื่นตา ในขณะเดียวกันอาจมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระตามอารมณ์ที่รู้สึกชั่วขณะวินาทีนั้นๆ
ความจริงจากภาพเป็นความจริงชุดหนึ่งซึ่งได้ตอบสนองคุณสมบัติของการเป็นผู้ชมที่อยู่ในกรอบของ 'ความบันเทิงเริงใจ' ถึงแม้หลายภาพจะก่อความสะเทือนใจ แต่ก็เป็นไปเพราะการตอบสนองที่ผู้คนไม่สามารถพบเจอได้ในโลกของความจริง อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากการจ้องมองได้ทำให้สื่อโซเชียลมีเดียทรงพลังในการสื่อสารและมันทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป..."
การคัดสรรภาพ แล้วนำมาตัดต่อเพื่อหามุมมองที่ต้องการเน้น จัดวางคอมโพสิชั่นใหม่ หรือเปลี่ยนเรื่องราวในภาพนั้นใหม่ โดยใช้พื้นผิวแคนวาสและการวาดด้วยสีน้ำมันผ่านอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวเข้าไปทาบทับ บางภาพก็ ยั่วยุให้เกิดข้อถกเถียงทางศีลธรรม หรือสลดหดหู่ น่าเกลียดน่ากลัว หรือสวยงาม น่าประทับใจ และสะเทือนใจรวมถึงแปลกประหลาด
สารดิบๆ ดั้งเดิมจากภาพกลายไปสู่กระบวนการสร้างงานที่อ้างอิงกับประวัติศาสตร์งานเพนติ้งอย่างเคร่งครัด ความเหมือนแบบที่ก้ำกึ่งกับการผลิตซ้ำอีกครั้งได้สร้างความเป็น "ออริจินัล "ด้วย "ออร่า" ผ่านลายมือและการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของภาพซึ่งปรากฏลักษณะเฉพาะตัวของเธอเอง กรอบที่ดำรงสถานะความเป็นงานเพนติ้งในขนบยังอยู่ครบถ้วน ทว่ามันยั่วเย้าให้เกิดจินตนาการและความรู้สึกใหม่และชักนำไปสู่ความงามในเชิงโรแมนติก
บางครั้งดูคล้ายบทกวีชวนฝัน และบางทีก็ดูเหมือนกับจะเต็มไปด้วยอารมณ์ภายในที่หม่นหมอง ด้วยโครงสีเทา น้ำเงินหม่นมัว หรือสีน้ำตาลอ่อนของผิวเนื้อมนุษย์ที่ซีดและแห้งแล้ง ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องรัก เซ็กซ์ ความตาย ความรุนแรง
อารมณ์ที่แตกกระเจิงคนละทิศคนละทางจากภาพที่หลากหลายถูกหลอมให้อยู่ในวิธีพูดแบบเพนติ้ง อะไรคือความงามที่แท้จริงซึ่งอยู่ในภาพเหล่านั้น ความเป็นความตายที่ทำให้เราอยากเบือนหน้าหนีในชีวิตจริงแต่อยากจะจ้องมองมันผ่านจอไฟฟ้า หรือความเคลื่อนไหวของสีกับผิวแคนวาสและการเลือกสรรมุมมองกันแน่ที่พาเราออกมาจากข้อมูลไปสู่ความงาม
หรือภาพที่แสนจะสามัญธรรมดาอย่างไร้ความหมายกลายมาสู่ภาพที่มีความหมายขึ้นมาเมื่ออยู่ในสื่อเพนติ้ง การยักย้ายถ่ายเท แปรรูป แปลงสาร เปลี่ยนบริบทสื่อ ดูจะเป็น กระบวนการสร้างงานศิลปะที่สอดคล้องกับยุคสมัยนี้ที่ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามเทคโนโลยี แม้แต่ศิลปะเองก็ตอบสนองภาวะดังกล่าว มันพยายามผสมพันธ์ุกับพฤติกรรมใหม่ของผู้คน กระตุ้นและพาผู้ชมไปสู่ประสบการณ์ใหม่ในการรับรู้ สร้างจินตนาการใหม่จากสิ่งที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
นี่คือสิ่งที่บรรจบกันระหว่างสองสื่อ ที่ขึ้นอยู่กับการตีความ ถอดรหัส หรือแม้แต่ปล่อยหัวใจและดวงตาให้เคลื่อนย้ายไปตามความรู้สึกส่วนตัว ว่าเราจะ "มอง" ในสิ่งที่เรา "เห็น" อยู่ทุกวันอย่างไร และในทางเดียวกัน อำนาจของภาษาในงานเพนติ้งมีมายาคติซึ่งสามารถชักพาให้เราไปสู่อีกโลกหนึ่งของการมองได้อย่างไร?
ไปชมงานนิทรรศการนี้ได้ทุกวัน เวลา 10.00-21.30 น. สอบถามโทร. 02-238-6410







